Page 27 - Advande_Management_Ebook
P. 27

พลต�ารวจตรี ดร.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ                               25



             พวกเขายึดมันไว้ด้วยกันและท�าให้มันท�างานได้ ไม่มีสถาบันใดของเราสามารถท�างาน
             ได้โดยไม่มีผู้จัดการ และผู้จัดการท�าหน้าที่ของตนเองไม่ได้ท�าโดยการจัดสรรจาก

             “เจ้าของ” ความต้องการในการจัดการไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะงานนี้ใหญ่เกินกว่า
             ที่จะท�าคนเดียว การจัดการประกอบการธุรกิจหรือสถาบันบริการสาธารณะนั้น
             มีความแตกต่างจากการจัดการทรัพย์สินของตัวเอง หรือจากการด�าเนินการด้านการ

             แพทย์หรือกฎหมายเดี่ยวๆ หรือการให้ค�าปรึกษา
                    แน่นอนว่าหลายองค์กรขนาดใหญ่และซับซ้อน เริ่มจากร้านค้าแบบคนเดียว

             แต่นอกเหนือจากขั้นตอนแรกแล้ว การเติบโตเร็วกว่าการเปลี่ยนแปลงขนาด เมื่อถึง
             จุดหนึ่ง (และนานก่อนที่องค์กรจะกลายเป็น แม้แต่ “ขนาดที่เหมาะ”) ขนาดกลาย
             เป็นความซับซ้อน ถึงแม้ว่า เจ้าของเหล่านี้จะเป็นเจ้าของ แต่เพียงผู้เดียวแล้ว พวก

             เขาก็จะรับผิดชอบธุรกิจขององค์กรและหากพวกเขาไม่ได้เป็นผู้จัดการอย่างรวดเร็ว
             พวกเขาก็จะกลายเป็นคนงาน แล้วพวกเขาจะยุติในเร็ว ๆ นี้ในความเป็นเจ้าของ และ

             ถูกแทนที่หรือธุรกิจจะอยู่ภายใต้และหายไป ส�าหรับ ณ จุดนี้ ธุรกิจกลายเป็นองค์กร
            และต้องการการอยู่รอดของโครงสร้างที่แตกต่างกัน หลักการที่แตกต่างกัน พฤติกรรม
            ที่แตกต่างกันและการท�างานที่แตกต่างกัน ต้องมีผู้จัดการและผู้บริหาร (Peter

            F.Drucker. 2008 : 2) สอดคล้องตามที่ Peter F.Drucker (2001 : 5) ได้ให้ค�าจ�ากัด
            ความไว้ว่า “การจัดการ คือ การท�างานเกี่ยวกับสังคมและศิลปศาสตร์ (Management

            as social function and liberal art)” ในหนังสือ THE ESSENTIAL DRUCKER
            เป็นหนังสือที่ดีที่สุดใน 60 ปี ในงานเขียนซึ่งส�าคัญของเขาอันเกี่ยวการจัดการ


             Peter F. Drucker (2008 : 12) ปรมาจารย์ด้านการจัดการได้ให้ค�าจ�ากัดความไว้ว่า
                    “การจัดการคือการปฏิบัติที่เป็นมากกว่าความรู้ทางวิทยาศาสตร์”

                       (Management is a practice rather than a science.)



                    อนันต์ ธรรมชาลัย (2559 : ไม่ปรากฏเลขหน้า) ได้กล่าวว่า หลักการบริหาร
             เป็นได้ทั้งศาสตร์และศิลป์ ประกอบด้วย 1. Principle  หลักการ (เป็นแนวคิดด้าน
             วิทยาศาสตร์) 2. Concept ขอบข่าย (โดยจะเปลี่ยนไปตามความเห็น และความ

             ต้องการของคนๆ นั้นที่ไม่เหมือนกัน เช่น นักเศรษฐศาสตร์ วิศวกร นักบัญชี ผู้บริหาร
             เป็นต้น)  3. Assumption  สมมุติฐาน  (จะเป็นแนวคิดที่ค่อนข้างวัดยาก เพราะเป็น
   22   23   24   25   26   27   28   29   30   31   32