Page 1239 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1239
๑๒๒๗
ุ
ุ
อทธรณ์คัดค้านก่อนหรือไม่เท่านั้น ส่วนการส่งค าบอกกล่าวหรือค าร้องขอถอนอทธรณ์ไปให้ศาลชั้นอทธรณ์
ุ
ุ
ิ
ิ
พจารณาสั่งนั้นเป็นเรื่องของการพจารณาคดีไปตามล าดับชั้นศาล ซึ่งความจริงแล้วแม้คดีจะอยู่ในชั้นอทธรณ์
ี
ิ
แต่ผู้พพากษาศาลชั้นต้นเป็นผู้พจารณาคดีมาเองแต่แรกจึงย่อมทราบถึงรายละเอยดของเนื้อหาคดี
ิ
ุ
ุ
และประเด็นแห่งคดีได้เป็นอย่างดีว่า การที่ผู้อทธรณ์ขอถอนอทธรณ์เป็นเพราะมีความผิดพลาดในเรื่องใด
หรือไม่ ซึ่งในเรื่องถอนฟองผู้ที่มีอานาจพจารณาว่าจะอนุญาตให้ถอนฟองได้หรือไม่ เป็นการเอาเปรียบ
้
้
ิ
ี
ในเชิงคดีหรือท าให้อกฝ่ายเสียเปรียบหรือไม่ก็คือผู้พพากษาศาลชั้นต้นนั่นเอง จึงเชื่อว่าศาลชั้นต้น
ิ
ุ
ย่อมมีดุลพนิจเพยงพอที่จะวินิจฉัยได้ว่าสมควรอนุญาตให้ถอนอทธรณ์หรือไม่เช่นกัน นอกจากนี้
ิ
ี
ุ
้
ุ
ื่
ลักษณะของการถอนฟองและถอนอทธรณ์เพอยื่นฟองหรือยื่นอทธรณ์ใหม่ก็มีองค์ประกอบแตกต่างกัน
้
ุ
ในเรื่องอายุความและระยะเวลาอทธรณ์ ที่จะเป็นปัจจัยให้เกิดข้อได้เปรียบเสียเปรียบกัน เพราะในศาลชั้นต้น
้
้
เมื่อยื่นค าฟองแล้วหากถอนฟองไปย่อมลบล้างผลแห่งการยื่นค าฟองนั้น รวมทั้งกระบวนพจารณาอนๆ
้
ิ
ื่
้
ั
้
อนมีต่อมาภายหลังยื่นค าฟอง และกระท าให้คู่ความกลับคืนสู่ฐานะเดิมเสมือนหนึ่งมิได้มีการยื่นฟองเลย
่
โดยโจทก์สามารถยื่นฟองใหม่ได้ภายในอายุความ ทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพจารณาความแพง
ิ
้
มาตรา ๑๗๖ ซึ่งปกติแล้วก าหนดอายุความในแต่ละเรื่องจะมีก าหนดเวลายาวกว่าระยะเวลาอทธรณ์
ุ
้
อยู่มาก โดยอายุความทั่วไปมีก าหนดเวลานานถึง ๑ ๐ ปี เมื่อโจทก์ยื่นฟองแล้วมีข้อบกพร่อง
ผิดพลาด หากจ าเลยยื่นค าให้การต่อสู้คดีเป็นประเด็นในเรื่องนั้นแล้ว หรือโจทก์บกพร่องเกี่ยวกับ
พยานที่น าเข้าสืบซึ่งไม่ครบถ้วนจนล่วงเลยมาถึงสืบพยานจ าเลยแล้ว จึงพบเห็นข้อที่ท าให้เห็นว่า
้
้
ั
ตัวเองเสียเปรียบ ก็มักจะหาทางออกด้วยการขอถอนฟองอนเป็นการเอาเปรียบเพอน าคดีไปยื่นฟองใหม่
ื่
ิ
ิ
แก้ข้อผิดพลาดของตนในก าหนดอายุความที่เหลืออยู่ ซึ่งในกรณีเหล่านี้ศาลต้องใช้ดุลพนิจในการพจารณา
้
ุ
โดยไม่ควรอนุญาตให้ถอนฟอง แต่ส าหรับอทธรณ์นั้นโดยทั่วไปมีก าหนดระยะเวลา ๑ เดือน หรือบางกรณี
ุ
กฎหมายบัญญัติไว้เป็นการเฉพาะในแต่ละเรื่อง เช่น ๗ วัน หรือ ๑๕ วัน ดังได้กล่าวมาแล้ว หากผู้อทธรณ์
พบว่ามีข้อบกพร่องผิดพลาดย่อมสามารถยื่นค าร้องขอแก้ไขเพมเติมอทธรณ์ได้ภายในก าหนดระยะเวลา
ิ่
ุ
ุ
ี
ุ
ุ
อทธรณ์ที่เหลือ แต่เนื่องจากในขั้นตอนส่งส าเนาอทธรณ์ให้คู่ความอกฝ่ายยื่นค าแก้อทธรณ์ ด้วยระยะเวลา
ุ
ยื่นค าแก้อทธรณ์ที่มีก าหนดระยะเวลา ๑๕ วัน นับแต่วันส่งส าเนาอทธรณ์ และยิ่งหากการส่งใช้วิธีปิดหมาย
ุ
ิ
ซึ่งจะมีผลตามกฎหมายต่อเมื่อก าหนดเวลา ๑๕ วัน ล่วงพนไปแล้ว ตามประมวลกฎหมายวิธีพจารณา
้
่
ความแพง มาตรา ๗๙, ๒๓๗ โดยยังไม่ค านึงถึงว่าจ าเลยอทธรณ์จะได้ยื่นค าร้องขอขยายระยะเวลา
ุ
้
ุ
ยื่นค าแก้อทธรณ์ต่อไปด้วยหรือไม่ จะเห็นได้ว่ากว่าจ าเลยอทธรณ์จะยื่นค าให้การจึงมักล่วงพนก าหนด
ุ
ื่
ุ
ระยะเวลาอทธรณ์ที่ผู้อทธรณ์จะขอถอนอทธรณ์เพอยื่นอทธรณ์ใหม่ได้แล้ว ประกอบกับข้อเท็จจริง
ุ
ุ
ุ
ข้อกฎหมายและพยานหลักฐานทั้งปวงในชั้นอทธรณ์ต้องถือตามที่ได้ว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้น
ุ
ี
้
จึงเป็นเรื่องยากที่จะเกิดกรณีเอาเปรียบคู่ความอกฝ่ายในเชิงคดีลักษณะนี้ขึ้นได้ ไม่เหมือนกับการถอนฟอง
ี
ในศาลชั้นต้น ผู้เขียนจึงมีความเห็นว่าควรน าหลักการพจารณาตามล าดับชั้นศาลมาปรับใช้เพยงเท่าที่
ิ

