Page 1275 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1275
๑๒๖๓
สวัสดิภาพของเด็กและเยาวชนโดยในทางอาญามีบทบัญญัติให้ศาลค านึงถึงสวัสดิภาพของเด็กและเยาวชน
ซึ่งควรได้รับการฝึกอบรม สั่งสอน และสงเคราะห์ให้กลับตัวเป็นพลเมืองดียิ่งกว่าการที่จะลงโทษ ทั้งในการ
พิพากษาคดีอาญานั้น ให้ศาลค านึงถึงบุคลิกลักษณะ สุขภาพและภาวะแห่งจิตของเด็กและเยาวชน
ซึ่งแตกต่างกันเป็นคน ๆ ไป และการลงโทษหรือการใช้วิธีส าหรับเด็กและเยาวชนก็ให้เหมาะสมกับตัวเด็ก
หรือเยาวชนตามพฤติการณ์เฉพาะเรื่อง ถึงแม้ว่าเด็กคนนั้นจะได้กระท าความผิดร่วมกันก็ตาม ส่วนในทาง
แพ่งมีบทบัญญัติที่มุ่งคุ้มครองผลประโยชน์ส่วนได้เสียบางประการของผู้เยาว์
เมื่อประกาศใช้พระราชบัญญัติดังกล่าวได้สักระยะหนึ่งก็พบว่ายังมีความไม่เหมาะสมบาง
ประการ จึงได้มีการปรับปรุงแก้ไขอานาจของศาลคดีเด็กและเยาวชนโดยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลคดีเด็ก
ิ
และเยาวชน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒506 และพระราชบัญญัติวิธีพจารณาคดีเด็กและเยาวชน (ฉบับที่ ๒)
ิ
ิ
่
ื่
พ.ศ. ๒506 ทั้งนี้เพอปรับปรุงอานาจในการพจารณาพพากษาคดีแพงในกรณีเกี่ยวกับผลประโยชน์หรือ
ื่
ส่วนได้ส่วนเสียของเด็กและเยาวชนให้เป็นไปโดยเหมาะสมเพอเป็นประโยชน์แก่เด็กและเยาวชนมากยิ่งขึ้น
ิ
ิ
ิ
ทั้งก าหนดองค์คณะผู้พพากษาในการพจารณาพพากษาคดีเสียใหม่ให้เหมาะสม และแก้ไขวิธีด าเนินงาน
ื่
ในศาลคดีเด็กและเยาวชนบางประการ เพอให้เกิดประสิทธิภาพแก่เด็กและเยาวชนมากขึ้น นอกจากนี้ยังมี
การปรับปรุงการสอบสวนคดี การสืบเสาะข้อเท็จจริง แต่งตั้งที่ปรึกษากฎหมาย ตลอดจนการฝึกอบรมเด็ก
ั
ื่
และเยาวชนให้รัดกุม เพอให้การด าเนินคดีเป็นไปโดยเร็วอนเป็นผลให้เด็กและเยาวชนได้รับการคุ้มครอง
มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม และใน พ.ศ. ๒5๑5 มีประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑6๓ ลงวันที่ ๑5 กันยายน
้
ื่
2515 แกไขเพมเติมพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ. ๒๔๙๔ เพอให้เยาวชนที่มีอายุ ๑6
ิ่
ิ
ปีบริบูรณ์ กระท าผิดอาญาในลักษณะร้ายแรงได้รับการพจารณาพพากษาในศาลธรรมดาที่พจารณาคดี
ิ
ิ
ส าหรับผู้ใหญ่กระท าผิด
ต่อมาปี พ.ศ. ๒5๒๗ กระทรวงยุติธรรมได้เล็งเห็นว่า การที่จะคุ้มครองเด็กและเยาวชนอย่าง
ี
เดียวไม่เป็นการเพยงพอเพราะเด็กและเยาวชนต้องอยู่กับครอบครัว คือ บิดามารดาหรือผู้ปกครอง หาก
ครอบครัวแตกแยก หรือไม่สงบสุข เช่น บิดามารดาหย่าร้าง ทอดทิ้งบุตรหรืออยู่ด้วยกันอย่างไม่ราบรื่นมี
ปากเสียงกน ย่อมส่งผลกระทบกระเทือนจิตใจเด็กและเยาวชนท าให้เด็กและเยาวชนเบื่อบ้าน ออกไปมั่วสุม
ั
กับเพื่อนและหันเข้าหายาเสพติด และอาจกลายเป็นอาชญากรในภายหน้าได้ ฉะนั้นการมุ่งคุ้มครองเด็กและ
เยาวชน โดยไม่ได้มุ่งคุ้มครองครอบครัวย่อมไม่เป็นการคุ้มครองเด็กและเยาวชนอย่างเพยงพอ จึงมีการ
ี
เสนอร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวขึ้น โดยยกเลิกพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลคดีเด็ก
และเยาวชน และพระราชบัญญัติวิธีพจารณาคดีเด็กและเยาวชนทุกฉบับรวมทั้งประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่
ิ
163 ด้วย และต่อมาได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพจารณา
ิ
คดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒5๓๔ ขึ้น ซึ่งมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒5๓5 และโดยผลของ
มาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวมีผลท าให้ศาลคดีเด็กและเยาวชนต่าง ๆ และศาลจังหวัดแผนกคดี
เยาวชนและครอบครัวดังกล่าว เปลี่ยนฐานะเป็นศาลเยาวชนและครอบครัว และศาลจังหวัดแผนกคดี
เยาวชนและครอบครัว การที่กฎหมายก าหนดให้มีการเปิดเป็นแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในจังหวัด
ื่
ต่าง ๆ เพอให้เด็กและเยาวชนได้รับความเป็นธรรมและได้รับการปฏิบัติที่เท่าเทียมกันเมื่อถูกกล่าหาว่า
กระท าผิดซึ่งบัญญัติให้จัดตั้งแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวขึ้นในศาลทุกศาลโดยให้ประกาศในราชกฤษฎีกา
เนื่องจากกระบวนการยุติธรรมทางอาญาส าหรับเด็กและเยาวชนผู้กระท าความผิดปรากฏอยู่
ในพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและพระราชบัญญัติวิธีพจารณาคดีเยาวชนและ
ิ
ครอบครัว พ.ศ. ๒5๓๔ อย่างไรก็ดีเด็กและเยาวชนที่จะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายดังกล่าวจะต้อง
เป็นเด็กและเยาวชนซึ่งอยู่ในเขตอานาจของศาลเยาวชนและครอบครัวหรือศาลจังหวัดแผนกคดีเยาวชน

