Page 1279 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1279

๑๒๖๗


                            ๑) ผู้มีอ านาจจัดการแทนโดยต้องได้รับอนุญาตจากผู้เสียหายก่อน
                            มาตรา ๔ วรรค ๒ หญิงมีสามีอาจอนุญาตให้สามีจัดการแทนได้ เว้นแต่เป็นกรณีตาม

                 มาตรา 5 ไม่ต้องได้รับอนุญาตเลย มาตรา ๔ ในคดีอาญาซึ่งผู้เสียหายเป็นหญิงมีสามี หญิงนั้นมีสิทธิ
                 ฟ้องคดีได้เอง โดยมิต้องได้รับอนุญาตของสามีก่อนนั้น ๆ ดังต่อไปนี้
                                                                  ้
                            ภายใต้บังคับแห่ง มาตรา 5 (๒) สามีมีสิทธิฟองคดีอาญาแทนภริยาได้ ต่อเมื่อได้รับอนุญาต
                 โดยชัดแจ้งจากภริยา

                            กรณีตามวรรคแรก เป็นการยืนยันว่าหญิงมีสามีสามารถจัดการคดีอาญาเองได้
                            กรณีตามวรรคสอง สามีสามารถจัดการแทนภริยาได้หากได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้ง
                 (แต่ในทางกลับกันภริยาไม่มีสิทธิจัดการแทนสามี) และจะต้องเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย
                 เท่านั้น

                            ๒) ผู้มีอ านาจจัดการแทนโดยผลของกฎหมาย ไม่ต้องได้รับอนุญาตจากผู้เสียหายก่อน กรณีตาม
                 มาตรา 5 บุคคลเหล่านี้จัดการแทนผู้เสียหายได้
                              (๑) ผู้แทนโดยชอบธรรมหรือผู้อนุบาล เฉพาะแต่ในความผิดซึ่ง ได้กระท าต่อผู้เยาว์ หรือ
                 ผู้ไร้ความสามารถซึ่งอยู่ในความดูแล


                              (๒) ผู้บุพการี ผู้สืบสันดาน สามีหรือภริยา เฉพาะแต่ในความผิด อาญาซึ่งผู้เสียหายถูกทา
                 ร้ายถึงตายหรือบาดเจ็บจนไม่สามารถจะ จัดการเองได้
                              (๓) ผู้จัดการหรือผู้แทนอื่น ๆ ของนิติบุคคล เฉพาะความผิด ซึ่งกระท าลงแก่นิติบุคคลนั้น”

                            มาตรา 5(๑) ผู้แทนโดยชอบธรรมตาม หมายถึงผู้แทนโดยชอบธรรมตาม ประมวลกฎหมาย
                 แพ่งและพาณิชย์ เช่น บิดามารดา (บิดาต้องชอบด้วยกฎหมาย) ผู้ปกครอง ผู้รับบุตรบุญธรรม ผู้อนุบาล
                            อานาจจัดการแทนตามมาตรา 5(๑) เป็นกรณีที่ผู้เยาว์หรือคนไร้ความสามารถยังมีชีวิตอยู่


                 หากตายบุคคลที่มีอานาจเป็นไปตามมาตรา 5(๒) และหากบาดเจ็บจนไม่สามารถจัดการเองได้ผู้มีอานาจ

                 จัดการแทนคือ ทั้ง 5(๑) และ 5(๒)
                            ผู้เยาว์ร้องทุกข์เองได้ ถ้ามีความรู้สึกผิดชอบแล้ว (อายุพอสมควร) แต่จะฟองคดีหรือขอเข้า
                                                                                          ้
                             ั
                 เป็นโจทก์ร่วมกบอัยการนั้นไม่ได้ แม้จะได้รับความยินยอมก็ตาม
                            มาตรา 5(๒) เฉพาะกรณีผู้เสียหายที่แท้จริงถูกท าร้ายถึงตายหรือบาดเจ็บจนไม่สามารถ

                 จัดการเองได้ ถ้าความตายไม่ได้เป็นผลมาจากการท าร้ายไม่เข้ามาตรานี้ เช่น ถูกท าร้ายร่างกายบาดเจ็บแต่
                 ตายเพราะเจ็บไข้ได้ป่วยด้วยโรคอื่น เช่นนี้ไม่ใช่กรณีตามมาตรา 5(๒)
                            ผู้บุพการี คือ ญาติสืบสายโลหิตขึ้นไป บิดา มารดา ปู่ ย่า ตา ยาย ทวด ฯลฯ บุคคลอื่นแม้จะ
                 เป็นญาติใกล้ชิดก็ไม่มสิทธิเพราะไม่ใช่บุพการี เช่น ป้าที่หลานถูกฆ่าตาย น้องชายถูกฆ่าตายพี่ชายก็ไม่มีสิทธิ
                                  ี
                 ในการด าเนินคดี มีข้อสังเกตคือ กรณีของบิดาแม้เป็นบิดาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายก็ตาม หากว่าตามความ
                 เป็นจริงแล้วเป็นบิดาตามสายโลหิตก็ถือว่าเป็นบุพการี
                            ผู้สืบสันดาน คือ ญาติสืบสายโลหิตลงมา ลูก หลาน เหลน ฯลฯ โดยถือตามความเป็นจริง
                 เช่นกัน เช่น บิดา ไม่ชอบด้วยกฎหมายถูกฆ่าตาย ลูกมีสิทธิจัดการแทนบิดาได้

                            สามีภริยาจะต้องชอบด้วยกฎหมายเช่นเดียวกับกรณีของมาตรา ๔
                            การที่ผู้มีอานาจจัดการแทนจะเข้ามาด าเนินคดีแทนผู้ตายได้นั้น ผู้ตายต้องเป็นผู้เสียหาย

                 อย่างแท้จริงเสียก่อน หากไม่ใช่แล้วก็ไม่มีสิทธิ
                            นอกจากมาตรา 5(๒) แล้ว กรณีความผิดฐานหมิ่นประมาท “ประมวลกฎหมายอาญา

                 มาตรา ๓๓๓ ความผิดในหมวดนี้เป็นความผิดอนยอมความได้ ถ้าผู้เสียหายในความผิดฐานหมิ่นประมาท
                                                        ั
   1274   1275   1276   1277   1278   1279   1280   1281   1282   1283   1284