Page 1278 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1278

๑๒๖๖


                            ผู้เสียหายที่แท้จริง หมายถึง บุคคลที่ได้รับผลกระทบจากการกระท าความผิดอาญา ในฐาน
                                          ิ
                                                                 ้
                 นั้นโดยตรงหลักเกณฑ์ในการพจารณาว่าเป็นผู้เสียหายที่แทจริงหรือไม่ พิจารณาจากหลักเกณฑ์ ๓ ประการ
                 ดังนี้
                              ๑) ได้มีความผิดอาญาฐานใดฐานหนึ่งเกิดขึ้นหรือไม่ โดยพจารณาตาม ประมวลกฎหมาย
                                                                               ิ
                 อาญาหรือกฎหมายอาญาอน ๆ โดยที่ผู้ที่จะเป็นผู้เสียหายในความผิดที่ยังไม่เกิดนั้นไม่ได้
                                       ื่
                              ๒) บุคคลนั้นเป็นผู้ที่ได้รับความเสียหาย จากการกระท าความผิดนั้นโดยตรง โดยพิจารณา

                 ก่อนว่ากฎหมายอาญาในเรื่องนั้น ๆ มุ่งประสงค์จะคุ้มครองใคร เอกชนหรือส่วนรวม
                              กฎหมายมุ่งคุ้มครองเอกชน เช่น ความผิดฐานลักทรัพย์ ความผิดฐานพรากผู้เยาว์
                 ความผิดเกี่ยวกับการใช้เช็ค ความผิดเหล่านี้กฎหมายมุ่งคุ้มครองประโยชน์ของเอกชนดังนั้นผู้ที่เป็น
                 ผู้เสียหายก็คือ เจ้าของทรัพย์ผู้ปกครอง หรือผู้ทรงเช็ค เป็นต้น

                              กฎหมายมุ่งคุ้มครองส่วนรวม เอกชนไม่อาจเป็นผู้เสียหายได้ เช่น ความผิดตามพระราชบัญญัติ
                 จราจรทางบก ความผิดฐานท าลายพยานหลักฐาน ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๙๙ ความผิดตาม
                 พระราชบัญญัติยาเสพติด ความผิดตามพระราชก าหนดกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ความผิดเหล่านี้
                 รัฐมุ่งคุ้มครองความสงบสุขของประชาชนส่วนร่วมดังนั้นผู้เสียหายคือรัฐเท่านั้น เอกชนไม่อาจเป็นผู้เสียหายได้

                              แต่ในบางกรณีเอกชนก็ถือว่าเป็นผู้เสียหายได้ เช่น การจดสมรสซ้อน ซึ่งเป็นความผิดฐาน
                 ฐานแจ้งความเท็จ คู่สมรสเดิมเสียหาย คู่สมรสใหม่ก็เป็นผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๗
                 และรัฐก็เป็นผู้เสียหายด้วย

                              ๓) บุคคลนั้นเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย
                                                       ิ
                              หลักเกณฑ์นี้มาจากแนวค าพพากษาศาลฎีกา (มาจากหลักสากลที่ว่า “บุคคลควรมาศาล
                 ด้วยมืออนบริสุทธิ์” ดังนั้นแม้บุคคลนั้นเป็นผู้เสียหายโดยตรงจากความผิดอาญาตามข้อ ๒) มาแล้วก็ตาม
                        ั
                 หากเขาไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยแล้วก็ไม่อาจเป็นผู้เสียหายตาม  มาตรา ๒(๔) ได้
                            หลักเกณฑ์ในการพิจารณาว่า เป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยหรือไม่

                              ๑) บุคคลนั้นมีส่วนร่วมในการกระท าความผิดหรือไม่ เช่น สมัครใจเข้าวิวาทกันเอง ขับรถ
                 ด้วยความประมาททั้งค  ู่
                              ๒) บุคคลนั้นยินยอมให้มีการกระท าความผิดต่อตน เช่น หญิงยอมท าผู้อื่นท าให้ตนแท้งลูก

                 เด็กอายุไม่เกิน ๑5 ปี ยินยอมให้ผู้อื่นกระท าช าเราตน
                              ๓) บุคคลนั้นมีส่วนในการก่อให้เกิดความผิดและตนได้รับความเสียหาย เช่น ติดสินบน
                 เจ้าพนักงาน เจ้าหน้าที่ล่อให้กระท าความผิดแล้วเข้าจับกุม (Entrapment)
                            ๒. ผู้มีอ านาจจัดการแทนผู้เสียหาย

                            ได้แก่ บุคคลที่มีอานาจจัดการแทนผู้เสียหายที่แท้จริงในเรื่องต่าง ๆ ที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๓

                 บุคคลดั่งระบุ ไว้ใน มาตรา ๔ มาตรา 5 และ มาตรา 6 มีอ านาจจัดการต่อไปนี้แทนผู้เสียหายตามเงื่อนไขที่
                 บัญญัติไว้ใน มาตรานั้น ๆ
                              (๑) ร้องทุกข์

                              (๒) เป็นโจทก์ฟ้องคดีอาญา หรือเข้ารวมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการ
                              (๓) เป็นโจทก์ฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา
                              (๔) ถอนฟ้องคดีอาญาหรือคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา

                              (5) ยอมความในคดีความผิดส่วนตัว โดยแยกพจารณาบุคคลที่มีอานาจขจัดการแทน
                                                                        ิ
                 ผู้เสียหายเป็นกรณี
   1273   1274   1275   1276   1277   1278   1279   1280   1281   1282   1283