Page 216 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 216

๒๐๓




                                                                                                ้
                 สอบข้อเท็จจริงหรือเบิกความเป็นพยานต่อศาล,ค่าคัดถ่ายเอกสารและค่าทนายความ (หากแพคดี) ฯลฯ
                      ิ
                 เมื่อพจารณาถึงค่าใช้จ่ายในการด าเนินคดีที่ต้องเสียไปกับค่าภาษีที่จะได้รับแล้ว ท าให้องค์กรปกครองส่วน
                 ท้องถิ่นต้องเสียเงินงบประมาณของแผ่นดินโดยไม่จ าเป็น ดังนั้น หากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ใช้


                 อานาจด าเนินการตามที่กฎหมายและระเบียบของทางราชการให้อานาจไว้ตั้งแต่ต้นแล้ว ย่อมจะส่งผลให้

                 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นๆ ประหยัดงบประมาณของแผ่นดินในการด าเนินคดีและประหยัดเวลาของ

                 บุคคลากรของรัฐได้เป็นอย่างยิ่ง รวมทั้งการใช้อานาจดังกล่าวย่อมมีประสิทธิภาพและรวดเร็วกว่าการ
                 ด าเนินคดีทางศาล ซึ่งจะท าให้มีประสิทธิผลในการเร่งรัดหนี้ภาษีอากรค้าง
                        ปัญหาดังกล่าวเกิดจากข้อขัดข้องในการยึด อายัดและขายทอดตลาดทรัพย์สินดังนี้

                               ๒.1 เนื่องจากการใช้อานาจดังกล่าวเป็นการกระทบสิทธิของประชาชนโดยตรง ท าให้

                 ผู้บริหารส่วนท้องถิ่นซึ่งมาจากการเลือกตั้งอาจไม่เห็นด้วยกับการด าเนินการดังกล่าว เพราะเกรงกลัว
                 อิทธิพลหรือกลัวเสียฐานเสียง

                               2.๒ ปัญหาการไม่สามารถเข้าถึงตัวทรัพย์ของลูกหนี้ผู้ค้างช าระภาษี เนื่องจากไม่ได้รับ
                 ความร่วมมือจากผู้ที่อยู่ในข่ายที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ในกระบวนการสืบหาทรัพย์สินของ
                 ลูกหนี้ ผู้ค้างภาษี โดยมักจะถูกปฏิเสธการให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูล เช่น ธนาคารพาณิชย์ ส านักงาน
                 ที่ดิน ซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเองก็ไม่มีอ านาจใด ๆ ในการเรียกบุคคลเพื่อให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ใน

                 การด าเนินการแต่อย่างใด
                               ๒.3 ปัญหาบุคลากรมีจ านวนน้อย ขาดความรู้ ความเข้าใจและแนวทางที่ชัดเจนในการใช้
                 อ านาจยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สิน
                               ๒.4 พนักงานเจ้าหน้าที่มีความเสี่ยงต่อการถูกโต้แย้งความถูกต้องในจ านวนหนี้ภาษี

                 ดังนั้น เมื่อออกค าสั่งยึดและอายัดแล้ว หากคดีอยู่ระหว่างอทธรณ์หรือฟองคดีต่อศาลก็ยังไม่สามารถขาย
                                                                  ุ
                                                                             ้
                 ทอดตลาดทรัพย์สินได้
                                   2
                        3. ปัญหากรณีด าเนินการยึด อายัดและขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ค้างภาษีอากรไปแล้ว ต่อมา
                                                                           ิ
                 คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์หรือศาลภาษีอากรกลางได้วินิจฉัยหรือพพากษาให้เพิกถอนการประเมิน
                        เมื่อเจ้าพนักงานได้แจ้งการประเมินภาษีอากรไปยังผู้เสียภาษีแล้ว ผู้เสียภาษีต้องช าระภาษีตามการ
                                                            ุ
                                                                                                   ุ
                                                                                        ุ
                 ประเมินภายในระยะเวลาที่ก าหนด หากผู้เสียภาษีอทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอทธรณ์ การอทธรณ์
                 ไม่เป็นการทุเลาการช าระภาษีอากร หมายความว่า ผู้เสียภาษีต้องช าระภาษีให้ครบถ้วนเสียก่อนหรือต้อง
                 ยื่นขอทุเลาการช าระภาษี เช่น วางหลักประกัน เป็นต้น มิฉะนั้นเจ้าพนักงานจะใช้มาตรการทางปกครอง
                 ด้วยวิธีการยึด อายัดและขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ค้างภาษีอากรได้ แต่ถ้าเป็นกรณีผู้เสียภาษี
                                                          ุ
                 ไม่อุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอทธรณ์ หนี้ภาษีตามการประเมินย่อมเป็นอันยุติ
                               ค าพพากษาศาลฎีกาที่ 8103/2560 จ าเลยได้รับแบบแจ้งการประเมินโดยชอบด้วย
                                   ิ
                 กฎหมายหรือไม่ เมื่อจ าเลยไมได้กล่าวอางประเด็นดังกล่าวไว้ในค าให้การ ถือว่าอุทธรณ์ของจ าเลยเป็นข้อที่
                                         ่
                                                 ้
                                                                             ุ
                 ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลภาษีอากรกลาง ต้องห้ามมิให้อทธรณ์  เมื่อจ าเลยได้รับแจ้งการ
                 ประเมินอากรขาเข้า/ขาออก ภาษีสรรพสามิต ภาษีมูลค่าเพมและภาษีอนๆ ในวันที่ 30 สิงหาคม 2556
                                                                             ื่
                                                                  ิ่
                                                                                     ุ
                 หากจ าเลยไม่เห็นด้วยกับการประเมินไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆ จ าเลยชอบที่จะใช้สิทธิอทธรณ์การประเมินของ
                 เจ้าพนักงานต่อคณะกรรมการพจารณาอทธรณ์ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมิน
                                                      ุ
                                              ิ
                                                                                   ั
                                     ุ
                 เมื่อจ าเลยไม่ได้ใช้สิทธิอทธรณ์ แสดงว่าจ าเลยไม่ติดใจโต้แย้งการประเมินนั้น อนมีผลให้การประเมินของ

                        2  ส านักงานคดีภาษีอากร ส านักงานอัยการสูงสุด คู่มือการด าเนินคดีภาษีส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2560 หน้า 82-83
   211   212   213   214   215   216   217   218   219   220   221