Page 217 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 217
๒๐๔
ื่
ิ
ั
เจ้าพนักงานเป็นอนยุติ จ าเลยย่อมไม่มีสิทธิฟองคดีต่อศาลภาษีอากรกลางเพอขอให้เพกถอนการประเมิน
้
3
ดังกล่าวและย่อมไม่มีสิทธิต่อสู้คดีว่าการประเมินไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ิ
ค าพพากษาศาลฎีกาที่ 1288/2530 พนักงานเจ้าหน้าที่ของโจทก์แจ้งรายการประเมิน
ภาษีโรงเรือนและที่ดินให้จ าเลยทราบแล้ว จ าเลยมิได้ยื่นค าร้องโต้แย้งคัดค้านการประเมิน หรือขอให้
พจารณาการประเมินใหม่ ตามที่พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 25 ก าหนดไว้
ิ
์
และมิได้ช าระค่าภาษีให้โจทก์ตามที่กฎหมายก าหนด จึงเท่ากับว่าผลของการประเมินของโจทกเป็นยุติแล้ว
โดยห้ามมิให้จ าเลยน าคดีมาสู่ศาล ซึ่งหมายความรวมถึงว่าจ าเลยย่อมไม่มีสิทธิโต้แย้งว่าการประเมินไม่
้
ถูกต้องด้วย ดังนี้เมื่อโจทก์ฟองให้จ าเลยช าระค่าภาษีดังกล่าว จ าเลยจะต่อสู้คดีว่าการประเมินไม่ถูกต้องหา
ได้ไม่ เมื่อเจ้าพนักงานได้แจ้งการประเมินภาษีอากรไปยังผู้เสียภาษีแล้ว หากผู้เสียภาษีไม่เห็นพองด้วย ผู้
4
้
ุ
เสียภาษีย่อมมีสิทธิอทธรณ์โต้แย้งคัดค้านการประเมินได้ภายในระยะเวลาที่กฎหมายก าหนด
ุ
แต่การอทธรณ์ไม่เป็นการทุเลาการช าระภาษี ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 31 พระราชบัญญัติศุลกากร
พ.ศ.2560 มาตรา 38 พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 มาตรา 100 พระราชบัญญัติภาษี
ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 มาตรา 73 พระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ.2510 มาตรา 30 ดังนั้น
้
หากผู้ถูกประเมินภาษีไม่เห็นพองด้วยกับการประเมิน ผู้ถูกประเมินต้องยื่นอทธรณ์ต่อคณะกรรมการ
ุ
ิ
ิ
ุ
ุ
พจารณาอทธรณ์ตามที่กฎหมายก าหนด และหากอยู่ในระหว่างการพจารณาอทธรณ์ ผู้ถูกประเมินก็ต้อง
ช าระค่าภาษีอากรด้วย มิฉะนั้นหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่จัดเก็บภาษีจะด าเนินการเร่งรัดหนี้ภาษีอากรค้าง
โดยใช้มาตรการบังคับทางปกครองด้วยวิธียึด อายัดและขายทอดตลาดบังคับคดีให้ช าระภาษีได้ตามที่
กฎหมายในเรื่องนั้นๆ ก าหนด
ิ
ค าพพากษาศาลฎีกาที่ 8296/2543 โจทก์บรรยายฟองเป็นสองตอน ตอนแรกเป็นการบรรยาย
้
ิ่
ุ
เกี่ยวกับการที่โจทก์ถูกประเมินให้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพมเติมว่าโจทก์ได้อทธรณ์การประเมินของ
ิ
ุ
เจ้าพนักงานประเมินต่อคณะกรรมการพจารณาอทธรณ์ ซึ่งในขณะที่ฟองคดีเรื่องยังอยู่ระหว่างการ
้
พจารณาของคณะกรรมการพจารณาอทธรณ์ ตอนที่สองโจทก์บรรยายว่า ภายหลังการอทธรณ์ต่อ
ิ
ุ
ิ
ุ
คณะกรรมการพจารณาอทธรณ์แล้ว จ าเลยมอบให้เจ้าหน้าที่ของจ าเลยยึดที่ดินของโจทก์ 3 แปลง
ิ
ุ
กับอายัดเงินในบัญชีเงินฝากของโจทก์ และต่อมาได้ประกาศขายทอดตลาดที่ดิน ซึ่งโจทก์เห็นว่าจ าเลยไม่มี
สิทธิยึด และอายัดทรัพย์ของโจทก์ เพราะโจทก์ไม่ใช่ผู้มีเงินได้ที่แท้จริง จ าเลยได้ปฏิบัติหน้าที่หรือวินิจฉัย
ิ
ิ
สั่งให้ด าเนินการยึดทรัพย์ของโจทก์ไม่ชอบด้วยประมวลรัษฎากร ขอให้เพกถอนการยึดที่ดินและเพกถอน
้
ค าสั่งอายัดเงินในบัญชีของโจทก์ จึงเป็นกรณีที่โจทก์ฟองต่อศาลว่าค าสั่งของเจ้าพนักงานที่ให้ยึดและอายัด
ิ
ทรัพย์สินของโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้เพกถอนการยึดและอายัดทรัพย์ของโจทก์ ซึ่งไม่มีกฎหมาย
้
้
ิ
ิ
ระบุให้ต้องอทธรณ์ค าสั่งดังกล่าวต่อคณะกรรมการพจารณาอทธรณ์ก่อนฟองคดีเหมือนการฟองขอให้เพก
ุ
ุ
ิ
ุ
ถอนการประเมินภาษี ซึ่งโจทก์จะฟองได้ก็ต่อเมื่อมีค าวินิจฉัยอทธรณ์ของคณะกรรมการพจารณาอทธรณ์
้
ุ
ิ
ตามมาตรา 8 แห่งพ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 ประกอบมาตรา
้
30(2) แห่งประมวลรัษฎากร การที่ศาลภาษีอากรกลางมีคาสั่งไม่รับค าฟองโจทก์เพราะเห็นว่าเป็นการข้าม
ขั้นตอนตามมาตรา 30(2) จึงไม่ถูกต้องและไม่ชอบด้วยกฎหมาย เมื่อโจทก์ฟองว่าค าสั่งของจ าเลยที่ให้ยึด
้
ี
และอายัดทรัพย์สินของโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมายโดยอ้างแต่เพยงว่า โจทก์ไม่ใช่ผู้มีเงินได้ตามการประเมิน
3 ค าพิพากษาศาลฎีกาที่ 8103/2560
4 ค าพิพากษาศาลฎีกาที่ 1288/2530