Page 224 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 224
๒๑๑
ห้ามมิให้ศาลอนุญาตตามค าร้องเช่นว่านี้ เว้นแต่ศาลเห็นว่าผู้ยื่นค าร้องไม่สามารถเอา
ช าระได้จากทรัพย์สินอื่น ๆ ของลูกหนี้ตามค าพิพากษา
ื่
ถ้าเจ้าพนักงานผู้มีอานาจตามกฎหมายว่าด้วยภาษีอากรหรือกฎหมายอนที่จะสั่งยึด
ิ
ทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ตามค าพพากษา เพอบังคับช าระหนี้ที่ค้างช าระตามกฎหมาย
ื่
นั้น ๆ ได้เอง ได้ยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องตามวรรคหนึ่งไว้ก่อนแล้ว ให้มีสิทธิขอเข้าเฉลี่ยได้โดย
ไม่อยู่ภายในบังคับของบทบัญญัติวรรคสอง แต่ถ้าเจ้าพนักงานดังกล่าวมิได้ยึดหรืออายัดไว้ก่อน ให้มีสิทธิขอ
เข้าเฉลี่ยได้เช่นเดียวกับเจ้าหนี้ตามค าพิพากษาอื่น
ในกรณีที่ยึดทรัพย์สินเพื่อขายทอดตลาดหรือจ าหน่ายโดยวิธีอื่น ค าร้องเช่นว่านี้ให้ยื่นก่อน
สิ้นระยะเวลาสิบห้าวันนับแต่วันที่มีการขายทอดตลาดหรือจ าหน่ายทรัพย์สินที่ขายทอดตลาดหรือจ าหน่าย
ได้ในครั้งนั้น ๆ
ในกรณีที่อายัดสิทธิเรียกร้อง ให้ยื่นค าร้องเสียก่อนสิ้นระยะเวลาสิบห้าวันนับแต่วันช าระ
เงินหรือวันที่มีการขายทอดตลาดหรือจ าหน่ายโดยวิธีอื่นซึ่งสิทธิเรียกร้องตามที่อายัดนั้นได้
ในกรณีที่ยึดเงิน ให้ยื่นค าร้องเช่นว่านี้ก่อนสิ้นระยะเวลาสิบห้าวันนับแต่วันยึด
เมื่อได้ส่งส าเนาค าร้องดังกล่าวให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแล้ว ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีงด
การจ่ายเงินหรือทรัพย์สินตามค าบังคับตั้งแต่การขาย การจ าหน่าย หรือการช าระเงินตามที่ได้อายัดในครั้งที่
ขอเฉลี่ยนั้น แล้วแต่กรณี ไว้จนกว่าศาลจะได้มีค าวินิจฉัยชี้ขาด เมื่อศาลได้มีค าสั่งประการใดและส่งให้
เจ้าพนักงานบังคับคดีทราบแล้ว ก็ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีปฏิบัติไปตามค าสั่งเช่นว่านั้น
จากข้อกฎหมายดังกล่าวข้างต้น จะเห็นได้ว่าการที่เจ้าพนักงานผู้มีอ านาจตามกฎหมายว่าด้วยภาษี
อากรใช้มาตรการทางปกครองด้วยการยึดหรืออายัดทรัพย์สินของผู้ค้างภาษีอากร มิใช่การยึดหรืออายัดโดย
ิ
ื่
ิ
เจ้าหนี้ตามค าพพากษา ดังนั้นเจ้าหนี้ตามค าพพากษาอนมีสิทธิยึดหรืออายัดทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานภาษี
ิ
อากรได้ยึดหรืออายัดไว้ได้ ไม่เป็นการยึดหรืออายัดซ้ าที่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพจารณาความ
แพ่ง มาตรา 326 วรรคหนึ่ง ในกรณีนี้เจ้าพนักงานผู้มีอานาจตามกฎหมายว่าด้วยภาษีอากรมีสิทธิขอเฉลี่ย
ในทรัพย์สินที่ยึดหรืออายัดไว้ได้เช่นเดียวกับเจ้าหนี้ตามค าพพากษาตามความในมาตรา 326 วรรคหนึ่ง
ิ
แต่ถ้าเจ้าพนักงานผู้มีอานาจตามกฎหมายว่าด้วยภาษีอากรมิได้ยึดหรืออายัดไว้ก่อน ให้ขอเฉลี่ยได้ภายใน
บังคับบทบัญญัติวรรคสอง หมายความว่า หากเจ้าพนักงานผู้มีอานาจตามกฎหมายว่าด้วยภาษีอากรได้ยึด
ิ
ทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ตามค าพพากษาไว้ก่อนแล้ว ก็มีสิทธิขอเฉลี่ยได้โดยไม่อยู่ภายใต้
ิ
ื่
บังคับของบทบัญญัติวรรคสอง กล่าวคือไม่ต้องพสูจน์ว่าลูกหนี้ตามค าพพากษาไม่มีทรัพย์สินอนที่พอจะ
ิ
ื่
ช าระหนี้ได้ แม้ลูกหนี้ตามค าพพากษามีทรัพย์สินอนพอช าระหนี้ได้ เจ้าหนี้ภาษีอากรก็ขอเฉลี่ยได้ แต่หาก
ิ
เจ้าพนักงานผู้มีอานาจตามกฎหมายว่าด้วยภาษีอากรยังไม่ได้ยึดหรืออายัดไว้ก่อน จะมีสิทธิขอเฉลี่ยได้
เช่นเดียวกับเจ้าหนี้ตามค าพพากษาอน กล่าวคือเจ้าพนักงานดังกล่าวจะขอเฉลี่ยได้ต้องได้ความว่าไม่
ิ
ื่
สามารถเอาช าระได้จากทรัพย์สินอื่นๆ ของลูกหนี้ตามค าพิพากษา
ิ
่
ิ
ค าพพากษาศาลฎีกาที่ 1094/2510 ตามประมวลกฎหมายวิธีพจารณาความแพง มาตรา 290
ิ
ที่ห้ามมิให้ยึดซ้ านั้น จะต้องเป็นการยึดทรัพย์ซ้ ากันในระหว่างเจ้าหนี้ตามค าพพากษาด้วยกันในทรัพย์ราย
เดียวกันของลูกหนี้ตามค าพพากษา ส่วนการที่เจ้าพนักงานตามประมวลรัษฎากรยึดไว้ก่อนอนเป็นการยึด
ั
ิ
ิ
ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 12 นั้น ไม่ใช่เป็นการยึดของเจ้าหนี้ตามค าพพากษา เจ้าพนักงานบังคับคดี
จึงท าการยึดได้ไม่เป็นการยึดซ้ า และการที่เจ้าพนักงานตามประมวลรัษฎากรท าการยึดก็ไม่ท าให้ทรัพย์ที่ยึด
กลายเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินเพราะกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ที่ยึดยังเป็นของจ าเลยจนกว่าจะได้ขายทอดตลาด