Page 225 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 225

๒๑๒




                 ไป ประมวลรัษฎากร มาตรา 12 เป็นแต่เพียงให้อ านาจพิเศษแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอ าเภอที่จะยึด
                                               ื่
                                                                         ้
                 ทรัพย์สินของผู้ค้างช าระภาษีอากรเพอขายทอดตลาดได้โดยไม่ต้องฟองต่อศาลเท่านั้น ไม่ได้บัญญัติห้ามไว้
                                               ิ
                 ว่าเมื่อยึดมาแล้วมิให้เจ้าหนี้ตามค าพพากษาของลูกหนี้ท าการยึดหรือห้ามศาลไม่ให้สั่งขายทอดตลาดทรัพย์
                                                                                                       ื่
                 ที่ยึด ฉะนั้น เมื่อทรัพย์ที่ยึดไว้ยังไม่ได้ท าการขายทอดตลาดไป เจ้าพนักงานบังคับคดีก็ย่อมท าการยึดเพอ
                 ด าเนินการตามค าสั่งศาลได้ ส่วนสิทธิของกรมสรรพากรตามประมวลรัษฎากรในการที่จะได้รับช าระหนี้ค่า
                 ภาษีอากรที่ค้างมีอยู่อย่างไร ก็ต้องเป็นไปตามกฎหมายที่มีบัญญัติไว้
                                                                        6
                            ิ
                        ค าพพากษาศาลฎีกา ที่ 8191/2557 คดีนี้ผู้ขอเฉลี่ยทรัพย์คือกรมสรรพากร ซึ่งมิใช่เจ้าหนี้ตาม
                                                                                  ่
                 ค าพิพากษา แต่กรมสรรพากรใช้สิทธิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพงมาตรา 290 วรรคสามซึ่ง
                                                                                         ิ
                 กรณีเจ้าหนี้ร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ของลูกหนี้ตามค าพพากษานั้น ประมวลกฎหมายวิธีพจารณาความแพง
                                                            ิ
                                                                                                       ่
                 มาตรา 290 วรรคสอง บัญญัติไว้ว่า ไม่ว่ากรณีใด ๆ ห้ามมิให้ศาลอนุญาตตามค าขอเช่นว่านี้ เว้นแต่ศาล
                 เห็นว่าผู้ยื่นค าขอไม่สามารถเอาช าระได้จากทรัพย์สินอน ๆ ของลูกหนี้ตามค าพพากษา หมายความว่า ในการขอ
                                                           ื่
                                                                              ิ
                 เฉลี่ยทรัพย์นั้นหากผู้ร้องน าสืบได้ว่าขณะที่ผู้ร้องยื่นค าร้องขอเฉลี่ยทรัพย์สินของลูกหนี้ตามค าพพากษา
                                                                                                 ิ
                                                       ี
                 ไม่พอช าระหนี้ของผู้ร้องได้โดยสิ้นเชิงก็ย่อมเพยงพอที่จะยื่นค าร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ได้แล้ว แม้ผู้ร้องมีนาย ป.
                 มาเป็นพยานเบิกความเพยงปากเดียว แต่พยานปากนี้เป็นผู้ด าเนินการเร่งรัดภาษีอากรค้างของจ าเลยมา
                                      ี
                 โดยตลอดและได้เบิกความถึงการตรวจสอบไปยังส านักงานที่ดินแล้ว ไม่ปรากฏว่าจ าเลยมีชื่อเป็นผู้ถือ
                 กรรมสิทธิ์ในที่ดิน ส่วนสิทธิเรียกร้องในเงินฝากธนาคารของจ าเลย ผู้ร้องก็ได้ท าการอายัดมาช าระหนี้ภาษี
                 อากรค้างได้เพยง 8,374.32 บาทเท่านั้น ไม่พอช าระหนี้ภาษีอากรที่ค้างช าระผู้ร้องเป็นเงินถึง
                              ี
                 2,715,804.95 บาท โดยสิ้นเชิง เมื่อขณะที่ผู้ร้องยื่นค าร้องขอเฉลี่ยทรัพย์คดีนี้ไม่ปรากฏว่าจ าเลยยังมี
                 ทรัพย์สินอย่างอนที่ผู้ร้องสามารถน ามาช าระหนี้ค้างช าระได้อก ถือได้ว่าขณะที่ผู้ร้องยื่นค าร้องขอเฉลี่ย
                                                                     ี
                               ื่
                 ทรัพย์คดีนี้ผู้ร้องไม่สามารถเอาช าระหนี้จากทรัพย์สินอนของจ าเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามค าพพากษา
                                                                  ื่
                                                                                                 ิ
                 ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวแล้ว ผู้ร้องจึงมีสิทธิขอเฉลี่ยในทรัพย์สินที่โจทก์น าเจ้าพนักงานบังคับ
                                      7
                 คดียึดและอายัดในคดีนี้ได้
                        ดังนี้จะเห็นได้ว่าเจ้าพนักงานภาษีอากรผู้ท าการยึดหรืออายัดทรัพย์ไว้ก่อน มิได้ท าให้เกิดสิทธิใน

                 การยึดหรืออายัดอย่างเด็ดขาด เจ้าหนี้ตามค าพิพากษาสามารถยึดหรืออายัดทรัพย์ที่เจ้าพนักงานภาษีอากร
                 ได้ยึดหรืออายัดไว้ก่อนได้ ไม่เป็นการยึดซ้ า ท าให้เจ้าพนักงานภาษีอากรที่ยึดหรืออายัดทรัพย์ไว้ก่อนใน
                 ระหว่างที่ยังขายทอดตลาดทรัพย์สินไม่ได้ ต้องคอยตรวจสอบว่าทรัพย์สินที่ได้ยึดหรืออายัดไว้ได้ถูกเจ้าหนี้

                                                    ื่
                 ตามค าพพากษาอนยึดหรืออายัดไว้ในคดีอนหรือไม่ด้วย เพอจะได้ยื่นค าร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ภายในก าหนด
                                ื่
                        ิ
                                                                  ื่
                 ระยะเวลาตามกฎหมาย
                               4.3 ผู้ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดในชั้นมาตรการทางปกครอง หากเกิดปัญหา
                 เจ้าของทรัพย์สิน (ผู้ค้างภาษีอากร) หรือบริวารมิได้ออกไปจากอสังหาริมทรัพย์นั้น ผู้ซื้อทรัพย์สินจะต้องไป
                 ฟ้องเป็นคดีเรื่องใหม่

                                               ิ
                        ตามประมวลกฎหมายวิธีพจารณาความแพง มาตรา 334 (มาตรา 309 ตรี เดิม) บัญญัติว่า
                                                             ่
                 เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีโอนอสังหาริมทรัพย์ที่ขายให้แก่ผู้ซื้อ หากทรัพย์สินที่โอนนั้นมีลูกหนี้ตาม
                     ิ
                 ค าพพากษาหรือบริวารอยู่อาศัย และลูกหนี้ตามค าพพากษาหรือบริวารไม่ยอมออกไปจากอสังหาริมทรัพย์
                                                            ิ
                 นั้น ผู้ซื้อชอบที่จะยื่นค าขอฝ่ายเดียวต่อศาลที่อสังหาริมทรัพย์นั้นตั้งอยู่ในเขตศาลให้ออกหมายบังคับคดี

                        6  ค าพิพากษาศาลฎีกาที่ 1094/2510
                        7
                          ค าพิพากษาศาลฎีกา ที่ 8191/2557
   220   221   222   223   224   225   226   227   228   229   230