Page 2340 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2340
๒๓๒๒
้
กุศล หรือเป็นอกุศล การปฏิบัติตามขอตกลงนั้นส่งเสริมคุณภาพชีวิตของคู่พิพาท หรือไม่ และเป็นข้อตกลง
ที่ฝ่าฝืนกฎหมาย หรือต่อศีลธรรมอันดี หรือไม่
ื่
การหาข้อตกลงที่สมดุลเพอแก้ไขความขัดแย้ง ผู้ประนีประนอมสามารถใช้วิธีการปรับลดความ
ต้องการที่เกินเลยของคู่พพาทเพอให้เกิดข้อตกลงที่รวมเอาความจ าเป็นที่เกิดประโยชน์แก่ทุกฝ่าย
ื่
ิ
โดยผู้ประนีประนอมอาจใช้วิธีการชี้ให้คู่พพาทพจารณาถึงความแตกต่างของข้อเสนอแต่ละฝ่าย พร้อมทั้งชี้
ิ
ิ
ั
ิ
ื่
ให้คู่พพาทตรวจดูว่ามีส่วนใดที่สามารถปรับลดลงได้บ้าง เพอให้เกิดข้อตกลงที่ตอบสนองความจ าเป็นอน
ึ
เป็นข้อสาระส าคัญไว้อย่างครบถ้วน โดยผู้ประนีประนอมพงตระหนักว่าข้อตกลงที่จะสร้างสันติได้อย่าง
แท้จริง คือ ข้อตกลงที่รวมเอาความจริง ความต้องการ และสิ่งที่ควรจะเป็นไว้อย่างสร้างสรรค์
3) การท าข้อตกลงที่ยุติธรรม เมื่อคู่พพาทร่วมกันหาข้อตกลงที่สมดุลเพอจัดการกับปัญหา
ื่
ิ
ข้อพพาทได้แล้ว หน้าที่ส าคัญต่อไปของผู้ประนีประนอมประการสุดท้าย คือ การช่วยคู่พพาทจัดท าสัญญา
ิ
ิ
ประนีประนอมยอมความ ในขั้นตอนนี้ผู้ประนีประนอมควรช่วยคู่พพาทตรวจดูสัญญาประนีประนอมยอม
ิ
ความในเบื้องต้นว่าถูกต้องตรงตามเจตนาของคู่พิพาท หรือไม่ และข้อตกลงดังกล่าวขัดต่อกฎหมาย หรือไม่
ิ
หากพบข้อตกลงส่วนใดยังไม่ตรงตามความต้องการที่แท้จริงของคู่พพาท หรือขัดต่อกฎหมาย
ิ
ผู้ประนีประนอมต้องอธิบายให้คู่พพาทเกิดความเข้าใจและช่วยกันปรับแก้ไขให้ถูกต้อง ทั้งนี้
ผู้ประนีประนอมอาจช่วยเติมข้อความในสัญญาประนีประนอมยอมความให้ครอบคลุมทุกประเด็นหา หรือ
ิ
ช่วยตัดข้อความที่อาจก่อให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติออกไป โดยข้อตกลงของคู่พพาทในแต่ละกรณีมี
ความแตกต่างกันไปตามสภาพแห่งปัญหาความต้องการ และกติกาสังคม จึงไม่อาจก าหนดเป็นรูปแบบได้
ตายตัว แต่ลักษณะข้อตกลงที่ดีต้องเหมาะสมกับสถานการณ์ และตอบสนองความต้องการของทุกฝ่ายได้
อย่างยุติธรรม เมื่อเห็นว่าสัญญาประนีประนอมยอมความถูกต้องครบถ้วน ผู้ประนีประนอมควรอานให้
่
ิ
ิ
คู่พพาทฟงก่อนลงลายมือชื่อ จากนั้นจึงมอบส าเนาสัญญาประนีประนอมยอมความให้คู่พพาทถือไว้
ั
ื่
คนละฉบับ เมื่อได้ข้อตกลงที่ทุกฝ่ายพอใจจึงน ามาลงในสัญญาประนีประนอมยอม เพอเสนอต่อศาลให้มี
ค าพิพากษาตามยอมต่อไป
บทสรุป
ุ
ุ
การใช้หลักพทธวิธีในการไกล่เกลี่ยข้อพพาทของผู้ประนีประนอมเป็นการน าหลักพทธวิธีไปปรับใช้
ิ
ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ความขดแย้ง เพื่อให้การไกล่เกลี่ยของผู้ประนีประนอมมีประสิทธิภาพในการยุติ
ั
ิ
ิ
ความขัดแย้งของคู่พพาทได้อย่างแท้จริง การใช้หลักพทธวิธีในการไกล่เกลี่ยข้อพพาทของผู้ประนีประนอม
ุ
ี
เป็นการเปลี่ยนวิธีการแก้ไขความขัดแย้งจากที่เคยเน้นการหาข้อตกลงเพอยุติข้อพพาท ซึ่งเป็นเพยงการ
ิ
ื่
รักษาที่อาการภายนอก เป็นเน้นส ารวจเหตุปัจจัยภายในของคู่พพาทที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง แล้วท าการ
ิ
ื่
ิ
้
ิ
แก้ไขที่เหตุปัจจัยภายในด้วยการเปิดมุมมองทางความคิดของคู่พพาทให้กว้างขึ้น เพอให้คู่พพาทหลุดพน
จากการครอบง าของอวิชชาเกิดสติรู้ตัวจนความคิดกลับมาเป็นสัมมาทิฏฐิ และร่วมกันคิดหาทางออก
ุ
ร่วมกันด้วยเหตุผล ซึ่งเป็นการตรวจรักษาที่สาเหตุของโรคตามแนวคิดทางพทธศาสนา

