Page 2337 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2337
๒๓๑๙
1) การลดโลภะ ผู้ประนีประนอมสามารถลดความโลภ หรือความติดยึดในผลประโยชน์ของ
ิ
ิ
คู่พพาทได้ ด้วยการชี้ให้คู่พพาทแต่ละฝ่ายเห็นว่าข้อเรียกร้องของตนเกินเลยจากความจ าเป็นไป อย่างไร
และการชี้ให้คู่พิพาทพิจารณาถึงคุณค่าด้านอื่นนอกจากผลประโยชน์ทางวัตถุ โดยการเปรียบเทียบให้เห็นว่า
ี
การท าข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายได้ประโยชน์ ดีกว่าการยึดถือเพยงผลประโยชน์เฉพาะหน้าซึ่งต้องแลกมาด้วย
ุ
ุ
ความรู้สึกเป็นศัตรูและความหวาดระแวงกัน อย่างไร ตัวอย่างหลักพทธวิธีในการลดโลภะ ที่พระพทธเจ้า
ทรงใช้ในการไกล่เกลี่ยที่ชัดเจน คือ กรณีสงครามแย่งน้ าจากแม่น้ าโรหิณีของเหล่าพระญาติที่พระองค์ทรง
ตั้งค าถามเชิงเปรียบเทียบคุณค่ากับเหล่ากษัตริย์ว่า “ระหว่างน้ ากับกษัตริย์” อย่างไหนมีราคามากกว่ากัน
้
กษัตริย์ทั้งสองฝ่ายต่างเห็นพองกันว่ากษัตริย์ย่อมมีราคามากกว่าน้ า พระองค์จึงตั้งค าถามเชิงรุกต่อไปว่า
ี
การที่ท่านทั้งหลายก าลังจะท าให้เหล่ากษัตริย์ซึ่งมีราคามาก ต้องฉิบหายเพยงเพราะน้ าที่มีราคาน้อย
ั
เป็นสิ่งที่สมควรท าแล้วหรือ เหล่ากษัตริย์เมื่อได้ฟงจึงพากันนิ่งเงียบ เกิดสติคิดได้ว่าการท าสงครามกัน
เพราะเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ได้ไม่คุ้มเสีย ความอยากที่จะท าสงครามหมดไปจากจิตใจของเหล่ากษัตริย์
ื่
2) การลดโทสะ ผู้ประนีประนอมสามารถพดเพอลดความโกรธ หรือความเกลียดชังของ
ู
คู่พิพาทได้ ด้วยการชี้ให้คู่พพาทเห็นโทษของความโกรธว่าหากคู่พพาทปล่อยให้ความโกรธครอบง าจิตใจจะ
ิ
ิ
ั
ท าให้ปัญหาข้อพพาทพฒนาลุกลามสร้างความเสียหายได้มากเพยงใด ทั้งการแสดงความโกรธจะไม่เกิด
ี
ิ
ื่
ู
ี
ิ
ประโยชน์แก่ฝ่ายใด การพดเพอให้คู่พพาทเข้าใจความรู้สึกของอกฝ่าย ด้วยการเอาใจเขามาใส่ใจเรา
ี
โดยการตั้งค าถามเชิงเปรียบเทียบว่าหากตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับคู่พพาทที่อกฝ่ายจะตัดสินใจอย่างไร
ิ
นอกจากนี้ ผู้ประนีประนอมควรชี้ให้คู่พพาทแต่ละฝ่ายเห็นว่า การกระท าของตนส่งผลต่อการแสดงออก
ิ
ิ
ื่
ี
ี
ของอกฝ่ายอย่างไร ทั้งนี้ เพอให้คู่พพาทตระหนักถึงแรงกดดันที่อกฝ่ายมีอยู่ เมื่อคู่พพาทได้รับรู้ข้อมูล
ิ
ี
จนเข้าใจความยากล าบากในการตัดสินใจของอกฝ่ายจะท าให้เกิดความเมตตาต่อกันขึ้น ตัวอย่างของ
พุทธวิธีการขจัดโทสะในการไกล่เกลี่ยของพระพทธเจ้าที่เห็นได้ชัด คือ กรณีความขัดแย้งของเหล่าพระญาติ
ุ
ิ
ฝ่ายศากยวงศ์และโกลิยวงศ์ ในสงครามแย่งน้ าจากแม่น้ าโรหิณี ที่ทรงชี้ให้คู่พพาทเห็นผลร้ายของ
ความขัดแย้งโดยการแสดงธรรมผ่านผันทนชาดก ว่าด้วยการผูกเวรของรุกขเทวดาตนหนึ่งกับหมีตัวหนึ่งที่
ทะเลาะกันอย่างต่อเนื่องจนสุดท้ายต้องวอดวายไปด้วยกัน ไม้ตะคร้อที่รุกขเทวดาอาศัยกลายเป็นล้อเกวียน
โดยมีหนังหมีผู้จองเวรหุ้มอยู่ และลฏุกิกชาดก ว่าด้วยคติของคนมีเวร เป็นการแสดงแง่คิดเกี่ยวกับการ
ิ
เอาชนะซึ่งกันและกัน ว่าจะน ามาซึ่งความหายนะแก่ชีวิตตน และการไกล่เกลี่ยข้อพพาทกรณีความขัดแย้ง
ี
ของพระภิกษุเมืองโกสัมพที่ทรงชี้ให้พระวินัยธรและธรรมธรตระหนักถึงความเสียหายจากความขัดแย้งว่า
ี
ี
หากทั้งสองฝ่ายไม่ยอมเจรจาหาทางออกร่วมกันจะเกิดความแตกแยกในหมู่สงฆ์เมืองโกสัมพ และอกกรณี
ความขัดแย้งที่เห็นได้ชัดเจน คือ กรณีความขัดแย้งของพระเจ้าวิฑูฑภะกับเจ้าศากยะ พระองค์ก็ทรงใช้
หลักพทธวิธีการลดอกุศลมูลที่คล้ายกัน ด้วยการเสด็จไปรอในเส้นทางที่พระเจ้าวิฑูฑภะต้องเดินทัพผ่าน
ุ
และทรงเลือกประทับนั่งใต้ต้นไม้ที่มีร่มเงาโปร่ง เมื่อพระเจ้าวิฑูฑภะเสด็จผ่านมาเห็น จึงทูลถามว่าเหตุใด
ุ
พระพทธองค์จึงไม่ประทับนั่งใต้ต้นไม้ที่มีร่มเงาทึบจะได้ไม่ร้อน พระองค์ทรงตอบพระเจ้าวิฑูฑภะไปว่าขึ้น

