Page 2381 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2381
๒๓๖๖
ปี ๒๕๖๓ มีค าร้องขอปล่อยชั่วคราวยื่นมาทั้งหมด ๒๓๗,๘๗๕ ค าร้อง ศาลมีค าสั่งอนุญาต ๒๑๗,๐๙๔ ค าร้อง
(๖)
คิดเป็นร้อยละ ๙๑.๒๖ ไม่อนุญาต ๒๐,๗๘๑ ค าร้อง คิดเป็นร้อยละ ๘.๗๔ จะเห็นได้ว่าในแต่ละปี
ี
ศาลมีค าสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวเพยงร้อยละ ๖ ถึงร้อยละ ๘ ของค าร้องขอปล่อยชั่วคราว
ที่ยื่นมาทั้งหมดเท่านั้น หากมองภาพรวมการปล่อยชั่วคราวดังกล่าวอย่างผิวเผินอาจท าให้เข้าใจไปได้ว่า
ศาลสามารถคุ้มครองสิทธิเสรีภาพขั้นพนฐานของผู้ต้องหาหรือจ าเลยได้ตามกฎหมายในระดับที่น่าพอใจแล้ว
ื้
ี
แต่เมื่อมองอย่างละเอยดจะพบว่าในจ านวนผู้ต้องหาหรือจ าเลยกว่าร้อยละ ๙๐ ที่ได้รับอนุญาตให้
ปล่อยชั่วคราวนั้น ส่วนใหญ่เป็นการอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวแบบมีหลักประกันแทบทั้งสิ้น โดย
หลักประกันที่น ามาใช้ขอปล่อยชั่วคราวจะมีมูลค่าแตกต่างกันไปในแต่ละคดีตามความหนักเบาแห่งข้อหา
ก่อให้เกิดภาระแก่ผู้ต้องหาหรือจ าเลยที่จะต้องไปหาเงินหรือทรัพย์สินที่น ามาใช้เป็นหลักประกัน หากเป็น
็
ั
ผู้ต้องหาหรือจ าเลยที่มีฐานะกคงไม่ล าบากในการหาหลักประกนมาวางศาล แต่ส าหรับคนยากจนที่ไม่อยาก
ถูกขังก็ต้องไปหยิบยืม กู้หนี้ยืมสินยอมเสียดอกเบี้ยในราคาแพง หรือต้องไปเช่าหลักทรัพย์จากนายประกันอาชีพ
ผู้เขียนเคยสอบถามผู้ต้องหาในคดีที่ศาลเรียกหลักประกัน ส่วนใหญ่นายประกันอาชีพมักจะเรียกค่าเช่า
ั
หลักประกันในอตราร้อยละ ๑๐ ของวงเงินประกันที่ศาลก าหนด เช่น หากศาลเรียกหลักประกันในวงเงิน
๓๐๐,๐๐๐ บาท ก็ต้องเสียค่าเช่าหลักประกันจากนายประกันอาชีพ ๓๐,๐๐๐ บาท เงินจ านวนดังกล่าว
ไม่สามารถเรียกคืนได้ แม้คดีนั้นผู้ต้องหาหรือจ าเลยจะไม่ได้ผิดเงื่อนไขในการปล่อยชั่วคราวก็ตาม ปัจจุบัน
ิ
แม้จะมีการรับประกันภัยอสรภาพผู้ต้องหาหรือจ าเลยของบริษัทประกันภัย แต่ก็ยังต้องเสียเงินช าระเบี้ย
ประกันภัยอยู่ดี กลายเป็นว่าเพยงแค่เริ่มต้นกระบวนการยุติธรรมทางอาญาในทันทีที่ตกเป็นผู้ต้องหา
ี
ิ
หรือจ าเลยก็ต้องดิ้นรนหาเงินหรือทรัพย์สินมาใช้แลกกับอสรภาพในระหว่างศาลยังไม่มีค าพพากษา
ิ
ยังไม่นับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในระหว่างการด าเนินคดี ยิ่งไปกว่านั้นยังมีผู้ต้องหาหรือจ าเลย
ี
อกกลุ่มหนึ่งตามที่ได้กล่าวไว้แล้วข้างต้นคือผู้ต้องหาหรือจ าเลยที่ไม่เคยได้รับแม้แต่โอกาสในการยื่นค าร้อง
ขอปล่อยชั่วคราวเลย ช่วงเวลาที่ผ่านมาศาลยังไม่เคยมีการเก็บสถิติว่าในแต่ละปีมีผู้ต้องหาหรือจ าเลย
ที่ไม่เคยยื่นค าร้องขอปล่อยชั่วคราวเนื่องจากไม่มีเงินหรือทรัพย์สินที่จะใช้เป็นหลักประกนมีจ านวนมากน้อย
ั
เพยงใด ราวกับว่าผู้ต้องหาหรือจ าเลยเหล่านี้เป็นกลุ่มคนที่ถูกลืม การเก็บตัวเลขสถิติเฉพาะผู้ต้องหาหรือ
ี
ื้
จ าเลยที่ยื่นค าร้องขอปล่อยชั่วคราว ย่อมไม่อาจสะท้อนภาพรวมของการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพขั้นพนฐาน
ของผู้ต้องหรือจ าเลยได้อย่างแท้จริง การที่ศาลใช้ปัจจัยทางด้านทรัพย์สินมาเป็นหลักส าคัญในการ
พจารณาสั่งค าร้องขอปล่อยชั่วคราว จึงส่งผลกระทบอย่างมากต่อผู้ต้องหาหรือจ าเลยที่มีฐานะยากจน
ิ
ทางปฏิบัติในอดีตที่ผ่านมาก็เป็นที่เห็นได้ว่าล าพังการใช้หลักประกันแต่เพียงอย่างเดียวไม่อาจเหนี่ยวรั้งมิให้
ผู้ต้องหาหรือจ าเลยหลบหนีได้เสมอไป ดังจะเห็นได้จากส านวนบังคับคดีนายประกันของศาลก็ไม่ได้ลดลง
แต่อย่างใด และที่ส าคัญหลักประกันยังไม่อาจท าหน้าที่ป้องกันภัยอนตรายหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
ั
จากการปล่อยชั่วคราวได้ แต่ในทางกลับกันหลักประกันกลับสร้างภาระความเดือดร้อนแก่ผู้ต้องหาหรือ
จ าเลยที่เป็นคนยากคนหรือคนไร้ญาติขาดมิตรอย่างแสนสาหัสผู้ต้องหาหรือจ าเลยบางคนที่ไม่มีหลักประกัน
ก็จ าต้องยอมจ านนถูกขังไว้ในระหว่างถูกด าเนินคดี
(๖) ที่มา ส านักแผนงานและงบประมาณ ส านักงานศาลยุติธรรม

