Page 2403 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2403

๒๓๘๘

                 สถิติการติดตามจับกุม


                         ผู้ต้องหาหรือจ าเลยที่หลบหนีถูกเจ้าพนักงานต ารวจหรือเจ้าพนักงานต ารวจศาลติดตามจับกุม
                 กลับมาได้  ๒๕๕  คน  คิดเป็นร้อยละ ๔๗.๘๔  จากจ านวนผู้หลบหนีทั้งหมด  แยกเป็น


                         การติดตามจับกุมผู้หลบหนีการปล่อยชั่วคราวแบบมีหลักประกัน ๑๖๐  คน  คิดเป็นร้อยละ ๕๗

                         การติดตามจับกุมผู้หลบหนีการปล่อยชั่วคราวแบบไม่มีหลักประกัน ๙๕  คน  คิดเป็นร้อยละ ๓๗


                         ตามที่ได้กล่าวไว้แล้วข้างต้นว่าศาลจังหวัดกาญจนบุรีได้น ามาตรการในการติดตามจับกุมมาใช้

                 ในทันทีนับตั้งแต่ทราบว่าผู้ต้องหาหรือจ าเลยหลบหนี  ท าให้สามารถติดตามผู้หลบหนีกลับมาได้
                 เกือบครึ่งหนึ่งของจ านวนผู้หลบหนี  มีข้อสังเกตว่าในกรณีผู้หลบหนีการปล่อยชั่วคราวแบบมีหลักประกัน

                 มีการติดตามจับกุมกลับมาได้ถึงร้อยละ ๕๗ ส่วนผู้หลบหนีการปล่อยชั่วคราวแบบไม่มีหลักประกัน  มีการ

                 ติดตามจับกุมกลับมาได้ร้อยละ  ๓๗  สาเหตุที่จ านวนการติดตามจับกุมผู้หลบหนีการปล่อยชั่วคราวแบบ
                 มีหลักประกันมีมากกว่าการติดตามจับกุมในกรณีศาลปล่อยชั่วคราวแบบไม่มีหลักประกัน  เนื่องจาก

                 ในกรณีที่ศาลปล่อยชั่วคราวแบบมีหลักประกัน  เมื่อมีการหลบหนีศาลจะต้องบังคับคดีแก่หลักประกันที่
                 น ามาวางต่อศาล  กรณีดังกล่าวนายประกันจะเป็นบุคคลที่มีบทบาทในการช่วยติดตามตัวผู้ต้องหาหรือ

                                  ื่
                 จ าเลยมาส่งศาล  เพอที่จะขอให้ศาลงดหรือลดค่าปรับให้  ศาลจึงแทบไม่ต้องด าเนินการใดในมาตรการ
                 ติดตามจับกุม  เนื่องจากมีนายประกันซึ่งเป็นบุคคลที่จะต้องเดือดร้อนจากการที่ผู้ต้องหาหรือจ าเลย
                 หลบหนีท าหน้าที่ช่วยศาลในการรีบด าเนินการติดตามจับกุมอยู่แล้ว  ดังนี้  จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ตัวเลข

                 การติดตามจับกุมในกรณีที่ศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวแบบไม่มีหลักประกันจะน้อยกว่าการติดตามจับกุม

                 ในกรณีที่ศาลปล่อยแบบมีหลักประกัน  เนื่องจากศาลไม่มีนายประกันคอยช่วยติดตามตัวผู้ต้องหาหรือ
                 จ าเลยมาส่งศาล  ศาลจึงต้องใช้มาตรการในการติดตามจับกุมตามพระราชบัญญัติมาตรการก ากับและติดตาม

                 จับกุมผู้หลบหนีการปล่อยชั่วคราวโดยศาล พ.ศ. ๒๕๖๐ โดยการใช้เงินรางวัลและสินบนตามกฎหมายดังกล่าว
                 เป็นเครื่องมือในการจูงใจให้เจ้าพนักงานต ารวจช่วยเหลือในการติดตามจับกุม  หรือให้เจ้าพนักงานต ารวจศาล

                 ด าเนินการติดตามจับกุม  ซึ่งศาลจังหวัดกาญจนบุรีก็สามารถจับกุมผู้ต้องหาหรือจ าเลยที่หลบหนีการปล่อยชั่วคราว

                 แบบไม่มีหลักประกันกลับคืนมาได้ถึงร้อยละ  ๓๗  แสดงให้เห็นว่าศาลจังหวัดกาญจนบุรีได้น ามาตรการ
                 ติดตามจับกุมมาใช้บังคับเพอให้เกิดประสิทธิภาพและรักษาไว้ซึ่งความสงบสุขของสังคมและความศักดิ์สิทธิ์
                                       ื่
                 ของกฎหมาย


                 ข้อสังเกตเกี่ยวกับปัจจัยที่ศาลพึงน ามาใช้ในการพิจารณาสั่งค าร้องใบเดียว

                              ิ
                         หากพจารณาในทางความเป็นจริงคงไม่มีปัจจัยข้อใดที่จะบ่งชี้ให้เห็นศาลเห็นว่าหากดูจากปัจจัย
                 ดังกล่าวแล้วจะสามารถตอบได้ว่าผู้ต้องหาหรือจ าเลยจะหลบหนีหรือไม่  การปล่อยชั่วคราวในทุกคดี
                                                          ิ
                 ล้วนมีความเสี่ยงที่ผู้ต้องหรือจ าเลยจะหลบหนี ผู้พพากษาที่ปฏิบัติหน้าที่ในการสั่งค าร้องขอปล่อยชั่วคราว
                                                                                        ิ
                 จึงต้องอาศัยประสบการณ์จากการศึกษาส านวนการปล่อยชั่วคราว  ในอดีตเมื่อผู้พพากษาสั่งอนุญาต
                                                                                          ิ
                 ให้ปล่อยชั่วคราวไปแล้ว  หากไม่ได้ติดตามผลการปล่อยชั่วคราวด้วยตนเอง  ตัวผู้พพากษาก็แทบจะ
                 ไม่มีทางทราบได้เลยว่าส านวนที่ตนเองสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวไปนั้น ผู้ต้องหรือจ าเลยหลบหนีหรือไม่
   2398   2399   2400   2401   2402   2403   2404   2405   2406   2407   2408