Page 2453 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2453

๒๔๓๘



                                                            ิ
                                                                        
                 โอกาส จะกลับมารับการบังคับคดีใหเปนไปตามคําพพากษาในระหวางกระบวนพิจารณาขั้นใดก็ได และขอ ๑๔
                                           ่
                                              
                                 ุ
                       ั
                      ่
                             
                            ิ
                                                                                         ิ
                                                                                               
                                                                                                  
                                                                               
                                                    
                                                                     
                                                                            ิ
                 (๒) ทีบญญัตวา บคคลทุกคนซึงตองหาวากระทําผิดอาญา ตองมีสิทธไดรับการสันนษฐานวาเปนผูบริสุทธ    ิ์
                 จนกวาจะพิสูจนไดวากระทําผิดตามกฎหมาย ในระบบนตธรรมมีหลักการสําคัญประการหน่งคือศาลมีหนาที่
                                 
                                                                                                         
                                                                                              ึ
                                                                ิ
                                                                 ิ
                 ตองคุมครองสิทธเสรีภาพของปจเจกชน เมือแนวความคิดที่วาผูตองหาหรือจําเลยไดรับขอสันนษฐานวาเปน
                                                                    
                                                                                                 ิ
                      
                                                                                                       
                                                                                        
                                                                                                          
                                                                      
                                                     ่
                               ิ
                 ผูบริสุทธ์จนกวาจะพิสูจนไดวากระทําผิดกฎหมาย (Presumption of  Innocent) รัฐจึงไมมีความชอบธรรมที ่
                        ิ
                 จะควบคุมบุคคลดังกลาวระหวางการพิจารณาคดี การควบคุมจะทําไดเฉพาะกรณปองกันการหลบหนี หรืออาจ
                                                                                   ี
                 กอภัยอันตรายประการอื่นหรือจะไปยุงเหยิงกับพยานหลักฐานเทานน
                                                                        ั้
                                                               ั
                                                      ั
                                            
                                                                                                      
                                                                                                   
                                                                                             ิ
                         สําหรับประเทศไทยไดรับแนวคิดดงกลาวมาบญญัตไวในรัฐธรรมนญโดยมีบทสันนษฐานวาผูตองหา
                                                                    ิ
                                                                      
                                                                                ู
                                                                                                       
                                                                                            
                                     ์
                                                  
                                                    
                                     ิ
                 หรือจําเลยเปนผูบริสุทธจนกวาจะพิสูจนไดวากระทําผิดกฎหมาย การควบคุมหรือคุมขังผูตองหาหรือจําเลยให
                                                                ๒๔
                                         ื
                 กระทําไดเพียงเทาที่จําเปนเพ่อปองกันมิใหมีการหลบหน24  และตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
                                                               ี
                                                                                       
                                            ั
                                                                            ั
                                                                            ่
                              ่
                 มาตรา ๑๐๗ ทีบญญัตใหเจาพนกงานหรือศาลรีบสังคํารองขอปลอยชวคราว และผูตองหาหรือจําเลยทุกคน
                                                                                        
                               ั
                                      
                                                            ่
                                    ิ
                                              ั
                 พึงไดรับอนญาตใหปลอยชวคราว อนเปนการยืนยันถึงแนวคิด Presumption of Innocent  ของระบบ
                     
                          ุ
                                       ั่
                 กฎหมายไทย
                         ๒. แนวคิดและทฤษฎีสิทธิเด็ก
                                                                                                          ิ
                                 ี้
                                                         ุ
                                                                                       ิ
                         แนวคิดนมีรากฐานมาจากหลักสิทธมนษยชนอยางหน่งทีวามนษยทุกคนเกดมาเทาเทียมกน มีสิทธที  ่
                                                      ิ
                                                                         
                                                                        ่
                                                                               
                                                                             ุ
                                                                                                   ั
                                                                      ึ
                           ู
                 จะมีชีวิตอย มีสิทธิไดรับความคุมครองตามกฎหมายตอมามีอนุสัญญาวาดวยสิทธิเด็ก ( Convention on the
                           
                 Rights  of the Child) ค.ศ. ๑๙๘๙ ซึ่งไทยเปนภาคีสมาชิกในอนุสัญญาดังกลาวโดยไดลงนามภคยานุวัติเมื่อ
                                             ุ
                                                                         ็
                                                    ั
                 วันที่ ๑๒ กุมภาพันธ ๒๕๓๕ ในอนสัญญาดงกลาวใหคํานิยามของ “เดก” วา หมายถึงบุคคลที่มีอายุต่ํากวา ๑๘ ป
                                                                       ๒๕
                 เวนแตจะบรรลุนิติภาวะกอนหนาน้นตามกฎหมายที่ใชบังคับ 25  อนุสัญญานี้ถือวาเด็กเปนองคประธาน
                       
                   
                                        
                                                ั
                                         ๒๖
                                                                   ้
                 (Subject) ของสิทธิเสรีภาพ 26  ตามอนุสัญญานี้มีหลักการพืนฐาน ๔ ประการ คือ ๑,หามเลือกปฏิบัติตอเด็ก
                                       
                                                                                        ื
                                                                                
                                         ็
                 และการใหความสําคัญแกเดกทุกคนเทาเทียมกนโดยไมคํานึงถึงความแตกตางเรื่องเช้อชาต สีผิว เพศ ภาษา
                          
                                                         ั
                                                                                             ิ
                 ศาสนา ความคิดเห็นทางการเมือง ชาติพันธ สังคมหรือทรัพยสิน ๒. การกระทําหรือการดําเนินการทังหลาย
                                                      ุ
                                                                    
                                                                                                      ้
                 ตองคํานงถึงประโยชนสูงสุดของเด็กเปนอันดับแรก ๓. สิทธิการมีชวต การอยรอด และพฒนาการดานจิตใจ
                  
                                                                         ี
                                                                          ิ
                                                                                            ั
                                                                                  ู
                                                                                                     
                                    
                                                 
                        ึ่
                                           ิ
                                                                                            ั
                                                                                                          ั
                                                                                                          ้
                                                                      ็
                                                               ็
                                                                                
                 อารมณและสังคม และ ๔. สิทธในการแสดงความคิดเหนของเดกและการใหความสําคัญกบความคิดเหลานน
                                                                                       ่
                                                                                        
                                                                                                      ้
                                                  
                 แตหลักใหญใจความ คือ หลักประโยชนสูงสุดของเดกตามทีบญญัตไวในขอ ๓ (๑) ทีวาในการกระทําทังปวงที ่
                   
                                                            ็
                                                                    ั
                                                                  ่
                                                                        ิ
                 เก่ยวกับเด็ก ไมวาจะกระทําโดยสถาบันสังคมสงเคราะหของรัฐหรือเอกชน ศาลยุติธรรม หนวยงานฝายบริหาร
                   ี
                                                              
                 หรือองคกรนิติบัญญัติ ผลประโยชนของเด็กเปนสิ่งที่ตองคํานึงถึงเปนอันดับแรก สําหรับหลักประโยชนสูงสุด
                                                                                                          
                                                 ้
                                            ิ
                                                     ั
                                                 ั
                      ็
                 ของเดกเก่ยวกับกระบวนการยตธรรมนน บญญัตไววา สิทธของเดกทุกคนทีถูกกลาวหา ตงขอหาหรือถูกถือวา
                                          ุ
                         ี
                                                                               ่
                                                                       ็
                                                                                           ้
                                                                                           ั
                                                            
                                                           
                                                                  ิ
                                                          ิ

                 ๒๔
                    รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๒๙ วรรคสองและวรรคสาม.
                 ๒๕
                    อนุสัญญาวาดวยสิทธิเด็ก ค.ศ. ๑๙๘๙ ขอ ๑.
                 ๒๖
                                
                    จรัญ โฆษณานันท, อางแลว, หนา ๓๘๐.
   2448   2449   2450   2451   2452   2453   2454   2455   2456   2457   2458