Page 2452 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2452
๒๔๓๗
ี
แนวคิดและทฤษฎเกี่ยวกับการปลอยชั่วคราวที่ผูตองหาหรือจําเลยเปนเด็กหรือเยาวชน
๑. แนวคิดและทฤษฎีสิทธิการปลอยชั่วคราว
สิทธิการปลอยชั่วคราวผูตองหรือจําเลยมีพื้นฐานแนวคิดมาจากหลักสิทธิมนุษยชน (Human Rights)
ุ
่
่
ิ
ุ
ํ
ื
้
ิ
่
ิ
ซึงมีหลักการสําคัญ ๒ ประการ คือหลักสิทธมนษยชนทีถือวามนษยยอมมีสิทธ เสรีภาพ มีอสระทีจาเปนพนฐาน
ิ
ี
ิ์
ุ
ิ
ิ
ในชวต และหลักสิทธตามธรรมชาต (Natural Rights) ที่ถือวามนษยทุกคนเกิดมายอมมีศักดศรีความเปนมนษย
ุ
ิ
ิ
ู
สิทธิที่จะมีชีวิตอย สิทธิในรางกาย สิทธในทรัพยสิน ตดตัวมาแตเกิด ไมอาจพรากไปจากมนุษยแตละคนได
แนวคิดทั้งสองนเปนแนวคิดของสํานักกฎหมายธรรมชาติ (Natural Law) ที่ยึดถือวากฎหมายตองสอดคลองกับ
ี้
ุ
ิ
ุ
ิ
ิ
ิ
ความเปนธรรม สิทธของปจเจกชน ตองเคารพคุณคาของบคคล สิทธมนษยชนและสิทธตามธรรมชาตไดมี
การประกาศรับรองไวในปฏิญญาสากลวาดวยสิทธิมนุษยชน (Universal Declaration of Human Rights)
ุ
ิ
ิ
ุ
ค.ศ. ๑๙๔๘ โดยในคําปรารภในปฏญญาสากลวาดวยสิทธมนษยชนตอนหนงวา ดวยเหตทีการยอมรับศักดศรี
์
ิ
่
่
ึ
ุ
ิ
ั
ุ
โดยกาเนดและสิทธซึงเสมอกนและไมอาจโอนแกกนไดของมนษย อนเปนรากฐานแหงเสรีภาพและความยตธรรม
ั
ํ
ั
ิ
่
ิ
และสันติภาพในโลก ดวยเหตุแหงการเมินเฉยและดูหมิ่นเหยียดหยามสิทธิมนุษยชนไดกอใหเกิดการอันปาเถื่อน
ุ
่
ุ
โหดรายทารุณซึงเปนการละมิดมโนธรรมแหงมนษยชาตอยางรายแรง และโดยเหตทีไดมีการประกาศปฏญญา
่
ิ
ิ
ื
ุ
สูงสุดแหงสามัญชนวาถาถึงวาระแหงโลกแลวที่มนษยจะมีเสรีภาพในการพูดและในการเชอถือ รวมทั้งมี
่
เสรีภาพจากความกลัวและความตองการ ถาดวยเหตุจําเปนมนุษยชนควรไดรับความคุมครองโดยนติธรรม
ิ
ึ
ถาไมพึงประสงคใหมนุษยตองถูกบีบบงคับใหหาทางออกโดยการกอกบฏตอทรราชและการกดขีอันเปนที่พ่ง
ั
่
๒๑
แหงสุดทาย 21 สําหรับสิทธิในการปลอยชั่วคราวนั้นขอ ๑๑ (๑) ที่บัญญัติวาบุคคลทุกคนที่ถูกกลาวหาวาดวย
ิ
์
ิ
่
ความผิดทางอาญา มีสิทธิทีจะไดรับการสันนษฐานไวกอนวาบริสุทธจนกวาจะมีการพิสูจนวามีความผิดตาม
กฎหมาย ในการพจารณาคดีโดยเปดเผย ณ ที่ซึ่งตนไดรับหลักประกันทั้งหมดที่จําเปนในการตอสูคด
ิ
ี
ี
้
ิ
ุ
คําประกาศปฏญญาสากลวาดวยสิทธมนษยชนนมีแนวคิดพ้นฐานมาจาก ๓ กระแสหลัก คือระบบกฎหมาย
ิ
ื
๒๒
ธรรมชาติ (Natural Law) แนวคิดรัฐนิยมของประเทศสังคมนยมและแนวคิดอานาจอธปไตย22 ที่แตละกระแส
ิ
ิ
ํ
็
กมีแนวคิดเปนของตนเอง ในแงของของกฎหมายระหวางประเทศถือวาปฏิญญาสากลเปนหลักการหรือบรรทัด
๒๓
ฐานเดดขาดของกฎหมายระหวางประเทศทั่วไป (Jus Cogens) 23 และกติการะหวางประเทศวาดวยสิทธิ
็
พลเมืองและสิทธทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights - ICCPR) ค.ศ. ๑๙๖๖
ิ
ิ
ุ
ํ
่
ขอ ๙ (๓) ทีบญญัตวาบคคลใดทีถูกจับกมหรือควบคุมตวในขอหาทางอาญา ยอมตองถูกนาตวไปศาลหรือ
่
ั
ั
ั
ุ
เจาหนาทีอ่นผูมีอานาจตามกฎหมายโดยพลันเพ่อที่จะมีการใชอํานาจทางตลาการและไดรับการพจารณาคด ี
ิ
ํ
ื
ุ
ื
่
ู
ภายในเวลาอันสมควรหรือมีการปลอยตัว มิใหถือเปนหลักทั่วไปวาจะตองคุมขังบุคคลผูอยระหวางพิจารณาคด ี
แตจะปลอยช่วคราวโดยอาจใหมีหลักประกนวาจะกลับมาปรากฏตัวในการพิจารณาคดีหรือกรณีจําเปนตาม
ั
ั
๒๑
คําปรารภปฏิญญาสากลวาดวยสิทธิมนุษยชน ค.ศ. ๑๙๔๘.
๒๒
ุ
จรัญ โฆษณานันท, สิทธิมนุษยชนไรพรหมแดน, พิมพครั้งที่ ๓, (กรงเทพฯ: นิติธรรม, ๒๕๕๙), ๓๗๐.
๒๓
เรื่องเดียวกัน, หนา ๓๑๑.

