Page 2528 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2528
๒๕๑๓
ิ
ี
ํ
๑. ในการอนญาตใหปลอยชวคราวผูตองหาหรือจาเลย ประมวลกฎหมายวธพจารณาความอาญา
ุ
ิ
่
ั
ู
่
่
่
ื
่
ี
่
ั
มาตรา ๑๐๘ วรรคทาย ใหอานาจศาลทีจะกาหนดเงอนไขเกยวกบทีอยของผูทีถูกปลอยชวคราว หรือ
่
ํ
ํ
ั
กําหนดเง่อนไขอนใดใหผูถูกปลอยช่วคราวปฏิบัติเพ่อปองกันการหลบหน หรือเพ่อปองกนภัยอนตรายหรือ
่
ื
ี
ื
ั
ั
ื
ั
ื
ิ
ั
ํ
่
็
ิ
ความเสียหายทีอาจเกดขึ้นจากการปลอยช่วคราวกได และพระราชบัญญัตมาตรการกากับและติดตาม
่
ั
ี
ํ
้
ั
ุ
ั
ู
จบกมผูหลบหนการปลอยชวคราวโดยศาล พ.ศ. ๒๕๖๐ ใหอานาจศาลที่จะแตงตงผูกากบดแลใหผูถูก
ั
ํ
่
ิ
ั
ั
ั
่
ื
ื
่
ิ
ั
ื
ปลอยชวคราวปฏบตตามเงอนไขเพอปองกนการหลบหน หรือเพอปองกนภยอนตรายหรือความเสียหายที ่
ั
ี
่
ั
ั
อาจเกิดขึ้น ซึ่งการกาหนดเง่อนไขดงกลาวเปนมาตรการสําคัญที่มีสวนชวยคุมครองสังคมใหไดรับความ
ํ
ื
ํ
ื
ปลอดภยมากยงขึ้น แตปรากฏวาศาลนาบทบญญัตดงกลาวมาใชไมมากนัก ดงน้น หากมีความจาเปนเพอ
ํ
่
ั
ั
ั
ิ
ิ่
ั
ั
ิ
ี
คุมครองสังคม เชน ในคดความผิดตอรางกาย ความผิดตอชวต ความผิดฐานกระทําความรุนแรงใน
ี
ั
ครอบครัว หรือผูถูกปลอยช่วคราวมีความเสี่ยงที่จะหลบหนี หรือกอภัยอันตรายซ้ําอีก ศาลควรกําหนด
่
ั
ั
ื
ื
่
ื
เงอนไขเพ่อปองกันการหลบหนี หรือเพอปองกันภยอนตรายหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการปลอย
่
ั
ู
ุ
่
ิ
ชวคราว เชน หามพบหรือเขาใกลผูเสียหาย หามยงเหยงกับพยานหลักฐาน หามออกจากทีอยอาศัย หามเขาไป
ุ
่
ั
ในสถานทีบางแหง หามคบหาสมาคมกบบคคลบางประเภท หามเดินทางออกนอกประเทศหรือออกนอก
ื้
พนที่ใดพนที่หนง ใหรายงานตัวตอผูกํากบดูแลหรือบุคคลที่ศาลกาหนด ใหเขารับคําปรึกษาหรือ
ึ่
ื้
ํ
ั
ื
การบําบัดรักษาความบกพรองทางรางกายหรือจิตใจ ใหเขารับการตรวจรางกายเพ่อหาสารเสพติด เปนตน
โดยแตงตั้งผูกํากับดูแลเพื่อสอดสองดแลใหผูถูกปลอยชั่วคราวปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกลาว
ู
ั
๒. ในการพิจารณาสั่งคํารองขอใหปลอยช่วคราว ระเบียบราชการฝายตุลาการศาลยุติธรรม
ั
่
ั
วาดวยการปลอยชวคราว พ.ศ. ๒๕๔๘ ผูตองหาหรือจําเลยอาจเสนอขอมูลหรือขอเท็จจริงเกยวกบสาเหต ุ
่
ี
้
ิ
และพฤตการณทีเกยวของกับการกระทําทีถูกฟองรอง รวมทังบคลิกลักษณะ นสัย สภาพทางรางกายและ
่
ุ
ิ
่
่
ี
ิ
ี
ั
ิ
จตใจ การศึกษา การประกอบอาชพการงาน ประวตการกระทําความผิดอาญา สภาพและฐานะของ
ครอบครัวและความสัมพนธกับบุคคลอ่นในสังคม เพ่อประกอบการพิจารณาสั่งคํารอง และศาลอาจมีคําสั่ง
ื
ั
ื
ื
ใหเจาพนกงานศาลชวยเหลือหรือใหคําแนะนาแกผูรองขอ รวมทังใหจดทํารายงานหรือความเหนเพอ
็
ั
่
ั
้
ํ
ิ
่
ิ
่
ิ
ั
ิ
ี
ประกอบการพจารณาสังคํารองตามทีบญญัตในประมวลกฎหมายวธพจารณาความอาญา มาตรา ๑๐๘
ิ
วรรคสอง แตในทางปฏบัตยงไมมีการรวบรวมขอมูลหรือขอเท็จจริงขางตนอยางเปนรูปธรรมเทาใดนก
ั
ิ
ั
โดยเฉพาะในการกําหนดเงอนไขใหผูถูกปลอยช่วคราวปฏิบติเพ่อปองกนการหลบหนี หรือเพอปองกันภัย
ั
่
ื
ั
ื
่
ื
ั
่
้
ิ
่
ั
ั
อนตรายหรือความเสียหายทีอาจเกดขึนจากการปลอยชวคราว เมือไมมีการรวบรวมขอมูลหรือขอเท็จจริง
่
ื
ิ
เสนอตอศาล ศาลก็ไมอาจกําหนดเง่อนไขไดอยางเหมาะสมและไดสัดสวนกับพฤตการณของผูถูกปลอย
้
ั
ชัวคราวเปนรายๆ ไป ดังนน ศาลจึงควรจัดใหมีการรวบรวมขอมูลจากการสอบถามเด็กหรือเยาวชน
่
ผูปกครอง รวมทั้งตรวจสอบประวัติของเด็กหรือเยาวชนจากกํานัน ผูใหญบาน ซึ่งอยในทองที่ทีเด็กหรือ
่
ู
่
ู
่
ํ
ํ
เยาวชนอาศัยอย และนาขอมูลหรือขอเท็จจริงมาใชในการประเมินความเสียง เพือนาเสนอผูพิพากษากอน
พิจารณาสั่งปลอยชั่วคราว

