Page 2560 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2560
๒๕๔๕
ประเทศตะวันตกได้มีการปฏิรูปการก าหนดโทษตั้งแต่ปี ๑๙๗๐ โดยมีวัตถุประสงค์ทรวมถงการจัด
ี่
ึ
โครงสร้างระบบการก าหนดโทษให้ได้สัดส่วน กับลดการใช้โทษจ าคุกและการลดจ านวนผู้ต้องขังในเรือนจ า
๑
การลงโทษที่ไม่ได้สัดส่วนในสหรัฐอเมริกาถือว่าขัดรัฐธรรมนูญ โดยมีแนวคิดว่า มาตรการทางอื่นแทนการ
๒
จ าคุกสามารถท าให้เป็นมาตรการที่มีประสิทธิภาพในการปฏิบัติต่อผู้กระท าผิดในชุมชนได้ ซึ่งเป็นผลดีแก่ทั้ง
๓
สองฝ่ายทั้งสังคมและผู้กระท าผิด วัตถุประสงค์การลงโทษในปัจจุบันมุ่งเน้นถึงการลงโทษเพอแก้ไขฟนฟ ู
ื้
ื่
และปรับปรุงพฤติกรรมเพอให้ผู้กระท าผิดกลับเข้าสู่สังคมได้เป็นหลัก การก าหนดโทษจึงต้องค านึงถึง
ื่
๔
ู
ื้
ระดับความร้ายแรงของการกระท าผิดได้สัดส่วนเหมาะสมกับโทษที่น ามาใช้ และการฟนฟผู้กระท าผิด
ื่
(Rehabilitation) ให้รู้ส านึกในความผิดของตนเพอส่งกลับคืนสู่สังคมอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการแก้ไข
ฟื้นฟูผู้กระท าผิดแต่ละรายนั้นต้องเลือกใช้โทษให้เหมาะสมแก่ผู้กระท าผิดเป็นรายบุคคล
1) ในทางปฏิบัติศาลมักก าหนดโทษโดยมุ่งเน้นให้ความส าคัญในเรื่องความเป็นเอกภาพเป็นส าคัญ
เนื่องจากผู้กระท าผิดลักษณะเดียวกันควรจะต้องได้รับการลงโทษเท่าเทียมกัน (Equality Principle)
อนเป็นไปตามหลักการทั่วไปที่ว่า บุคคลย่อมเสมอภาคกันต่อหน้ากฎหมาย (Equal Before the Law)
ั
ซึ่งหลักการนี้ได้รับการรับรองในกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ และกฎหมายภายในของประเทศ
๕
ี
ต่าง ๆ หากมีคดีที่ผู้กระท าผิดลักษณะเดียวกันในคดีหนึ่งได้รับการลงโทษแตกต่างจากอกคดีหนึ่งแล้ว
บุคคลที่ถูกลงโทษหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตลอดจนประชาชนซึ่งแม้ไม่มีความรู้ทางกฎหมายย่อมเกิดข้อสงสัย
ว่าน่าจะต้องมีคดีใดคดีหนึ่งที่ลงโทษอย่างไม่เหมาะสมหรือมีข้อผิดพลาด ในสหรัฐอเมริกาจึงมีหลัก
proportionality test คือ (๑) พิจารณาว่าผู้กระท าได้กระท าความผิดที่รุนแรงเพียงใด (๒) เปรียบเทียบกับ
ื่
คดีอนที่มีลักษณะการกระท าที่รุนแรงกว่าคดีนี้ ศาลในคดีนั้นลงโทษรุนแรงเพยงใด ศาลในคดีนี้ก็ควรจะ
ี
๑ ศุภกิจ แย้มประชา, “แนวทางการปฏิรูประบบก าหนดโทษอาญา (sentencing reform) ตามแผนการปฏิรูปประเทศ
ด้านกระบวนการยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔”, ดุลพาห กันยายน - ธันวาคม ๒๕๖๑, เล่มที่ ๓ ปีที่ ๖๕, หน้า ๑๑๘
๒ รัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐอเมริกา บทแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๘ การก าหนดค่าประกันเกินควร หรือปรับเกินควร และการ
ลงโทษที่ร้ายแรงทารุณหรือผิดปกติจะกระท ามิได้ (Excessive bail shall not be required, nor excessive fines
imposed, nor cruel and unusual punishments inflicted)
๓ United Nations Standard Minimum Rules for Non-custodial Measures (the Tokyo Rules) Convinced
that alternatives to imprisonment can be an effective means of treating offenders within the community to
the best advantage of both the offenders and society
๔ พรรนิภา พลศิลป์, “มาตรการเสริมโทษทางอาญา : ศึกษากรณีการให้ท างานบริการสังคม”, สืบค้นเมื่อ ๒๔ กรกฎาคม
๒๕๖๔, 487024.pdf (dpu.ac.th) , หน้า ๑๑๙
๕ ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ค.ศ. ๑๙๔๘ (Universal Declaration of Human Rights หรือ UDHR) ก าหนดว่า
“มนุษย์ทั้งหลายเกิดมามีอิสระและเสมอภาคกันในศักดิ์ศรีและสิทธต่างมีเหตุผลและมโนธรรม และควรปฏิบัติต่อกันด้วย
ิ
ิ
เจตนารมณ์แห่งภราดรภาพ” และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International
Covenanton Civil and Political Rights หรือ ICCPR) ก าหนดว่า “บุคคลทั้งปวงย่อมเสมอกันตามกฎหมาย และมีสิทธ ิ
ที่จะได้รับความคุ้มครองเท่าเทียมกันตามกฎหมายโดยปราศจากการเลือกปฏิบัติใด ๆ …”

