Page 2565 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2565

๒๕๕๐




                        ๒. กรณีพฤติการณ์ไม่ร้ายแรง  เป็นกรณีการกระท าผิดส่งผลกระทบต่อผู้เสียหายมากกว่ากระทบ
                 ต่อรัฐหรือสังคมส่วนรวม วัตถุประสงค์ในการลงโทษมักจะมุ่งเน้นฟนฟแก้ไขผู้กระท าผิด พร้อมกับเยียวยา
                                                                        ื้
                                                                           ู
                                                    ี
                 ผู้เสียหาย หากจะลงโทษจ าคุกก็อาจเป็นเพยงระยะสั้นซึ่งมีข้อเสียค่อนข้างมาก โทษที่น ามาใช้จึงน่าจะต้อง
                 ใช้มาตรการทางเลือกอนแทนโทษจ าคุกระยะสั้น ทั้งเมื่อการกระท าผิดมีผลกระทบต่อผู้เสียหายโดยตรง
                                    ื่
                 ศาลจึงมักพิจารณาว่าจ าเลยได้ชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้เสียหายอันเป็นการบรรเทาผลร้ายแห่งคดีแล้วหรือไม่




                            อย่างไรก็ดี หากค าพพากษาไม่มีรายละเอยดเพยงพอก็อาจท าให้ยากแก่การที่ประชาชนจะ
                                            ิ
                                                              ี
                                                                   ี
                 เข้าใจความแตกต่างกันได้ เช่น คดีเกี่ยวกับอาวุธปืน กรณีที่ไม่รอการลงโทษก็วินิจฉัยว่าเป็นพฤติการณ์
                                                                            ๑๘
                        ๑๗
                 ร้ายแรง  แต่เมื่อจะรอการลงโทษก็วินิจฉัยว่าพฤติการณ์ไม่ร้ายแรง  ซึ่งอาจท าให้สงสัยว่าความผิด
                 เกี่ยวกับอาวุธปืนถือเป็นความผิดร้ายแรงหรือไม่


                            ตามแผนการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๔ ซึ่งก าหนด
                 เป้าหมายในการปฏิรูประบบการก าหนดโทษอาญา ประเด็นปฏิรูปที่ ๔ การปรับกระบวนทัศน์ในการบริหาร

                 งานยุติธรรมเพอสร้างความปลอดภัยและความเป็นธรรมในสังคม หัวข้อที่ ๓ ปฏิรูประบบการก าหนด
                              ื่
                 โทษอาญาที่มีความเหมาะสม โปร่งใส เปิดรับการมีส่วนร่วมของผู้ที่เกี่ยวข้อง และมีความได้สัดส่วนกับ
                 ความร้ายแรงของความผิดมากขึ้น แสดงว่าการที่ศาลยุติธรรมก าหนดโทษโดยใช้บัญชีมาตรฐานโทษอย่าง

                                ี
                 เดียวน่าจะยังไม่เพยงพอ จึงเป็นเหตุให้มีการเรียกร้องตามแผนปฏิรูปประเทศดังกล่าว ซึ่งข้อเรียกร้องนั้น
                 สอดคล้องกับที่กลุ่มประเทศ common law คือ ประเทศสหรัฐอเมริกา องกฤษ เวลส์ และสกอตแลนด์
                                                                               ั
                 ได้ออกกฎหมายจัดให้มีคณะกรรมการก าหนดโทษทางอาญา (sentencing commission) ขึ้นมาท าหน้าที่
                                                                              ๑๙
                 ออกแนวทางก าหนดโทษ (sentencing guidelines) เพื่อให้ศาลปฏิบัติตาม

                            แม้ประเทศไทยใช้ระบบ Civil law แต่ศาลยุติธรรมมีภารกิจในการสร้างความเชื่อมั่นให้เป็นที่
                 ประจักษ์ว่าได้ใช้โทษทางอาญาอย่างได้สัดส่วนกับความร้ายแรงของความผิด ดังนั้น หากยังไม่มีการเปิดเผย

                 บัญชีมาตรฐานโทษ หรือไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดท าบัญชีมาตรฐานโทษ ศาลยุติธรรม



                 ๑๗  ค าพิพากษาฎีกาที่ ๑๐๓๓๘/๒๕๕๓ อาวุธปืนเป็นอาวุธร้ายแรงโดยสภาพสามารถใช้ท าอันตรายแก่ชีวิต ร่างกาย และ
                 ทรัพย์สินของผู้อื่นได้โดยง่าย ทั้งอาวุธปืนของกลางไม่มีเครื่องหมายทะเบียนของเจ้าพนักงานประทับไว้ หากน าไปใช้ในการ

                 กระท าความผิดอื่นแล้ว ย่อมยากแก่การตรวจสอบหาตัวผู้กระท าผิดที่แท้จริง การที่จ าเลยพาอาวุธปืนกับเครื่องกระสุนปืน
                 ของกลางติดตัวไปในที่เกิดเหตุ นับว่าเป็นอันตรายต่อประชาชน และกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคม พฤติการณ์
                 แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรง

                 ๑๘  ค าพิพากษาฎีกาที่ ๓๘๑๖/๒๕๔๗ จ าเลยกระท าความผิดเพียงฐานมีและพาอาวุธปืนและกระสุนปืนของกลางติดตัวไป
                 ในเมือง หมู่บ้าน และทางสาธารณะเท่านั้น ไม่ปรากฏว่าจ าเลยจะใชอาวุธปืนนั้นก่ออาชญากรรมใด พฤติการณ์แห่งคดีจึง
                                                                 ้
                 ไม่ร้ายแรงนัก
                 ๑๙  ศุภกิจ  แย้มประชา, “แนวทางการปฏิรูประบบก าหนดโทษอาญา (sentencing reform) ตามแผนการปฏิรูปประเทศด้าน
                                                                                  ี่
                 กระบวนการยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔”, ดุลพาห กันยายน - ธันวาคม ๒๕๖๑, เล่มที่ ๓ ปีท ๖๕ , หน้า ๑๑๕
   2560   2561   2562   2563   2564   2565   2566   2567   2568   2569   2570