Page 2567 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2567
๒๕๕๒
ั
ประเทศสหพนธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ศาลจะต้องค านึงถึงข้อเท็จจริงที่เป็นทั้งคุณและโทษตลอดจน
ิ
ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบุคลิกเฉพาะตัวและฐานะทางเศรษฐกิจของจ าเลยซึ่งจะต้องน ามาประกอบดุลพนิจใน
๒๓
การก าหนดโทษให้เหมาะสมกับจ าเลย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๔๐ (๒) และ ๔๖ (๒)
ั
ประเทศองกฤษ เมื่อลูกขุนวินิจฉัยว่าจ าเลยกระท าความผิดแล้ว จะมีกระบวนพจารณาโทษ
ิ
ื่
(Sentencing) ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพอทราบถึงรายงานสืบเสาะสภาพแวดล้อมของจ าเลย ศาลจะแจ้งข้อมูล
ดังกล่าวให้จ าเลยทราบและให้จ าเลยมีโอกาสคัดค้านหรือแก้ไขข้อเท็จจริงที่สืบเสาะมา เพอให้ศาล
ื่
ื่
รู้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของผู้กระท าผิดเพอใช้ประกอบดุลพินิจในการก าหนดโทษได้อย่าง
๒๔
เหมาะสมกับผู้กระท าผิดเป็นรายบุคคล
ประเทศไทย ศาลจะได้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับจ าเลยตามที่ระบุไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา
ิ
๕๖ วรรคหนึ่ง โดยสอบถามจ าเลย ตรวจส านวนการสอบสวน หรือรายงานการสืบเสาะและพนิจจ าเลย
๒๕
ของพนักงานคุมประพฤติ แต่ในทางปฏิบัติมีการรวบรวมข้อมูลค่อนข้างน้อย ปัจจุบันประธานศาลฎีกา
ึ
ได้มีค าแนะน าให้ศาลพงพจารณาถึงความเป็นมาแห่งชีวิตของผู้กระท าผิดดังที่ระบุไว้ในประมวลกฎหมาย
ิ
อาญา มาตรา ๕๖ ประกอบด้วยเสมอ แม้เป็นกรณีที่ไม่อาจรอการก าหนดโทษหรือรอการลงโทษได้ก็ตาม
ซึ่งข้อเท็จจริงดังกล่าวอาจปรากฏจากการสืบเสาะ ส านวนการสอบสวน รายงานของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
๒๖
หรือการไต่สวนของศาลก็ได้ เมื่อมีข้อเท็จจริงเกี่ยวกับตัวจ าเลยเพียงพอ ศาลย่อมใช้ดุลพินิจในการลงโทษ
ได้อย่างเหมาะสมกับจ าเลยแต่ละราย รวมถึงท าให้แก้ไขฟื้นฟูจ าเลยนั้นมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม การที่ศาลจะไต่สวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับตัวจ าเลยแต่ละคนให้ครบถ้วนนั้น อาจมี
ข้อกังวลว่าจะเป็นข้อบ่งชี้ผลคดีล่วงหน้าว่าจ าเลยกระท าผิดไปก่อนแล้วหรือไม่ ดังนั้น ส านักงานศาลยุติธรรม
๒๓ ลาวัณย์ อ่อนโฉม, “การก าหนดโทษให้ได้สัดส่วนเหมาะสมกับผู้กระท าผิดในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด”, วิทยานิพนธ์
นิติศาสตร์มหาบัณฑิต คณะนิติศาสตร์ ปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์, สืบค้นเมื่อวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๔,
vol5-3-61.pdf (dpu.ac.th), หน้า ๔
๒๔ เรื่องเดียวกัน, หน้า ๕
๒๕ ค าแนะน าของประธานศาลฎีกาเกี่ยวกับวิธีการรอการก าหนดโทษ การรอการลงโทษและการก าหนดเงื่อนไขเพื่อคุม
ความประพฤติ พ.ศ. ๒๕๕๙ ข้อ ๑ ก่อนก าหนดแนวทางการลงโทษ ศาลพึงได้รับทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับจ าเลยตามที่
ระบุไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง โดยสอบถามจ าเลย ตรวจส านวนการสอบสวนหรือรายงานการ
สืบเสาะและพินิจจ าเลยของพนักงานคุมประพฤติ
๒๖ ค าแนะน าของประธานศาลฎีกา ว่าด้วยแนวทางการใช้โทษอาญา พ.ศ. ๒๕๖๓ ข้อ ๑ วรรคสอง ในการก าหนดโทษ
สถานใด เพียงใด นอกจากพฤติการณ์เกี่ยวกับการกระท าผิดและความเสียหายแล้ว ศาลพึงพิจารณาถึงความเป็นมาแห่ง
ชีวิตของผู้กระท าผิดดังที่ระบุไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ ประกอบด้วยเสมอ แม้เป็นกรณีที่ไม่อาจรอการ
ก าหนดโทษหรือรอการลงโทษได้ก็ตาม ซึ่งข้อเท็จจริงดังกล่าวอาจปรากฏจากการสืบเสาะ ส านวนการสอบสวน รายงาน
ของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องหรือการไต่สวนของศาลก็ได้

