Page 2568 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2568

๒๕๕๓




                                              ั
                 น่าจะต้องเข้ามามีบทบาทในการพฒนาต้นแบบของแบบสอบถามส าหรับรวบรวมข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับ
                 ตัวจ าเลยแต่ละรายเพื่อให้สะดวกแก่การใช้งาน


                        ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับตัวจ าเลยแต่ละรายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ น่าจะแสดงถึง

                 ปัจจัยที่สามารถพยากรณ์โอกาสในการกระท าความผิดซ้ าได้ ซึ่งไม่ว่าคดีอาญาทั่วไปหรือคดีความผิด
                 เกี่ยวกับยาเสพติดก็มีปัจจัยใกล้เคียงกัน ได้แก่ เพศ อายุ การศึกษา สาเหตุการกระท าผิดครั้งแรก รายได้

                 ก่อนต้องโทษ สถานภาพสมรส ทัศนคติ การมีปัญหาด้านการเงินก่อนต้องโทษ ประวัติการถูกไล่ออกหรือ
                                              ื่
                 พักการเรียน การเคยร่วมกับกลุ่มเพอนกระท าความผิด ความประมาท รู้เท่าไม่ถึงการณ์ อดทนอดกลั้นน้อย
                 ขาดความยับยั้งชั่งใจ การเมาสุรา ประวัติการบ าบัดยาเสพติด ความเชื่อมั่นในความคิดว่าการกระท าของ
                              ๒๗
                 ตนถูกต้องเสมอ

                        ส าหรับผู้กระท าผิดที่เป็นหญิงนั้น ตามข้อก าหนดสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิง

                 และมาตรการที่มิใช่การคุมขังส าหรับผู้กระท าความผิดหญิง (United Nations rules for the treatment
                 of women prisoners and non-custodial measures for women offenders : The Bangkok Rules)


                                                                                                     ิ
                 ข้อ ๖๑ ก าหนดว่า  ในการตัดสินลงโทษผู้กระท าผิดที่เป็นหญิงนั้น ศาลควรมีอานาจในการใช้ดุลพนิจ
                  ิ
                 พจารณาถึงเหตุบรรเทาโทษต่างๆ อาทิ ประวัติการกระท าผิด รูปแบบ และสภาพของความผิดที่ได้กระท า
                 ลงไม่ใช่ความผิดร้ายแรง ประกอบกับประเด็นในเรื่องภาระที่ต้องดูแลและภูมิหลังของผู้กระท าผิดที่เป็น

                                                                          ี่
                 หญิง ซึ่งค าแนะน าของประธานศาลฎีกาดังกล่าวเป็นแนวทางลงโทษทสอดคล้องกับมาตรฐานขั้นต่ าที่เป็นที่
                 ยอมรับกันในระดับสากล



                 ๓. ข้อจ ากัดของการใช้โทษจ าคุก

                        ประธานศาลฎีกามีค าแนะน าว่า โทษจ าคุกเป็นมาตรการที่กระทบต่อสิทธิเสรีภาพของบุคคล

                 อย่างรุนแรงและส่งผลต่อการกลับคืนสู่สังคมของผู้กระท าผิด จึงต้องใช้ด้วยความตระหนักถึงผลกระทบ
                 รอบด้าน และพงใช้ต่อเมื่อไม่สามารถใช้โทษหรือมาตรการที่เป็นทางเลือกอนได้  สอดคล้องกับที่ยืนยันว่า
                                                                              ื่
                                                                                  ๒๘
                              ึ
                                            ื่
                 การจ ากัดอสรภาพนั้นเป็นไปเพอวัตถุประสงค์ด้านความปลอดภัยของสังคม การป้องกันอาชญากรรม
                           ิ
                                                                    ั
                 การสร้างความ เป็นธรรม และการข่มขู่ยับยั้ง และเป้าหมายอนสูงสุดของกระบวนการยุติธรรมควรเป็นไป
                                      ๒๙
                 เพื่อคืนผู้กระท าผิดสู่สังคม  ก่อนที่จะโทษจ าคุกมาใช้มีข้อควรพิจารณาดังนี้




                 ๒๗  ส านักกิจการยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม, โครงการวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาการกระท าความผิดซา, [ออนไลน์],

                 กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔, converterServlet (oja.go.th) , หน้า ๓๐
                 ๒๘  ค าแนะน าของประธานศาลฎีกาว่าด้วยแนวทางการใช้โทษอาญา พ.ศ. ๒๕๖๓ ข้อ ๒ วรรคหนึ่ง

                 ๒๙  United Nations Standard Minimum Rules for Non-custodial Measures (the Tokyo Rules) Aware

                 that the restriction of liberty is justifiable only from the viewpoints of public safety, crime prevention,
   2563   2564   2565   2566   2567   2568   2569   2570   2571   2572   2573