Page 2602 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2602

๒๕๘๖



                  ิ
                 พพากษาคดีของศาลชั้นต้น สามารถลดขั้นตอนและระยะเวลาในการส่งส านวนไปให้ส านักงานอธิบดี
                                       ่
                                              ิ
                    ิ
                 ผู้พพากษาภาคตรวจก่อนอานค าพพากษา ลดข้อขัดแย้งและปราศจากประเด็นปัญหาเรื่องการแทรกแซง
                     ิ
                 ดุลพนิจในค าตัดสินของศาลชั้นต้น ป้องกันการทุจริตเรียกรับสินบนในค าตัดสินของศาลชั้นต้น ลดการใช้
                 ถ้อยค าวินิจฉัยที่แสดงความคิดเห็นในเชิงอคติต่อคู่ความหรือสรุปยืนยันข้อเท็จจริงในทางคดีที่คลาดเคลื่อน
                 ไปจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง หลีกเลี่ยงมิให้เกิดการวินิจฉัยในลักษณะเชิงต าหนิค าวินิจฉัยของศาลล่าง
                 ซึ่งเป็นความเห็นต่างที่ต้องจัดการถกเถียงให้ตกผลึกภายในองค์กรศาลยุติธรรมโดยมิให้คู่ความต้องได้รับ

                                                                       ิ
                 ผลกระทบหรือความขัดแย้งภายในศาล ส่งเสริมให้องค์คณะผู้พพากษาประชุมปรึกษาคดีอย่างแท้จริง
                                       ิ
                 และเปิดโอกาสให้ใช้ดุลพนิจอย่างเป็นอสระเพอแสดงความเห็นในทางคดีอย่างเต็มที่โดยไม่จ าต้องถือ
                                                         ื่
                                                   ิ
                 ความเห็นเจ้าของส านวนเป็นหลัก ไม่ถูกจ ากัดด้วยบทบัญญัติของกฎหมายว่าต้องถือตามความเห็นที่เป็น
                                                                   ิ
                 คุณแก่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง อันเป็นหลักประกันความเป็นอสระของผู้พพากษา เมื่อสามารถส่งเสริมให้ใช้
                                                                             ิ
                     ิ
                           ิ
                                                                                                   ื้
                 ดุลพนิจได้อสระอย่างแท้จริง จะท าให้เห็นมุมมองด้านกฎหมายที่แตกต่างกันในทุกมิติ และเห็นพนฐาน
                                                 ิ
                                                                  ื่
                 ความรู้ความเข้าใจในข้อกฎหมายของผู้พพากษาแต่ละท่าน เพอน าข้อกฎหมายที่มีความเห็นต่างมาสังเคราะห์
                 และด าเนินการจัดเสริมความรู้ทางกฎหมายหรือเสริมมุมมองด้านวิชาการให้ถูกต้องมีมาตรฐานเดียวกัน
                 และเหมาะสมสอดคล้องกับสภาพสังคมปัจจุบัน

                        ระบบ ๓ ชั้นศาล ค าพิพากษาฉบับเดียว มีกรอบระยะเวลาและขั้นตอน ดังนี้
                    ๑.  ศาลชั้นต้นสืบพยานให้แล้วเสร็จภายใน ๔ เดือนนับแต่วันรับฟ้อง ( รับฟอง/สอบค าให้การ/ชี้สอง
                                                                                    ้
                        สถาน  ๑ เดือน สืบพยาน ๓ เดือน )

                                                                                               ุ
                    ๒.  ศาลชั้นต้นท าค าวินิจฉัยส่วนตน ( โดยย่อ ) ให้เสร็จสิ้นภายใน ๑ เดือน แล้วส่งศาลอทธรณ์ทันที
                        ( ระยะเวลาส่งส านวนและจ่ายส านวนของศาลอุทธรณ์ ๑ เดือน )

                    ๓.  ศาลอุทธรณ์ท าค าวินิจฉัยส่วนตน ( โดยย่อ ) ให้เสร็จสิ้นภายใน ๓ เดือน


                                                     ิ
                                                                                        ิ
                                                                                                   ุ
                        หากมีมติเป็นเอกฉันท์ให้จัดท าค าพพากษากลางในนามของศาลยุติธรรม ค าพพากษาศาลอทธรณ์
                 ให้เป็นที่สุด
                                                                                                    ื่
                        กรณีมีมติไม่เป็นเอกฉันท์ ให้น าค าวินิจฉัยส่วนตนของศาลชั้นต้นมานับรวมเป็นองค์ประชุมเพอหา
                                                                         ิ
                 เสียงข้างมากและถือตามผลค าวินิจฉัยเสียงข้างมากจัดท าเป็นค าพพากษากลางในนามของศาลยุติธรรม
                 ค าพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้เป็นที่สุด


                        กรณีคดีที่มีการรับรองอนุญาตให้ฎีกา ให้ส่งส านวนไปส่วนงานกลั่นกรองของศาลฎีกาเพื่อพิจารณา

                                                                                           ุ
                 ว่าจะรับคดีไว้วินิจฉัยหรือไม่ หากไม่รับไว้วินิจฉัย ให้ถือผลตามค าวินิจฉัยของศาลอทธรณ์ และให้

                 ศาลอุทธรณ์จัดท าคาพิพากษากลางในนามของศาลยุติธรรม หากศาลฎีการับคดีไว้วินิจฉัย ผลคดีให้เป็นตาม
                     ิ
                 ค าพพากษาของศาลฎีกา ถ้าศาลฎีกาพพากษายืนหรือแก้ไขเล็กน้อย ให้ถือว่าคดีถึงที่สุดในวันที่ศาลอุทธรณ์
                                                 ิ
   2597   2598   2599   2600   2601   2602   2603   2604   2605   2606   2607