Page 2598 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2598
๒๕๘๒
ปัญหา เงื่อนแง่ในการตีความกฎหมาย หรือความใส่ใจในปัญหาข้อขัดแย้งของคู่ความ ในทางกลับกัน ยังมี
ิ
ิ
ข้อถกเถียงของบุคคลอกส่วนหนึ่งที่มองว่า ดุลพนิจที่เปิดกว้างเช่นนี้เป็นอสระที่ไร้ขอบเขตและไม่มี
ี
มาตรฐานในแนวทางการตัดสิน หรือที่เรียกว่า “ ดอกไม้หลากสี ” ดังนั้น ภาพลักษณ์ความเชื่อมั่นศรัทธา
ของศาลจึงอยู่ในลักษณะหมิ่นเหม่ ถูกท้าทายจากผู้ไม่ประสงค์ดีต่อองค์กรศาลยุติธรรม และอาจถูกน าไป
ื่
บิดเบือนเพอให้ประชาชนขาดศรัทธาและหมดความเชื่อมั่นต่อศาล ประชาชนและผู้มีอรรถคดีถูกจ ากัดให้
ิ
อยู่ในกรอบของระบบนี้เรื่อยมา ผลกระทบที่คู่ความได้รับระหว่างรอผลการพจารณาคดีของศาลจึง
เปรียบเสมือนหนามกุหลาบสีขาวที่ศาลหยิบยื่นให้แก่ประชาชน
ุ
ิ
่
คดีแพงมีข้อพพาทและมีทุนทรัพย์ หากคู่ความประสงค์จะอทธรณ์ ต้องเสียค่าขึ้นศาลชั้นอทธรณ์
ุ
ื่
ค่าฤชาธรรมเนียมอนๆ รวมทั้งค่าจ้างทนายความ นอกจากนี้คู่ความฝ่ายที่แพคดียังต้องน าเงินค่าฤชาธรรม
้
เนียมใช้แทนมาวางต่อศาลเพอให้คดีของตนได้รับการพจารณาโดยศาลสูง พร้อมกับอาจต้องด าเนินการขอ
ื่
ิ
ทุเลาการบังคับคดีไว้ก่อน ท าให้มีภาระค่าใช้จ่ายจ านวนมากและมีขั้นตอนหลายประการที่คู่ความต้อง
เดินทางมาศาล ท าให้สิ้นเปลืองเวลากว่าคดีจะขึ้นสู่ศาลสูงได้ ส าหรับจ าเลยในคดีอาญานั้น หากไม่ได้รับ
ั
ิ
ั
การปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างพจารณาจะต้องถูกคุมขังในเรือนจ าจนกว่าจะฟงค าพพากษาของศาลอน
ิ
ิ
ิ
ั
ถึงที่สุด ส่วนจ าเลยที่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวยังคงต้องมาฟงค าพพากษาของศาลชั้นต้น หากศาลพพากษา
ว่ามีความผิด ต้องยื่นค าร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นอทธรณ์ฎีกา ขอขยายระยะเวลายื่นอทธรณ์และ
ุ
ุ
ยื่นอทธรณ์ หรือแม้ว่าศาลชั้นต้นจะพพากษายกฟอง จ าเลยก็ยังคงมีข้อกังวลว่าโจทก์จะยื่นอทธรณ์ฎีกา
ุ
ุ
ิ
้
ุ
้
หรือไม่ ในบางคดี โจทก์ยื่นค าร้องขอขยายระยะเวลายื่นอทธรณ์ฎีกาหลายครั้ง อางเหตุว่าคดีอยู่ระหว่าง
เสนอผู้บังคับบัญชาชั้นที่สูงกว่าเพอพิจารณาว่าจะอนุญาตให้อุทธรณ์ฎีกาหรือไม่ และในท้ายที่สุดกลับไม่ยื่น
ื่
ุ
อทธรณ์หรือฎีกา ท าให้เกิดความล่าช้าในทางคดี บางคดีใช้เวลานานหลายปีกว่าคดีจะถึงที่สุด การอานวย
ความยุติธรรมอย่างรวดเร็วจึงเป็นไปไม่ได้ ในบางกรณีค าตัดสินของศาลล่างมีข้อผิดพลาดแต่ไม่มีคู่ความ
ฝ่ายใดอทธรณ์ฎีกา หรือบางกรณีค าตัดสินของแต่ละชั้นศาลให้ผลที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง หรือแม้แต่
ุ
ในกรณีที่ศาลสูงมีการเปลี่ยนแนวค าวินิจฉัยกลับหลักเดิม เหล่านี้ล้วนเป็นเหตุปัจจัยที่ส่งผลให้มาตรฐาน
ในค าตัดสินของศาลยุติธรรมควรได้รับการปรับปรุง อย่างไรก็ตาม ระบบ ๓ ชั้นศาลยังคงให้ประสิทธิผลที่ดี
แต่ควรปรับปรุงรูปแบบขั้นตอนในการท าค าพพากษาและระบบการยื่นอทธรณ์ฎีกาเพอลดภาระของคู่ความลง
ิ
ื่
ุ
ิ่
ทั้งยังเป็นการเพมหลักประกันความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและผู้มีอรรถคดีว่าศาลยุติธรรมจะมอบค าตัดสิน
ที่ดีที่สุดให้แก่คู่ความ
ในปัจจุบัน ส านักงานศาลยุติธรรมพยายามสร้างระบบตรวจสอบเพอเพมคุณภาพค าตัดสินของ
ิ่
ื่
ิ
ิ
ศาลชั้นต้นในบางลักษณะคดี ด้วยระบบการส่งส านวนและร่างค าพพากษาไปให้ส านักงานอธิบดีผู้พพากษาภาค
ิ
ิ
ั
ตรวจก่อนอานค าพพากษาให้คู่ความฟง เพอช่วยคัดกรองและพฒนาการท าค าพพากษาของศาลชั้นต้น
่
ั
ื่
ให้มีมาตรฐานที่ถูกต้องทั้งในส่วนของรูปแบบค าพพากษา ถ้อยค าเหตุผลในการวินิจฉัย และแนวทางค าตัดสิน
ิ
ิ
ให้เป็นไปตามหลักกฎหมายและแนวค าวินิจฉัยในค าพพากษาศาลฎีกา ผู้เขียนมีมุมมองว่า การช่วยคัดกรอง

