Page 2596 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2596

๒๕๘๐



                 ๒. กระบวนการอ านวยความยุติธรรมล่าช้า

                                                                                 ๑
                                                                       ่
                                                                                           ๑
                        ภาษิตกฎหมายที่ว่า “ ความยุติธรรมที่ล่าช้าคือความไมยุติธรรม ”   ยังคงเป็นหลักการส าคัญ
                                                               ื่

                 ที่ส านักงานศาลยุติธรรมใช้เป็นแรงขับเคลื่อนนโยบายเพออานวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนไม่ยิ่งหย่อน
                             ิ
                 ไปกว่าผลค าพพากษาที่ถูกต้องเป็นธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลักการนี้ยังมีบัญญัติรับรองไว้อย่างชัดแจ้ง
                                                               ิ
                                                                       ิ
                 ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ว่า “ ศาลต้องพจารณาพพากษาคดีอย่างรวดเร็ว เป็นธรรม และ
                              ๑
                 ปราศจากอคติ ”   แต่กรอบเวลาและขั้นตอนการด าเนินกระบวนพิจารณาที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมาย
                                         ๒
                 วิธีพิจารณาความแพ่ง และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา นับแต่เริ่มต้นคดีด้วยค าฟ้องจนกระทั่ง
                 มีคาพพากษาถึงที่สุดกลับใช้เวลานาน เนื่องจากมีรูปแบบขั้นตอนตามกฎหมายให้ต้องปฏิบัติเสียก่อนจึงจะ

                      ิ
                 ด าเนินการขั้นตอนอนต่อไปได้ บางครั้งคู่ความที่ใช้สิทธิโดยไม่สุจริตอาจแสวงหาประโยชน์จากรูปแบบที่
                                  ื่
                                                                                       ื่
                 ซับซ้อนนี้เพอประวิงคดีให้ล่าช้า จึงควรปรับปรุงกรอบระยะเวลาส่วนนี้ให้สั้นลง เพอประหยัดเวลาและ
                           ื่
                                                               ิ
                                                                                                  ิ
                 ป้องกันมิให้เกิดการแสวงหาประโยชน์จากกระบวนพจารณาของศาล ทั้งจะยังเป็นผลให้การพจารณา
                 สืบพยานและการท าค าพพากษาเสร็จสิ้นโดยเร็วอย่างมีมาตรฐานถูกต้องเป็นธรรม กระบวนการสืบพยาน
                                      ิ
                 ของศาลชั้นต้นในปัจจุบัน ใช้วิธีให้ผู้พิพากษาเจ้าของส านวนบันทึกค าเบิกความของพยานลงในเครื่องบันทึกเสียง
                 ในลักษณะเก็บใจความส าคัญหรืออมความ เจ้าหน้าที่หน้าบัลลังก์จะถอดข้อความจากเครื่องบันทึกเสียง

                 จัดท าเป็นเอกสารบันทึกค าเบิกความให้พยานลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้อง วิธีการสืบพยานแบบ
                 อมความนี้  ผู้พพากษาต้องตัดสินใจในทันด่วนขณะนั้นว่าจะอมความสรุปเหตุการณ์ที่พยานเบิกความ
                              ิ
                 ออกมาเป็นถ้อยค าอย่างไร การอมความที่คลาดเคลื่อนไปจากเจตนาของพยานหรือมีข้อความก ากวม
                                                                                     ิ
                 ไม่ชัดเจน ส่งผลให้ถ้อยค าของพยานสามารถตีความได้หลายความหมาย เมื่อการพจารณาของศาลสูงยังคง
                                    ั
                 ยึดถือถ้อยค าตามตัวอกษรซึ่งปรากฏในบันทึกค าเบิกความของพยาน จึงอาจเกิดการวินิจฉัยที่ผิดพลาด
                                   ื่
                 คลาดเคลื่อนไปได้ เพอแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องนี้ ผู้เขียนเห็นว่า การสืบพยานของศาลชั้นต้น ส านักงาน
                 ศาลยุติธรรมควรน าเทคโนโลยีบันทึกภาพและเสียง และวิธีการถอดค าพยานเป็นตัวอกษรมาใช้แทน
                                                                                           ั
                 การบันทึกค าพยานแบบอมความ เพอให้มีหลักฐานการเบิกความของพยาน ใช้ตรวจสอบความถูกต้อง
                                                ื่
                                             ั
                 ครบถ้วน ลดการตีความตามตัวอกษรซึ่งเกิดจากการอมความ ศาลสูงสามารถเปิดดูบันทึกภาพและเสียง
                   ื่
                 เพอตรวจสอบความถูกต้องแท้จริงในค าพยานได้ โดยเฉาะอย่างยิ่ง การน าบันทึกภาพและเสียงมาใช้
                     ิ่
                 จะเพมคุณภาพในการปฏิบัติงานของผู้พิพากษาเจ้าของส านวนด้านการรับฟังค าเบิกความให้มีประสิทธิภาพ
                 ยิ่งขึ้น เนื่องจากเกิดสมาธิและสามารถจดจ่ออยู่กับการฟงค าพยานโดยไม่ต้องพะวงกับการต้องอมความ
                                                                 ั
                                                                                ื่
                 มีโอกาสสังเกตอากัปกิริยาอาการของพยาน และเหตุการณ์ในห้องพจารณาเพอค้นหาความจริงหรือจับพิรุธ
                                                                        ิ
                 ในค าพยาน สามารถคิดหาประเด็นตามค าพยานเพอซักถามในข้อสาระส าคัญ ตรวจค้นหลักกฎหมายใน
                                                            ื่


                            ๑
                 ๑    (อังกฤษ: justice delayed is justice denied; ฝรั่งเศส: justice différée est justice refusée)
                            ๒
                 ๑   รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๘๘ วรรคสอง
   2591   2592   2593   2594   2595   2596   2597   2598   2599   2600   2601