Page 2600 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2600

๒๕๘๔



                                         ิ
                        รูปแบบการท าค าพพากษาฉบับเดียวในนามของศาลยุติธรรมตามข้อเสนอแนะ ยังคงใช้ระบบ
                 ๓ ชั้นศาล แต่จะมีการจัดท าค าพพากษาเพยงฉบับเดียวออกมาในนามของศาลยุติธรรม เป็นการยกระดับ
                                                     ี
                                            ิ
                 มาตรฐานคุ้มครองคดีโดยให้ทุกคดีได้รับการพจารณาทบทวนโดยศาลสูง ประชาชนจะได้รับผลค าพพากษา
                                                      ิ
                                                                                                  ิ
                 ที่ดีที่สุดของศาลยุติธรรม ไม่ถูกบังคับคดีด้วยผลค าพพากษาที่ยังไม่ถึงที่สุด ป้องกันมิให้เกิดความแตกต่าง
                                                            ิ
                                                                     ิ
                 หรือลักลั่นในผลค าพพากษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีค าพพากษาของศาลชั้นต้นมีข้อผิดพลาดหรือ
                                   ิ
                                           ุ
                                                               ิ
                                                                                ี
                 ผิดหลง แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดอทธรณ์ก็ควรได้รับการพจารณาโดยศาลสูงอกครั้ง เพอสร้างมาตรฐานใน
                                                                                        ื่
                 ค าพิพากษาให้ถูกต้องเป็นธรรมและเสมอภาค
                                  ิ
                        การท าค าพพากษาฉบับเดียว ให้เริ่มกระบวนการหลังจากศาลชั้นต้นสืบพยานเสร็จสิ้น องค์คณะ
                                                                                                   ุ
                 ผู้พพากษาจะร่วมกันประชุมคดีและจัดท าค าวินิจฉัยส่วนตน ( โดยย่อ ) แล้วส่งส านวนขึ้นสู่ศาลอทธรณ์
                    ิ
                 ทันทีโดยไม่ต้องอานผลค าวินิจฉัยให้คู่ความฟง คดีจะขึ้นสู่ศาลอทธรณ์โดยอตโนมัติ เมื่อศาลอทธรณ์ได้รับ
                                                                      ุ
                               ่
                                                                               ั
                                                      ั
                                                                                              ุ
                                ิ
                 ส านวนแล้วต้องพจารณาคดีให้แล้วสิ้นภายในกรอบระยะเวลาหรือประมาณ ๓ เดือน ตามที่ถือปฏิบัติ
                 ในปัจจุบัน โดยให้ถือค าวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์เป็นที่สุด เว้นแต่ศาลฎีกาจะอนุญาตให้ฎีกา
                                                                           ิ
                        การท าค าวินิจฉัยส่วนตน ( โดยย่อ ) ของศาลชั้นต้น คงให้พจารณาพพากษาคดีครบองค์คณะ
                                                                                   ิ
                                                     ิ
                 ตามกฎหมาย แต่ปรับเปลี่ยนรูปแบบค าพพากษาโดยให้จัดท าเป็นค าวินิจฉัยสาระส าคัญเฉพาะเหตุผล
                 ค าตัดสิน ดุลพนิจในการรับฟงพยานหลักฐาน และการปรับข้อเท็จจริงเข้ากับข้อกฎหมายที่มีผลโดยตรง
                             ิ
                                         ั
                 ต่อรูปคดี

                                                                    ิ
                        เมื่อศาลชั้นต้นเสร็จสิ้นการสืบพยาน ให้องค์คณะผู้พพากษาร่วมประชุมคดีและจัดท าค าวินิจฉัย
                 ส่วนตนให้เสร็จสิ้นภายใน ๑ เดือน โดยก าหนดให้คู่ความยื่นค าแถลงการณ์ปิดคดีภายใน ๑๕ วัน ค าวินิจฉัย

                                               ิ
                 ส่วนตนให้จัดท าในรูปแบบคล้ายค าพพากษาแบบย่อสั้นหรือย่อยาว โดยไม่ต้องยึดติดหรือเคร่งครัดในรูปแบบ
                                                          ี
                                                                                              ั
                     ิ
                 ค าพพากษาที่บังคับใช้ในปัจจุบัน คงให้มีรายละเอยดของเหตุผลในค าวินิจฉัยว่าเหตุใดจึงรับฟงข้อเท็จจริง
                 เป็นเช่นนั้นแล้วน ามาปรับใช้ข้อกฎหมายใดในพฤติการณ์แห่งคดี เพราะคู่ความต้องการทราบเฉพาะเพยง
                                                                                                      ี
                                                                     ิ
                               ิ
                 เหตุผลและดุลพนิจในค าวินิจฉัยเท่านั้น ไม่ได้ค านึงว่าในค าพพากษาของศาลจะมีถ้อยค าที่งดงามวิจิตร
                                                                                       ิ
                 เพยงใด ท าให้ไม่เกิดข้อกังวลในการจัดท าค าวินิจฉัยให้เป็นไปตามรูปแบบค าพพากษาที่มีอยู่อย่าง
                   ี
                 หลากหลาย

                        ในการประชุมปรึกษาคดีขององค์คณะผู้พพากษาศาลชั้นต้น จะใช้ข้อเท็จจริงที่รับฟงเป็นยุติในคดี
                                                                                             ั
                                                          ิ
                 ซึ่งจัดท าโดยนิติกร น ามาปรับเข้ากับข้อกฎหมายเพอท าค าวินิจฉัยส่วนตนให้เสร็จสิ้นภายในกรอบเวลา ๑ เดือน
                                                         ื่
                                                                                    ั
                                                                                                  ิ
                                 ิ
                 และให้องค์คณะผู้พพากษาท าความเห็นว่าข้อพพาทในคดีนั้นมีข้อสาระส าคัญอนควรได้รับการพจารณา
                                                         ิ
                                                                  ื่
                 โดยศาลฎีกาหรือไม่ โดยให้มีเหตุผลประกอบความเห็น เพอลดขั้นตอนการส่งส านวนกลับมาให้องค์คณะ
                                                     ุ
                    ิ
                 ผู้พพากษาพจารณารับรองการอนุญาตให้อทธรณ์ฎีกาซ้ าอก จากนั้นให้ส่งส านวนขึ้นศาลอทธรณ์ในทันที
                                                                                            ุ
                                                                  ี
                           ิ
                                                ิ
                         ุ
                 เมื่อศาลอทธรณ์รับส านวนแล้ว ให้พจารณาและท าค าวินิจฉัยให้เสร็จสิ้นภายใน ๓ เดือนนับแต่วันได้รับ
   2595   2596   2597   2598   2599   2600   2601   2602   2603   2604   2605