Page 2601 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2601
๒๕๘๕
ุ
ิ
ส านวน การท าค าวินิจฉัยของศาลอทธรณ์ เริ่มด้วยการประชุมปรึกษารูปคดีแล้วให้องค์คณะผู้พพากษา
้
ท าค าวินิจฉัยส่วนตน ( โดยย่อ ) พร้อมความเห็นในการรับรองอนุญาตให้ฎีกา หากที่ประชุมมีมติเห็นพอง
ุ
ต้องกันในผลทั้ง ๓ เสียง ให้ถือเป็นค าตัดสินของศาลอทธรณ์และจัดท าค าวินิจฉัยออกมาเป็นรูปแบบ
ิ
ั
ค าพพากษากลางในนามของส านักงานศาลยุติธรรม แล้วแจ้งวันนัดฟงค าพพากษาให้คู่ความทราบต่อไป
ิ
หากในการประชุมคดี มีมติไม่เป็นเอกฉันท์ ให้น าค าวินิจฉัยส่วนตนของศาลชั้นต้นนับรวมเป็นองค์ประชุมว่า
ิ
เสียงข้างมากตัดสินไปในทางใด ให้ถือผลค าวินิจฉัยเสียงข้างมากและจัดท าค าพพากษากลางในนามของ
ศาลยุติธรรม ค าวินิจฉัยของศาลชั้นต้นในส่วนที่ถูกต้องเป็นธรรมอย่างแท้จริงจึงไม่ถูกทิ้งให้เสียเปล่า
ุ
แต่หากในคดีใดมีการรับรองอนุญาตให้ฎีกาจากองค์คณะผู้พพากษาศาลชั้นต้นหรือศาลอทธรณ์ คดีจะยัง
ิ
ิ
ิ
ั
ิ
ไม่ถึงที่สุด เว้นแต่จะได้รับการพจารณาจากศาลฎีกาว่ามีเหตุอนควรที่จะรับคดีไว้พจารณาพพากษาหรือไม่
หากศาลฎีกาพจารณากลั่นกรองในเบื้องต้นเห็นว่าไม่ต้องด้วยระเบียบที่จะรับคดีไว้และไม่มีเหตุอนควร
ั
ิ
ุ
ื่
ิ
ุ
ที่เปลี่ยนแปลงผลค าวินิจฉัยของศาลอทธรณ์ ให้แจ้งศาลอทธรณ์ทราบเพอจัดท าค าพพากษากลางในนาม
ของศาลยุติธรรม แต่หากศาลฎีกาเห็นว่าเป็นคดีที่ควรได้รับการวินิจฉัย หรือเห็นว่ารูปคดีมีความส าคัญ
ที่จะต้องวางหลักเกณฑ์ข้อกฎหมายที่มีปัญหาในการบังคับใช้หรือการตีความก็ให้มีอานาจรับคดีไว้วินิจฉัย
เพื่อสร้างแนวบรรทัดฐานค าตัดสินที่ถูกต้องและเป็นธรรมได้ ค าพิพากษาของศาลฎีกาให้เป็นที่สุด ในกรณีที่
ุ
ศาลฎีกามีค าพพากษายืนหรือแก้ไขเล็กน้อย ให้คดีย้อนไปถึงที่สุดนับแต่ศาลอทธรณ์มีค าวินิจฉัยเพราะ
ิ
ิ
คู่ความจะได้ไม่เสียสิทธิและประโยชน์จากเงื่อนเวลา หากศาลฎีกาพพากษากลับหรือแก้ไขมาก ให้คดีถึงที่สุด
นับแต่วันที่ศาลฎีกามีค าพพากษา และเพอลดปัญหาในการตีความว่าคดีถึงที่สุดในวันใด ให้ศาลฎีการะบุไว้
ิ
ื่
ในค าพิพากษา
ื่
ในการพจารณาของศาลฎีกาเพอกลั่นกรองว่าคดีใดควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา ให้ส่วนงาน
ิ
กลั่นกรองของศาลฎีกา พจารณาว่าคดีเป็นไปตามหลักเกณฑ์ระเบียบข้อบังคับที่ศาลฎีกาก าหนดไว้ หรือมี
ิ
ื่
ั
เหตุอนควรอนที่จะรับคดีไว้หรือไม่ การปฏิบัติงานของส่วนงานกลั่นกรองของศาลฎีกาจะท าให้ผู้บริหาร
ั
ศาลยุติธรรมมีโอกาสรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับมุมมองข้อกฎหมายและเหตุผลในค าวินิจฉัยที่เห็นแตกต่างกน
ี
ของผู้พพากษาทั่วทั้งประเทศว่ามีความรู้ความเข้าใจในข้อกฎหมายที่ถูกต้องมากน้อยเพยงใด เก็บรวบรวม
ิ
ิ่
น าไปเป็นแนวทางในการบริหารจัดหลักสูตรอบรมเพมความรู้ความเข้าในข้อกฎหมายและการปรับบท
กฎหมายให้ถูกต้องเป็นธรรมตรงตามเจตนารมณในการบัญญัติกฎหมายนั้น ๆ อนเป็นการพฒนาองค์ความรู้
ั
ั
์
ให้ผู้พิพากษารุ่นต่อไปที่จะต้องก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริหารองค์กรในอนาคต
ระบบการท าค าพพากษาฉบับเดียวตามข้อเสนอของผู้เขียน ก่อให้เกิดประโยชน์แก่คู่ความหลายประการ
ิ
ิ
ิ
กล่าวคือ คู่ความไม่ต้องเดินทางมาฟงค าพพากษาซึ่งยังไม่แน่ชัดว่าผลคดีจะถึงที่สุดตามค าพพากษาของ
ั
ิ
ศาลชั้นต้นหรือไม่ ไม่ต้องถูกบังคับคดีตามผลค าพพากษาของศาลชั้นต้นซึ่งอาจถูกกลับแก้โดยศาลสูง
ไม่ต้องเสียค่าขึ้นศาลหรือวางเงินค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทนชั้นอทธรณ์หรือฎีกา ไม่ต้องขอขยายระยะเวลา
ุ
ุ
ยื่นอทธรณ์หรือฎีกา ไม่มีภาระค่าใช้จ่ายจัดหาทนายความในชั้นอทธรณ์หรือฎีกา ในส่วนการพจารณา
ิ
ุ

