Page 2597 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2597

๒๕๘๑



                                     ้
                                                                                                       ื่
                 ข้อที่พยานหยิบยกขึ้นอาง การค้นหาความจริงจากค าพยานจึงได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าวิธีเดิม รวมถึงและเพอ
                      ั
                 การพฒนาระบบการสืบพยานและการท าค าตัดสินให้มีคุณภาพสูงสุด ควรจัดให้มีนิติกรหรือเจ้าพนักงานคดี
                                          ื่
                                  ิ
                 ประจ าองค์คณะผู้พพากษาเพอท าหน้าที่สรุปข้อเท็จจริงในคดีและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งถอด
                                                                               ิ
                 บันทึกค าพยานเป็นเอกสารแบบย่อกลัดไว้ในส านวน เพอเสนอต่อองค์คณะผู้พพากษาส าหรับใช้ในการประชุม
                                                             ื่
                                                                                         ิ
                                              ิ่
                                                                    ั
                 ปรึกษาคดีและท าค าตัดสิน ช่วยเพมประสิทธิภาพในการรับฟงค าพยานและการท าค าพพากษาให้รวดเร็ว
                 ยิ่งขึ้น ประหยัดเวลาและลดความผิดพลาดในขั้นตอนการสืบพยาน

                 ๓. รูปแบบการพิพากษาคดี และระบบอุทธรณ์ฎีกา


                                                                         ิ
                        ศาลยุติธรรมใช้ระบบ ๓  ชั้นศาลมาอย่างยาวนาน และค าพพากษาของศาลในแต่ละชั้นมีผลบังคับ
                 ใช้ในทันที หากคู่ความไม่เห็นด้วยในผลค าพพากษา สามารถใช้สิทธิอทธรณ์หรือฎีกาได้เท่าที่กฎหมาย
                                                                            ุ
                                                      ิ
                                  ุ
                 ไม่จ ากัดสิทธิในการอทธรณ์ฎีกา แต่หากคู่ความไม่โต้แย้งค าพพากษา คดีจะถึงที่สุดตามกฎหมาย ผลของ
                                                                    ิ
                                     ั
                     ิ
                                                                                                   ้
                 ค าพพากษาในการรับฟงข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายถือเป็นยุติและมีผลผูกพนคู่ความมิให้รื้อร้องฟองกัน
                                                                                 ั
                 ในประเด็นเดิม ระบบ ๓ ชั้นศาล จึงเป็นการตรวจสอบถ่วงดุลความชอบธรรมในค าพพากษาของศาลล่าง
                                                                                        ิ
                 โดยศาลชั้นที่สูงกว่าว่า ศาลล่างตัดสินไปถูกต้องตรงตามข้อเท็จจริงและวินิจฉัยปรับบทกฎหมายเป็นไป
                                                                                 ิ
                 โดยชอบหรือไม่ ค าพพากษาของศาลล่างอาจถูกกลับแก้และให้บังคับตามค าพพากษาของศาลชั้นที่สูงกว่า
                                  ิ
                 ระบบ ๓ ชั้นศาล จึงเปรียบเสมือนการชกมวยสากล ใช้กติกา ๓ ยก คู่ความเป็นนักมวยแต่ละฝ่าย ศาลเป็น
                 กรรมการ ท าหน้าที่ควบคุมมิให้มีการท าผิดกติกาแล้วสรุปให้ผลคะแนนในแต่ละยก แม้จะชนะใน ๒ ยกแรก

                 แต่กฎหมายกลับให้ถือผลของการชกในยกที่ ๓ เท่านั้นซึ่งก็คือผลค าพพากษาของศาลฎีกา หรือหากคู่ความ
                                                                          ิ
                 ฝ่ายใดออกมาชกไม่ครบ ๓ ยก ระบบจะเอออานวยให้อกฝ่ายชนะทันทีแม้ยกที่ผ่านมานั้นฝ่ายที่ไม่ออกมา

                                                               ี
                                                    ื้
                 ชกจะเป็นฝ่ายชนะคะแนนก่อนก็ตาม คู่ความจึงต้องต่อสู้ให้ครบ ๓ ยก จึงจะทราบผลว่าใครเป็นผู้ชนะคดี
                                                                                                  ิ
                 แต่ท้ายที่สุดเมื่อขึ้นสังเวียนการชกแล้ว นักมวยย่อมต้องบอบช้ าจากการแข่งขันไม่มากกน้อย ผลค าพพากษา
                                                                                        ็
                                      ุ
                 ของศาลชั้นต้นหรือศาลอทธรณ์ที่สามารถบังคับคดีได้ทันทีอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินหรือ
                 กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของคู่ความเนื่องจากมิใช่ผลคดีในชั้นที่สุด ส าหรับค าตัดสินของศาลล่างที่
                 คลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมาย แต่คดีไม่มีการอทธรณ์ฎีกา ด้วยเหตุเช่น ไม่มีเงินช าระ
                                                                       ุ
                 ค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์หรือฎีกา ยื่นอุทธรณ์ฎีกาหรือขยายระยะเวลาไม่ทันภายในระยะเวลา ผลทางกฎหมาย
                 ยังคงให้ถือว่าค าตัดสินนั้นเป็นที่สุด ค าตัดสินดังกล่าวอาจไม่ถูกต้องเป็นธรรมตามความเป็นจริง และค าตัดสิน

                                                         ิ
                 เดียวกันนี้อาจให้ผลแตกต่างไปหากได้รับการพจารณาโดยศาลชั้นที่สูงกว่า ขั้นตอนการยื่นอทธรณ์ฎีกา
                                                                                               ุ
                 ยังเปิดโอกาสให้คู่ความฝ่ายที่ไม่สุจริตใช้เป็นช่องทางในการประวิงคดีให้ล่าช้าเพอมิให้ถูกบังคับคดี
                                                                                        ื่
                                                                                          ิ
                 ก่อให้เกิดข้อได้เปรียบเสียเปรียบในการต่อสู้คดี นอกจากนี้ ปัจจัยการใช้ดุลพนิจของผู้พพากษาในการท า
                                                                                 ิ
                 ค าตัดสิน กฎหมายก าหนดให้ศาลใช้ดุลพนิจได้ตามสมควรแก่พฤติการณ์แห่งคดี กรณีเช่น การก าหนด
                                                    ิ
                 ค่าเสียหายและความรับผิดในคดีแพง หรือการก าหนดโทษในคดีอาญา ดุลพนิจที่เปิดกว้างก่อให้เกิดผล
                                                                                  ิ
                                               ่
                 ค าตัดสินและเหตุผลในค าวินิจฉัยที่แตกต่างกันไปตามพนฐานความรู้ ประสบการณ์ในทางคดี มุมมอง
                                                                 ื้
   2592   2593   2594   2595   2596   2597   2598   2599   2600   2601   2602