Page 2593 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2593
๒๕๗๗
ิ
ศาลรับคดีของตนไว้พจารณา หรือแม้ว่าประชาชนที่มีข้อด้อยด้านการเงินจะมิได้เป็นฝ่ายเริ่มคดี แต่กลับ
้
ถูกฟองร้องจากบุคคลผู้ใช้สิทธิโดยไม่สุจริตและต้องการพทักษ์รักษาสิทธิของตน การต่อสู้คดีก็จ าต้องมี
ิ
้
ทนายความมาช่วยแก้ต่างคดีให้ ก่อให้เกิดภาระค่าใช้จ่ายเรื่องค่าทนายความ และหากมีฟองแย้งเรียกร้อง
ั
ึ
สิทธิอนพงมีพงได้ของตน ปัญหาเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมศาลยังคงมีอยู่เช่นเดิม แตกต่างจากผู้ฟองคดีที่ไม่มี
้
ึ
ี
ข้อด้อยด้านการเงินซึ่งเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้ง่ายกว่า นอกจากภาระค่าใช้จ่ายเพยงเพอให้คดีได้
ื่
ื่
ขึ้นสู่ศาลชั้นต้นแล้ว การอทธรณ์หรือฎีกาค าตัดสินของศาลจ าต้องเสียค่าขึ้นศาลและค่าฤชาธรรมเนียมอน ๆ
ุ
ในชั้นอทธรณ์หรือฎีกาแล้วแต่กรณี จนกว่าคดีจะถึงที่สุด ผู้เขียนมีมุมมองต่อประเด็นนี้ว่า เงื่อนไขบังคับ
ุ
เรื่องการเรียกเก็บค่าขึ้นศาลก่อนจะรับคดีไว้พจารณาของศาลชั้นต้น ศาลอทธรณ์ และศาลฎีกา เป็นปัจจัย
ิ
ุ
ที่ท าให้ประชาชนผู้มีข้อด้อยด้านการเงินไม่สามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมในศาลได้ หากปรับเปลี่ยน
ิ
เงื่อนไขบังคับก่อนเช่นนี้เสีย ประชาชนและผู้มีอรรถคดีย่อมสามารถเข้าถึงสิทธิในกระบวนการพจารณา
ตลอดทุกชั้นศาลโดยง่าย ลดความเหลื่อมล้ าทางสังคมในการเข้าถึงสิทธิทางกฎหมายลงได้ แม้ผลที่ตามมา
จะท าให้มีคดีเข้ามาสู่ศาลชั้นต้นและคดีขึ้นสู่ศาลสูงเป็นจ านวนมาก แต่หากย้อนค านึงถึงเหตุผลของ
ประชาชนว่าถ้าไม่ได้รับความเดือนร้อนถึงขนาด คงไม่มีผู้ใดอยากฟองร้องเป็นความกน ข้อเสนอของผู้เขียน
ั
้
มิได้ท าให้การเรียกเก็บค่าขึ้นศาลถูกยกเลิกไป เพยงแต่มิให้เรื่องค่าธรรมเนียมศาลหรือค่าขึ้นศาลถูกน ามา
ี
เป็นเงื่อนแง่หรือก าแพงกั้นขวางการเข้าถึงสิทธิในคดีแพง แต่ให้ปรับแก้บทบัญญัติเรื่องค่าขึ้นศาลนี้ให้เป็น
่
้
เงื่อนไขบังคับหลังว่า ให้ฝ่ายแพคดีในชั้นที่สุดเป็นผู้รับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวง ดังนั้น คู่ความฝ่ายที่จะ
เริ่มต้นคดีพึงตระหนักว่า หากการใช้สิทธิทางศาลเป็นไปโดยไม่สุจริต จะต้องรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมศาล
ั
ทั้งปวงเมื่อตกเป็นฝ่ายแพ้คดีในชั้นที่สุด ส าหรับอตราค่าฤชาธรรมเนียมที่อาจต้องรับผิดในชั้นที่สุดมีเพียงใด
้
้
้
้
ให้ศาลคิดค านวณและแจ้งให้ผู้ฟองคดีทราบขณะยื่นค าฟองหรือฟองแย้ง และขณะผู้ถูกฟองยื่นค าให้การ
ต่อสู้คดี การบังคับคดีในส่วนค่าฤชาธรรมเนียมศาลในชั้นที่สุดนี้ ให้น าบทบัญญัติเรื่องการได้รับการยกเว้น
๕
ค่าธรรมเนียมศาล มาบังคับใช้โดยอนุโลม
นอกจากนี้ เพอลดปริมาณคดีที่จะเข้ามาสู่การพจารณาของศาลชั้นต้น ผู้เขียนเห็นว่า ในคดีแพงนั้น
่
ิ
ื่
คู่ความส่วนมากสามารถเจรจาและตกลงท าสัญญาประนีประนอมยอมกันได้ ศาลจึงควรส่งเสริมให้
้
ประชาชนและผู้มีอรรถคดีมีโอกาสเจรจาประนีประนอมข้อขัดแย้งกอนฟอง โดยศาลท าหน้าที่เป็นคนกลาง
่
ช่วยในการเจรจาหาทางออกของปัญหาข้อขัดแย้งในเบื้องต้น ด้วยการน าบทบัญญัติว่าด้วยการไกล่เกลี่ย
ิ
ข้อพพาทก่อนฟอง มาบังคับใช้อย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจากจะสามารถยุติข้อขัดแย้งได้โดยคู่กรณีไม่ต้อง
๖
้
เสียค่าใช้จ่ายเกินจ าเป็น
๕ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๕๘
๖ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาแพ่ง มาตรา ๒๐ ตรี ประกอบมาตรา ๒๐ ทวิ วรรคสาม และข้อก าหนดของประธานศาล
ฎีกาว่าด้วยการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง พ.ศ.๒๕๖๓

