Page 1543 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1543
๑๕๓๐
ิ
ั
ิ
่
จ าเลย ควรนัดฟงค าพพากษาไม่เกิน ๓๐ วัน นับแต่คดีเสร็จการพจารณา คดีแพงและอาญาที่มีการยื่น
ั
ค าให้การต่อสู้คดีหรือจ าเลยให้การปฏิเสธ ควรนัดฟงค าพพากษาไม่เกิน ๔๕ วัน แต่หากคดีใดที่มีความ
ิ
ิ่
สลับซับซ้อนและยุ่งยากก็สามารถก าหนดเวลาเพมได้ที่เห็นสมควร ซึ่งเป็นระยะเวลาที่เหมาะสมและ
ิ
ิ
ิ
ี
เพยงพอแก่การจัดเรียงค าพพากษาให้แล้วเสร็จและส่งไปให้ส านักงานอธิบดีผู้พพากษาภาค ๙ พจารณา
ตรวจได้ทัน แม้ระยะเวลาดังกล่าวจะไม่มีสภาพบังคับให้ต้องปฏิบัติไว้โดยเคร่งครัด แต่ก็เป็นกรอบระยะเวลา
ื่
ที่จะท าให้คดีเสร็จสิ้นไปได้โดยเร็ว เพอให้เป็นไปในแนวเดียวกัน ในส่วนของผู้เขียนจะพยายามจัดท าร่าง
ค าพพากษาให้เสร็จล่วงหน้าและส่งไปยังส านักอธิบดีผู้พพากษาภาค ๙ ให้ทันตามก าหนดเวลาเพอให้
ิ
ื่
ิ
ิ
ส านักงานอธิบดีผู้พพากษาภาค ๙ มีเวลาและสามารถตรวจแก้ไขได้ทันตามก าหนด ซึ่งคดีอาญาบางเรื่อง
จ าเลยอาจต้องขังอยู่ในเรือนจ า หากส านักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค ๙ ตรวจร่างค าพิพากษาเสร็จและจัดส่ง
กลับคืนมาก่อนก าหนดวันนัดฟงค าพพากษา ผู้เขียนก็จะให้เจ้าหน้าที่ด าเนินการให้เบิกตัวจ าเลยและ
ิ
ั
ิ
ั
ื่
นัดโจทก์มาฟงค าพพากษาในวันท าการถัดไปก่อนก าหนดที่ได้นัดไว้ เพอประโยชน์แก่จ าเลยที่ต้องขังอยู่
ิ
ิ
ให้คดีเสร็จสิ้นไปโดยเร็ว แต่ก็มีบางกรณีที่ผู้เขียนส่งร่างค าพพากษาไปยังส านักงานอธิบดีผู้พพากษาภาค ๙
ื่
เพอตรวจ ไม่เป็นไปตามก าหนดเวลา คือ ช่วงปลายปีในเดือนธันวาคมที่ผู้เขียนเคยรับราชการอยู่ที่
ศาลจังหวัดสงขลา ซึ่งมีปริมาณคดีที่จะต้องพจารณาพพากษาจ านวนมาก จ านวนผู้พพากษากับปริมาณคดี
ิ
ิ
ิ
ิ
ิ
ิ
ั
ที่ต้องพจารณาพพากษาไม่สัมพนธ์กัน และจะต้องเร่งรัดการพจารณาพพากษาคดีให้แล้วเสร็จภายในปีนั้น
ิ
ิ
ิ
ตามนโยบายของผู้พพากษาหัวหน้าศาลและอธิบดีผู้พพากษาภาค ๙ ท าให้ระยะเวลาการจัดท าร่าง
ิ
ิ
ค าพพากษามีข้อจ ากัด และจัดส่งร่างค าพพากษาไปตรวจอาจมีระยะเวลาที่เหลือน้อยกว่า ๑๕ วันท าการ
ิ
ซึ่งส านักงานอธิบดีผู้พพากษาภาค ๙ ก็สามารถตรวจร่างค าพพากษาและส่งคืนกลับมาได้ทันก าหนดวันนัด
ิ
ิ
ฟงค าพพากษา แต่ก็ได้ระบุไว้ในหนังสือน าส่งส านวนคืนว่า “คดีนี้ส่งไปตรวจไม่เป็นตามระยะเวลาที่
ั
ิ
ระเบียบก าหนดไว้” ทั้ง ๆ ที่ผู้พพากษาเจ้าของส านวนมีความตั้งใจปฏิบัติงานให้เป็นไปตามนโยบายและ
ประโยชน์ของคู่ความ ท าให้เสียก าลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ที่ตั้งใจท าอย่างเต็มที่และเต็มความสามารถแล้ว
๑๐. การตรวจแก้ไขถ้อยค าหรือรายละเอียดปลีกย่อยที่มิใช่สาระส าคัญในคดีในร่างค าพากษาซึ่งไม่
ั
ท าให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไปหรือเป็นการวินิจฉัยรับฟงข้อเท็จจริงผิดไปจากความเป็นจริง แม้เจตนารมย์
ื่
ิ
ของการให้มีการตรวจส านวนและร่างค าพพากษาหรือค าสั่งของศาลชั้นต้นเพอให้ค าพพากษานั้นมี
ิ
ค าวินิจฉัยที่ตรงตามประเด็นแห่งคดี ให้เหตุผลชัดแจ้ง การใช้ส านวนโวหารที่รัดกุมเข้าใจง่าย มีภาษาเขียน
ที่ดี การใช้ถ้อยค าในกฎหมายและถูกต้องตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถาน ให้ค าพพากษาเป็นไปตาม
ิ
รูปแบบ มีแบบแผนเป็นไปในแนวทางเดียวกัน แต่บางครั้งการตรวจร่างค าพิพากษาของผู้ท าหน้าที่ตรวจร่าง
ิ
ี
ี
ค าพพากษามีการแก้ไขข้อความหรือถ้อยค าส านวนที่เป็นเพยงรายละเอยดปลีกย่อย ซึ่งมิได้ท าให้ผลของ
ิ
ิ
ค าพพากษาเปลี่ยนแปลงไปในสาระส าคัญ หรือมีการปรับปรุงจนถึงขนาดที่ท าให้ร่างค าพพากษานั้นเป็น
ค าพพากษาของผู้ท าหน้าที่ตรวจร่างค าพพากษาตามที่ต้องการ มิใช่เป็นวรรณกรรมของผู้พพากษาเจ้าของ
ิ
ิ
ิ
ิ
ส านวน โดยไม่มีส านวนโวหารที่บ่งบอกว่าเป็นของผู้พพากษาเจ้าของส านวนหลงเหลือไว้ กลายเป็น
ค าพพากษาของผู้ท าหน้าที่ตรวจร่างค าพพากษาไปเสียเช่นนี้ ย่อมมิใช่เจตนารมณ์ที่แท้จริงของการที่ให้
ิ
ิ
ผู้พพากษาที่มีอาวุโสตรวจร่างค าพพากษาเพอให้มีการถ่ายทอดประสบการณ์ให้แก่ผู้พพากษารุ่นน้องที่เริ่ม
ิ
ิ
ื่
ิ
ิ
ปฏิบัติหน้าที่ได้ไม่นาน บางครั้งถ้อยค าที่แก้ไขไม่ได้มีความหมายที่ชัดเจนมากไปกว่าผู้พพากษาเจ้าของ

