Page 1539 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1539
๑๕๒๖
ิ
ี
ิ
ค าพพากษาเป็นเพยงค าแนะน าของผู้ท าหน้าที่ตรวจร่างค าพพากษาเท่านั้น ประกอบกับคณะกรรมการ
บริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.) ได้มีมติเห็นชอบในรูปแบบค าพพากษาพร้อมค าแนะน า โดยก าหนดให้
ิ
ิ
ิ
ผู้พพากษาสามารถเลือกเขียนค าพพากษาตามรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งตามที่แนะน าได้ นอกจากนี้การเขียน
ิ
ิ
ิ
ทางพจารณาน าสืบเป็นการซ้ าซ้อนกับข้อเท็จจริงในส่วนที่เป็นการพเคราะห์ ท าให้ค าพพากษายาวเกินไป
ิ
์
เสียเวลาพมพและตรวจปรับปรุงแก้ไขโดยไม่จ าเป็น จึงไม่นิยมเขียนกันแล้ว การที่ผู้ท าหน้าที่ตรวจร่าง
ิ
ิ
ิ
ค าพพากษามีข้อทักท้วงให้ท าการแก้ไขร่างค าพพากษาตามรูปแบบที่ผู้ท าหน้าที่ตรวจร่างค าพพากษา
ต้องการ โดยระบุเป็นข้อทักท้วงนี้ ผู้เขียนมีความเห็นว่าไม่ควรน าความเห็นที่เป็นเพยงข้อแนะน ามาท าเป็น
ี
ข้อทักท้วง เพราะยังไม่อยู่ในเกณฑ์ที่เข้าข่ายจะกระทบต่อความยุติธรรม อนอยู่ในเกณฑ์ที่อธิบดีผู้พิพากษา
ั
ภาค ๙ จะมีข้อทักท้วงเพอท าความเห็นแย้งได้แต่อย่างใด เป็นการกระทบต่อความเป็นอิสระในการพิจารณา
ื่
ิ
พพากษาคดีของผู้พพากษา แต่ในปัจจุบันไม่ได้มีการก าหนดให้ร่างค าพพากษาที่ส่งไปตรวจ ต้องเขียนทาง
ิ
ิ
ิ
ิ
ิ
พจารณาน าสืบของคู่ความโดยเคร่งครัดแล้ว คงให้เป็นดุลพนิจของผู้พพากษาที่จะสามารถท าค าพพากษา
ิ
ได้ตามรูปแบบที่คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.) ก าหนดให้เลือกใช้ได้
นอกจากนี้มีประเด็นเกี่ยวกับการที่ส านักงานอธิบดีผู้พพากษาภาค ๙ ออกค าสั่งหรือค าแนะน าใด ๆ
ิ
ิ
ิ
ไปยังผู้พพากษาในการตรวจร่างค าพพากษาที่มีผลต่อเนื้อหาในการพจารณาพพากษาคดีนั้น ผู้เขียนเห็นว่า
ิ
ิ
หากผู้พพากษาคนใดพร้อมจะพงยอมรับค าแนะน าโดยเห็นว่าไม่เป็นการกระทบต่อเนื้อหาการพจารณา
ิ
ึ
ิ
ิ
ิ
พพากษาคดี ก็ย่อมเป็นสิทธิเฉพาะบุคคลเพราะไม่กระทบและส่งผลต่อความเป็นอสระของผู้พพากษานั้น
ิ
ั
แต่หากผู้พพากษาคนใดไม่ฟงยอมรับค าแนะน าโดยเห็นว่าเป็นการกระทบต่อเนื้อหาการพจารณาพพากษา
ิ
ิ
ิ
ิ
ิ
คดี ก็ย่อมเป็นสิทธิเฉพาะบุคคลเพราะเป็นการกระทบและส่งผลต่อความเป็นอสระของผู้พพากษานั้นได้
ิ
ผู้เขียนจึงขอเสนอว่า ส านักงานอธิบดีผู้พพากษาภาค ๙ ควรระบุไว้ในหนังสือส่งส านวนคืนให้ชัดเจนว่า
ิ
ข้อสังเกตที่ระบุในร่างค าพพากษาหรือค าสั่งที่ตรวจนั้น เป็นเพียงการทักท้วงเพอให้ค าแนะน าหรือทักท้วงที่
ื่
อยู่ในเกณฑ์ที่สามารถท าความเห็นแย้ง เพราะหากเป็นเพยงค าแนะน าแล้ว ควรระบุว่าให้อยู่ในดุลยพนิจ
ี
ิ
ิ
ของผู้พพากษาเจ้าของส านวนและองค์คณะที่จะพจารณาเห็นสมควรปฏิบัติตามค าแนะน านั้นหรือไม่ก็ได้
ิ
มิใช่การออกค าสั่งให้ปฏิบัติตามค าแนะน าโดยถือว่าเป็นข้อทักท้วงที่ผู้พพากษาเจ้าของส านวนต้องปฏิบัติ
ิ
ิ
ี
ตามที่มีการแจ้งในหนังสือส่งส านวนคืนโดยเคร่งครัด เนื่องจากการตรวจร่างค าพพากษาเป็นเพยงการ
ิ
ตรวจสอบดุลพนิจในการวินิจฉัยและรับฟงพยานหลักฐานในส านวนให้ถูกต้อง ซึ่งยังคงให้อสระแก่
ิ
ั
ผู้พพากษาและองค์คณะที่จะยืนยันค าตัดสินของตน โดยไม่จ าต้องปฏิบัติตามข้อทักท้วงที่มีผลในทางคดี
ิ
ิ
แต่หากผู้ท าหน้าที่ตรวจร่างค าพพากษาเห็นว่าเป็นการวินิจฉัยมิได้ผิดไปจากข้อเท็จจริงจนท าให้เสีย
ั
ิ
ความยุติธรรม การตรวจร่างค าพพากษาแล้วให้เปลี่ยนผลคดีโดยไม่ปรากฏเหตุผลผิดพลาดของการรับฟง
ิ
ข้อเท็จจริงและชั่งน้ าหนักพยานหลักฐานของผู้พพากษาเจ้าของส านวน ย่อมเป็นการก้าวก่ายดุลพนิจอสระ
ิ
ิ
ของผู้พิพากษา ผู้ท าหน้าที่ตรวจร่างค าพิพากษาควรท าความเห็นแย้งเท่านั้น
ิ
ิ
๖. การทักท้วงร่างค าพพากษาหรือค าสั่งด้วยวาจาทางโทรศัพท์ ในการตรวจร่างค าพพากษา
ิ
ื่
บางครั้งเพอความสะดวกและรวดเร็ว ผู้ท าหน้าที่ตรวจร่างค าพพากษาจะใช้วิธีการโทรศัพท์ติดต่อมายัง
ั
ิ
้
ผู้พพากษาเจ้าของส านวนให้ข้อทักทวงในร่างค าพากษาหรือค าสั่ง ซึ่งผู้เขียนมีความเห็นว่าเป็นสิ่งที่ดี ในอนที่
จะสอบถามข้อเท็จจริงและแนวความคิดในการวินิจฉัยข้อเท็จจริงนั้น ๆ ในส านวนให้ได้ความกระจ่างมาก

