Page 1541 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1541
๑๕๒๘
ิ
ื่
ิ
๗. การเรียกให้ผู้พพากษาเจ้าของส านวนไปพบเพอปรึกษาเกี่ยวกับร่างค าพพากษาหรือค าสั่งด้วย
ิ
วาจา ผู้เขียนเคยรับราชการที่ศาลจังหวัดสงขลา ซึ่งขณะนั้นส านักงานอธิบดีผู้พพากษาภาค ๙ และศาล
ิ
จังหวัดสงขลา มีสถานที่ตั้งอยู่ในอาคารเดียวกัน บางครั้งผู้ท าหน้าที่ตรวจร่างค าพพากษาเชิญเจ้าของ
ิ
ั
ิ
ส านวนคดีไปพบผู้ท าหน้าที่ตรวจร่างค าพพากษาที่ห้องพก จากนั้นผู้ท าหน้าที่ตรวจร่างค าพพากษาก็จะให้
ิ
ค าแนะน าหรือข้อทักท้วงด้วยวาจา บางครั้งโน้มน้าวให้เจ้าของส านวนรับส านวนและร่างค าพพากษากลับคืน
ื่
เพอไปแก้ไขตามค าแนะน าหรือข้อทักท้วงด้วยวาจา โดยผู้ท าหน้าที่ตรวจร่างค าพพากษาไม่ประสงค์จะท า
ิ
ค าแนะน าหรือมีข้อทักท้วงส่งกลับมาเป็นลายลักษณ์อกษรตามระบบงานสารบรรณ และมิได้ผ่านความ
ั
ิ
ิ
เห็นชอบของอธิบดีผู้พพากษาภาค ๙ ตามระเบียบ ผู้พพากษาบางคนเมื่อไปพบผู้ท าหน้าที่ตรวจร่าง
ิ
ิ
ค าพพากษาก็อาจยอมรับส านวนและร่างค าพพากษากลับคืนมาแก้ไขตามค าแนะน าหรือข้อทักท้วง
ิ
แต่ผู้เขียนเห็นว่าการให้ค าแนะน าหรือข้อทักท้วงด้วยวาจาของผู้ท าหน้าที่ตรวจร่างค าพพากษาโดยไม่เสนอ
ผ่านอธิบดีผู้พพากษาภาค ๙ เป็นการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม อกทั้งหาก
ี
ิ
ิ
ผู้พพากษาเจ้าของส านวนยินยอมปฏิบัติตามค าแนะน าหรือข้อทักท้วงด้วยวาจาของผู้ท าหน้าที่ตรวจร่าง
ิ
ค าพพากษาโดยไม่ผ่านอธิบดีผู้พพากษาภาค ๙ ย่อมเป็นวิธีการที่อาจส่งผลกระทบต่อการท าหน้าที่อย่าง
ิ
ิ
ิ
เป็นอสระของผู้พพากษาเป็นอย่างยิ่ง เพราะผู้ที่ท าหน้าที่ตรวจร่างค าพพากษาไม่ใด้เป็นองค์คณะในการ
ิ
ิ
ิ
ิ
ิ
พจารณาพพากษาคดีและมีส่วนลงชื่อรับผิดชอบในค าพพากษาด้วยแต่อย่างใด แต่กลับมีอทธิพลในการ
แก้ไขร่างค าพิพากษาของเจ้าของส านวนได้
ิ
๘. ผลกระทบต่อผู้พพากษาที่ไม่ปฏิบัติตามข้อทักท้วง ลอร์ด เดนนิ่ง ได้วางหลักความเป็นอสระ
ิ
ิ
ิ
ิ
ของผู้พพากษาว่า “ผู้พพากษาต้องมีความเป็นอสระจากการบังคับบัญชาตามล าดับชั้น (A hierarchy of
power)” เพราะหากให้มีการบังคับบัญชาในการพิจารณาพพากษาคดี ก็จะก่อให้ผู้พพากษามีความหวั่นไหว
ิ
ิ
ิ
เกิดความกลัว ท าให้มีอคติในการพจารณาพพากษาคดี ผู้เขียนเห็นว่าการส่งส านวนและร่างค าพพากษา
ิ
ิ
ิ
หรือค าสังให้ส านักงานอธิบดีผู้พพากษาภาค ๙ ตรวจก่อนอานนั้น เป็นการปฏิบัติตามพระธรรมนูญ
่
ศาลยุติธรรม มาตรา ๑๔ ประกอบมาตรา ๑๑ (๑) และ (๔) แต่ไม่ว่าอธิบดีผู้พิพากษาภาค ๙ จะมีความเห็น
เกี่ยวกับร่างค าพพากษาหรือค าสั่ง โดยเห็นควรมีข้อแนะน าหรือข้อทักท้วงเพอมีความเห็นแย้งก็ตาม
ื่
ิ
ิ
ิ
ผู้พพากษาเจ้าของส านวนและองค์คณะย่อมมีเอกสิทธิ์ที่จะยืนยันตามร่างค าพพากษาหรือค าสั่งเนื่องจาก
มีความเป็นอสระในการพจารณาและพพากษาคดี ตามที่ก าหนดไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
ิ
ิ
ิ
ิ
แต่ทั้งนี้ ส านักงานอธิบดีผู้พพากษาภาค ๙ ควรต้องระบุในหนังสือน าส่งส านวนคืนให้ชัดเจนว่าความเห็น
ของอธิบดีผู้พพากษาภาค ๙ เป็นเพยงการให้ค าแนะน าหรือข้อทักท้วงที่อาจท าความเห็นแย้งได้ และหาก
ิ
ี
ิ
ผู้พพากษาเจ้าของส านวนไม่ยินยอมที่จะปฏิบัติตามค าแนะน าหรือข้อทักท้วง ต้องไม่มีผลกระทบต่อ
การประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ เพราะหากไม่มีหลักประกันในเรื่องนี้ผู้พพากษาอาจมีความหวั่นไหวเกิด
ิ
ิ
ิ
ความกลัว ท าให้มีอคติในการพจารณาพพากษาคดี โดยยินยอมที่จะปฏิบัติค าแนะน าหรือข้อทักท้วงของ
ิ
อธิบดีผู้พพากษาภาค ๙ ในฐานะเป็นผู้บังคับบัญชาผู้มีอานาจในการประเมินผลการปฏิบัติงาน โดยฝืน
ื่
ความรู้สึกของตนเอง เพอไม่ต้องการให้เกิดผลกระทบต่อความก้าวหน้าในการปฏิบัติหน้าที่ราชการของตนได้
ิ
เพราะ ผู้พพากษาแต่ละคนมีความเข้มแข็งและอดทนอดกลั้นต่อความกดกันได้ไม่เท่ากัน อาจจะคิดและ
ท าในสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เป็นได้

