Page 1546 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1546
๑๕๓๓
ิ
ั
ิ
ผู้พพากษารุ่นหลังให้มีความรู้ความเข้าใจในการพจารณาพพากษาคดี เป็นประโยชน์แก่การพฒนาระบบ
ิ
ิ
การพจารณาพพากษาคดีในศาลชั้นต้น แต่ผู้ท าหน้าที่แต่ละฝ่ายอาจยังไม่เข้าใจบทบาทและหน้าที่ของตน
ิ
ท าให้การอานวยความยุติธรรมของศาลชั้นต้นยังเกิดความลักลั่น และไม่มีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนถูกต้อง
ประกอบกับในช่วงที่ผ่านมาศาลยุติธรรมขาดการสอนและฝึกฝนการเขียนค าพพากษาอย่างเข้มข้นและ
ิ
จริงจัง และยึดติดกับรูปแบบเดิมของค าพพากษาซึ่งเป็นการปฏิบัติสืบเนื่องกันมา ทั้งที่การตรวจร่าง
ิ
ั
ิ
ค าพพากษานั้นควรมุ่งเน้นให้ค าพพากษาเป็นไปตามหลักนิติธรรมบนพนฐานเหตุผลอนเป็นที่ยอมรับของ
ิ
ื้
ิ
ประชาชน ดังนั้น เพื่อเป็นการพัฒนาและส่งเสริมให้การตรวจร่างค าพพากษาหรือค าสั่งของส านักงานอธิบดี
ื่
ิ
ิ
ผู้พพากษาภาคเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับหลักความเป็นอสระของผู้พพากษา และเพอ
ิ
ิ
ส่งเสริมความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อศาลยุติธรรมในภาพรวมว่าผู้พพากษาของศาลยุติธรรมสามารถ
อานวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนได้อย่างมีความเป็นอสระปราศจากการบังคับบัญชาตามล าดับชั้น
ิ
เช่นราชการฝ่ายอน ๆ ผู้เขียนจึงขอเสนอแนะให้ส านักงานอธิบดีผู้พพากษาภาคควรมีการก าหนดคู่มือ
ิ
ื่
ิ
มาตรฐานการตรวจร่างค าพพากษาตามแนวของศาลอทธรณ์ ศาลอทธรณ์ภาค หรือศาลฎีกา และในทาง
ุ
ุ
ปฏิบัติควรค านึงถึงหลักความเป็นอสระของผู้พพากษาและการพจารณาโดยปราศจากอคติทั้งปวงตามที่
ิ
ิ
ิ
บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ พระธรรมนูญศาลยุติธรรม และประมวลจริยธรรมของข้าราชการฝ่ายตุลาการ
ี
ศาลยุติธรรมด้วยเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการให้อธิบดีผู้พิพากษาภาคมอ านาจตรวจส านวนและร่างค า
ื่
ิ
ิ
พพากษาสนับสนุนการพจารณาคดีให้มีมาตรฐานเดียวกันเพอให้เกิดความสะดวก รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
ิ
สูงสุด ไม่กระทบต่อการพจารณาพพากษาคดี และส านักงานศาลยุติธรรมควรจัดให้มีการฝึกฝนอบรมและ
ิ
ิ
ิ
ิ
ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการจัดท าค าพพากษา หลักความเป็นอสระของของผู้พพากษาในการพจารณา
ิ
ิ
พพากษาคดี สิทธิและหน้าที่ของผู้พพากษาและองค์คณะในการพจารณาพพากษาคดี และหน้าที่ของ
ิ
ิ
ิ
ผู้ท าหน้าที่ตรวจร่างค าพพากษา ไม่แทรกแซงดุลพินิจในการวินิจฉัยตัดสินคดีโดยชอบ แต่หากมีการวินิจฉัย
ิ
ชี้ขาดตัดสินคดีไปในทางที่ไม่ชอบ จึงจะได้โต้แย้งทักท้วงหรือท าความเห็นแย้งในประเด็นที่ไม่เห็นด้วยกับ
ิ
ิ
องค์คณะในค าตัดสินนั้น โดยต้องยึดหลักความเป็นอิสระของผู้พพากษาที่จะพพากษาคดีโดยไม่มีการเข้าไป
ก้าวก่ายหรือแทรกแซงในการปฏิบัติหน้าที่เป็นส าคัญ ซึ่งในระหว่างการจัดท าบทความทางวิชาการฉบับนี้
ผู้เขียนทราบว่าคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.) ประชุมมีมติเมื่อวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๖๔
ิ
เห็นชอบคู่มือปฏิบัติราชการในการตรวจร่างค าพพากษาหรือค าสั่งของส านักงานอธิบดีผู้พพากษาภาค
ิ
ิ
ตามที่คณะอนุกรรมการจัดท าคู่มือปฏิบัติราชการในการตรวจร่างค าพพากษาหรือค าสั่งและการตรวจ
ราชการของอธิบดีผู้พิพากษาภาคเสนอ นับเป็นการแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องเกี่ยวกับการตรวจร่างค าพิพากษา
ของส านักงานอธิบดีผู้พพากษาภาคที่ไม่มีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน เพอให้การตรวจร่างค าพพากษาของ
ิ
ิ
ื่
ิ
ศาลชั้นต้นด าเนินการเป็นไปในแนวทางเดียวกัน สามารถรักษาบรรทัดฐานและมาตรฐานของค าพพากษา
หรือค าสั่งให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ิ
ิ
การตรวจร่างค าพพากษาศาลชั้นต้นของส านักงานอธิบดีผู้พพากษาภาค หากเปรียบกับการเล่น
กีฬาฟตบอลแล้ว ผู้เล่นทั้งสองฝ่ายเสมือนเป็นคู่ความฝ่ายโจทก์และจ าเลย ที่ต้องพยายามท าประตูของ
ุ
อกฝ่ายให้ได้เพอชัยชนะ ผู้พพากษาและองค์คณะเปรียบเสมือนกรรมการผู้ตัดสินในสนามและผู้ก ากับ
ี
ิ
ื่
เส้นข้างสนามทจะต้องควบคุมเกมการแข่งขันในสนามและคอยช่วยเหลือกันให้ทั้งสองฝ่ายปฏิบัติตามกติกา
ี่

