Page 1542 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1542
๑๕๒๙
ื่
๙. การรายงานคดีส าคัญและส่งส านวนคดีไปเพอตรวจร่างค าพิพากษาหรือค าสั่งไม่เป็นไปตาม
ระเบียบและล่าช้า ระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการรายงานคดีส าคัญในศาลชั้นต้น
และศาลชั้นอทธรณ์ต่อประธานศาลฎีกา และการรายงานคดีและการตรวจส านวนคดีในส านักงานอธิบดี
ุ
ิ
ผู้พิพากษาภาค พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๑๒ และระเบียบส านักงานอธิบดีผู้พพากษาภาค ๙ ว่าด้วยการรายงานคดี
่
ิ
ิ
การตรวจส านวนและการแจ้งผลการอานค าพพากษาในส านักงานอธิบดีผู้พพากษาภาค ๙ พ.ศ. ๒๕๖๓
ิ
ข้อ ๕ ก าหนดให้ศาลชั้นต้นรายงานคดีทันทีเมื่อรับฟอง รับค าร้อง หรือประทับฟอง และเมื่อพจารณาคดี
้
้
ิ
เสร็จให้ส่งส านวนและร่างค าพพากษาหรือค าสั่งไปตรวจ โดยควรให้มีระยะเวลาการตรวจไม่น้อยกว่า
ิ
๑๕ วันท าการ ผู้พพากษาหัวหน้าศาลซึ่งเป็นผู้บริหารศาลนั้นจึงมีหน้าที่ต้องตรวจสอบและก าชับให้
ผู้พพากษาและเจ้าหน้าที่ศาลในสังกัด ตรวจสอบคดีที่อยู่ในเกณฑ์ต้องรายงานคดีและร่างค าพพากษาหรือ
ิ
ิ
ค าสั่งไปตรวจภายในก าหนดระยะเวลา ซึ่งมีกรณีที่เจ้าหน้าที่ศาลไม่ได้ตรวจสอบว่าเป็นคดีที่เข้าหลักเกณฑ ์
ิ
ิ
ต้องรายงานตามระเบียบหรือไม่ หรือผู้พพากษาหลงลืมมิได้จดรายงานกระบวนพจารณาหรือจดรายงาน
ิ
กระบวนพจารณาให้รายงานคดีแล้ว แต่เจ้าหน้าที่หลงลืมมิได้ได้รายงานคดีไปตามก าหนด ท าให้ส านักงาน
ิ
ิ
อธิบดีผู้พพากษาภาค ๙ ไม่สามารถตรวจสอบคดีหรือพจารณามอบหมายให้รองอธิบดีผู้พพากษาภาค ๙
ิ
ิ
เข้าร่วมในการพจารณาพพากษาคดีนั้นด้วย ซึ่งมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยให้ประทับตราไว้ที่
ิ
ปกส านวนว่า “รายงานคดีส าคัญ” ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้พพากษาหัวหน้าศาลและผู้พพากษาที่จะต้อง
ิ
ิ
ตรวจสอบและก าชับให้ผู้พิพากษาและเจ้าหน้าที่ศาลปฏิบัติตามระเบียบโดยเคร่งครัด นอกจากนี้มีบางศาล
ส่งส านวนและร่างค าพิพากษาไปตรวจในระยะเวลากระชั้นชิดและน้อยกว่า ๑๕ วันท าการ ท าให้ผู้ท าหน้าที่
ิ
ิ
ิ
ตรวจร่างค าพพากษาต้องรีบเร่งอานส านวนและตรวจร่างค าพพากษาหรือค าสั่งเพอเสนออธิบดีผู้พพากษา
ื่
่
ภาค ๙ หรือรองอธิบดีผู้พิพากษาภาค ๙ ที่ได้รับมอบหมายพิจารณาสั่งออกให้ทันตามกาหนด ส่งผลกระทบ
ต่อความละเอยดรอบคอบในการตรวจส านวนและตรวจร่างค าพพากษาหรือค าสั่ง หากส านวนคดีเรื่องใดมี
ี
ิ
การส่งไปตรวจน้อยกว่าระยะเวลาตามที่ก าหนดไว้ในระเบียบ ส านักงานอธิบดีผู้พพากษาภาค ๙ จะระบุไว้
ิ
ในหนังสือส่งคืนส านวนและร่างค าพพากษาว่า “อนึ่ง ส านวนคดีนี้มิได้ส่งตรวจตามก าหนดระยะเวลาตาม
ิ
ระเบียบ จึงก าชับให้ถือปฏิบัติตามระเบียบโดยเคร่งครัดด้วย” ซึ่งส านักงานอธิบดีผู้พพากษาภาค ๙ ยังมี
ิ
ิ
หนังสือเวียนก าชับให้ศาลในเขตอานาจส่งส านวนและร่างค าพพากษาไปตรวจตามระยะเวลาที่ก าหนดไว้ใน
ิ
ื่
ระเบียบ เพอให้ส านักงานอธิบดีผู้พพากษาภาค ๙ สามารถตรวจส านวนและร่างค าพพากษาให้เป็นไปโดย
ิ
ี
ความละเอยดรอบคอบ และได้จัดท าสถิติคดีของแต่ละศาลในเขตอานาจซึ่งส่งไปตรวจว่ามีการด าเนินการ
ิ
ตามก าหนดระยะเวลาตามระเบียบหรือไม่ แล้วแจ้งให้ผู้พพากษาหัวหน้าศาลในเขตอานาจทราบ
ื่
เพอพจารณาแจ้งให้ผู้พพากษาในศาลนั้นทราบและปรับปรุงแก้ไข และยังมีการน าสถิติดังกล่าวไปแจ้งใน
ิ
ิ
ิ
ที่ประชุมของคณะอนุกรรมการบริหารศาลยุติธรรมประจ าภาค ๙ ด้วย ท าให้ผู้พพากษาหัวหน้าศาลใน
สังกัดส านักงานอธิบดีผู้พพากษาภาค ๙ แต่ละศาลได้ทราบถึงความบกพร่อมดังกล่าว และน าไปปรับปรุง
ิ
้
แก้ไขได้ด้วย อันเป็นการให้ค าแนะน าในข้อขัดของในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิพากษา
ิ
นอกจากนี้ส านักงานอธิบดีผู้พพากษาภาค ๙ ยังได้ให้ค าแนะน าเกี่ยวกับการก าหนดระยะเวลานัด
ั
ิ
ฟงค าพพากษาหลังจากสืบพยานเสร็จ ซึ่งเป็นการให้ค าแนะน าตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา ๑๑ (๔)
โดยให้ค านึงถึงความยากง่ายและสลับซับซ้อนของคดี เช่น คดีสืบพยานโจทก์ประกอบค ารับสารภาพของ

