Page 1537 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1537
๑๕๒๔
ผู้พิพากษาภาค ๙ ที่ท าหน้าที่ดูแลการวินิจฉัยชี้ขาดคดีให้เป็นไปตามมาตรฐานในแนวเดียวกัน ทั้งพระธรรมนูญ
ศาลยุติธรรม มาตรา ๑๑ วรรคหนึ่ง (๑) มีเจตนารมย์ระบุไว้ให้เป็นอานาจของอธิบดีผู้พิพากษาภาคเท่านั้น
จึงไม่อาจมอบหมายให้ผู้ใดท าแทนได้
ิ
๔. ในกรณีที่อธิบดีผู้พพากษาภาค ๙ มีค าสั่งมอบหมายให้รองอธิบดีผู้พพากษาภาค ๙ ไปนั่งพิจารณา
ิ
ิ
ิ
ิ
และพพากษาคดีส าคัญในศาลใด มีปัญหาให้พจารณาว่า อธิบดีผู้พพากษาภาค ๙ สามารถมอบหมายให้
ี
รองอธิบดีผู้พพากษาภาค ๙ นั่งพจารณาคดีในชั้นสืบพยานเพยงบางนัดได้หรือไม่ มีความเห็นแตกต่างกัน
ิ
ิ
เป็น ๒ แนวทาง คือ
แนวทางที่ ๑ เห็นว่า การนั่งพจารณาคดีของรองอธิบดีผู้พพากษาภาค ๙ ตามที่อธิบดีผู้พพากษา
ิ
ิ
ิ
ิ
ภาค ๙ มอบหมายให้ร่วมกับผู้พพากษาในศาลที่อยู่ในเขตอานาจ เป็นกรณีที่รองอธิบดีผู้พพากษาภาค ๙
ิ
เข้าเป็นองค์คณะพจารณาพพากษาคดีนั้น รองอธิบดีผู้พพากษาภาค ๙ จึงต้องนั่งพจารณาและประชุม
ิ
ิ
ิ
ิ
ิ
ท าค าพพากษาคดีนั้นเช่นเดียวกับผู้พพากษาอนในองค์คณะ เว้นแต่กรณีมีเหตุสุดวิสัยหรือเหตุจ าเป็นอน
ิ
ื่
ื่
อนมิอาจก้าวล่วงได้ ก็ให้ด าเนินการตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา ๒๘ หรือมาตรา ๒๙ แล้วแต่
ั
ิ
กรณี ตามระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการนั่งพิจารณาและพพากษาคดีของผู้รับผิดชอบ
ิ
ิ
๒๘
ราชการศาล พ.ศ. ๒๕๔๔ ข้อ ๖ รองอธิบดีผู้พพากษาภาค ๙ จึงต้องนั่งพจารณาคดีในชั้นสืบพยาน
ิ
ิ
ิ
ทุกนัดตามหลักการนั่งพจารณาคดีครบองค์คณะตามจ านวนผู้พพากษาที่ผู้พพากษาหัวหน้าศาลจ่ายส านวนคดี
หากนัดใดมีเหตุสุดวิสัยหรือเหตุจ าเป็นอื่นอันมิอาจก้าวล่วงได้ ท าให้รองอธิบดีผู้พิพากษาภาค ๙ ไม่สามารถ
นั่งพจารณาคดีในนัดนั้นได้ ก็ต้องด าเนินการตามมาตรา ๒๘ วรรคหนึ่ง (๓) คือ ต้องให้มีผู้พพากษาที่
ิ
ิ
บทบัญญัติดังกล่าวก าหนดไว้นั่งพจารณาคดีในนัดนั้นแทน ดังนั้น อธิบดีผู้พพากษาภาค ๙ จึงไม่สามารถ
ิ
ิ
มอบหมายให้รองอธิบดีผู้พิพากษาภาค ๙ นั่งพิจารณาคดีในชั้นสืบพยานเพียงบางนัดได้
ิ
ิ
แนวทางที่ ๒ เห็นว่า กรณีที่อธิบดีผู้พพากษาภาค ๙ มอบหมายให้รองอธิบดีผู้พพากษาภาค ๙
นั่งพิจารณาคดีใดของศาลที่อยู่ในเขตอ านาจ ในทางปฏิบัติผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจะจ่ายส านวนคดีนั้นให้แก่
ิ
ิ
ผู้พพากษาในศาลนั้นครบจ านวนขั้นต่ าของผู้พพากษาที่มีอานาจพจารณาพพากษาคดีตามพระธรรมนูญ
ิ
ิ
ิ
ศาลยุติธรรม มาตรา ๒๕ หรือมาตรา ๒๖ แล้วแต่กรณี เป็นองค์คณะพจารณาพพากษาคดีนั้น ร่วมกับ
ิ
รองอธิบดีผู้พพากษาภาค ๙ ที่อธิบดีผู้พิพากษาภาค ๙ มอบหมาย ท าให้องคคณะพจารณาพพากษาคดีนั้น
์
ิ
ิ
ิ
ิ
ิ
มีจ านวนผู้พพากษามากกว่าจ านวนขั้นต่ าตามบทบัญญัติดังกล่าว ๑ คน รองอธิบดีผู้พพากษาภาค ๙
ที่ได้รับมอบหมาย จึงไม่จ าเป็นต้องนั่งพจารณาคดีในชั้นสืบพยานทุกนัดก็ได้ หากผู้พพากษาในศาลนั้น
ิ
ิ
ิ
ซึ่งเป็นองค์คณะนั่งพจารณาคดีแต่ละนัดครบจ านวนขั้นต่ าตามบทบัญญัติดังกล่าว ก็ย่อมถือว่าเป็นการนั่ง
ิ
พิจารณาคดีครบองค์คณะแล้ว ดังนั้น อธิบดีผู้พพากษาภาค ๙ จึงสามารถมอบหมายให้รองอธิบดี
ิ
ิ
ผู้พพากษาภาค ๙ นั่งพจารณาคดีในชั้นสืบพยานเพยงบางนัดได้ ไม่เป็นการขัดต่อหลักความเป็นอสระใน
ี
ิ
การพิจารณาพิพากษาคดี
๒๘ ระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมว่าด้วยการนั่งพิจารณาและพิพากษาคดีของผู้รับผิดชอบราชการ
ศาล พ.ศ. ๒๕๔๔ ข้อ ๖ ข้อ เมื่อผู้รับผิดชอบราชการศาลเป็นองค์คณะพิจารณาพิพากษาคดีใด ผู้นั้นต้องนั่งพิจารณาและ
ั
ประชุมท าค าพิพากษาคดีนั้นเชนเดียวกับผู้พิพากษาอื่นในองค์คณะ เว้นแต่กรณีมีเหตุสุดวิสัยหรือมีเหตุจ าเป็นอื่นอนมิอาจ
่
ก้าวล่วงได้ ก็ให้ด าเนินการตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา ๒๘ หรือมาตรา ๒๙ แล้วแต่กรณี

