Page 1538 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1538

๑๕๒๕





                                                                ิ
                                                                                            ิ
                        ในส่วนของผู้เขียนมีความเห็นว่า การที่อธิบดีผู้พพากษามอบหมายให้รองอธิบดีผู้พพากษาภาค ๙
                                                                                               ิ
                     ิ
                                                    ิ
                             ิ
                 นั่งพจารณาพพากษาคดีเรื่องใด ย่อมได้พจารณาแล้วเห็นว่ามีความส าคัญ และสมควรให้ผู้พพากษาที่มี
                                 ิ
                 อาวุโสเข้าร่วมการพจารณาพพากษาคดี เพื่อให้เกิดความละเอียดรอบคอบในการตรวจสอบข้อเท็จจริงและ
                                         ิ
                 ข้อกฎหมาย รองอธิบดีจึงต้องนั่งพจารณาคดีจนเสร็จสิ้นตามที่อธิบดีผู้พพากษาภาค ๙ มอบหมายและ
                                                                              ิ
                                              ิ
                 ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลระบุการเป็นองค์คณะไว้ มิฉะนั้นจะเป็นการด าเนินกระบวนการพิจารณาทมิชอบ
                                                                                                ี่
                                                              ิ
                        ๕. การให้ข้อแนะน าในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พพากษาเกี่ยวกับการตรวจร่างค าพิพากษาหรือค าสั่ง
                                                                                    ิ

                 พระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา ๑๑ (๔) ประกอบมาตรา ๑๔ ให้อธิบดีผู้พพากษาภาคมีอานาจให้
                 ค าแนะน าแก่ผู้พพากษาในศาลนั้นในข้อขัดข้องเนื่องในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พพากษา ซึ่งหมายความถึง
                                                                                   ิ
                               ิ
                 การให้ค าแนะน าเฉพาะในข้อขัดข้องเนื่องในการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายที่ไม่เกี่ยวกับเนื้อหาการพิจารณา
                  ิ
                                      ิ
                                                                        ิ
                                                                                  ิ
                 พพากษาคดีเท่านั้น เมื่อพจารณาถึงเรื่องหลักประกันในความเป็นอสระของผู้พพากษาแล้ว ลอร์ด เดนนิ่ง
                                    ิ
                                               ิ
                                                            ิ
                                                                                  ิ
                 ได้วางหลักความเป็นอสระของผู้พพากษาว่า “ผู้พพากษาต้องมีความเป็นอสระจากการบังคับบัญชา
                                                                                            ิ
                                                                                    ิ
                 ตามล าดับชั้น (A hierachy of power)” เพราะหากให้มีการบังคับบัญชาในการพจารณาพพากษาคดีแล้ว
                                                                                      ิ
                                                                                                  ิ
                                                                              ิ
                            ิ
                 ก็จะก่อให้ผู้พพากษามีความหวั่นไหว เกิดความกลัว ท าให้มีอคติในการพจารณาพพากษาคดี ผู้พพากษา
                                  ิ
                 จึงต้องมีความเป็นอสระในการปฏิบัติหน้าที่ในทางอรรถคดี โดยไม่ตกอยู่ภายใต้อาณัติของบุคคลหรือ
                 องค์กรใด ๆ การออกค าสั่งหรือค าแนะน าใด ๆ ไปยังผู้พิพากษาที่มีผลต่อเนื้อหาการพจารณาพพากษาคดี
                                                                                               ิ
                                                                                        ิ
                 เป็นสิ่งที่ต้องห้ามโดยสิ้นเชิง ดังนั้น การให้ค าแนะน าของอธิบดีผู้พพากษาภาค ๙ ตามพระธรรมนูญ
                                                                           ิ
                 ศาลยุติธรรม มาตรา ๑๑ (๔) ประกอบมาตรา ๑๔ จึงไม่ควรอยู่ในข่ายของการออกคาสั่งหรือค าแนะน าใด ๆ

                                                       ิ
                 ไปยังผู้พิพากษาที่มีผลต่อเนื้อหาการพิจารณาพพากษาคดี เพราะในทางบริหารแล้วอธิบดีผู้พิพากษาภาค ๙

                 ย่อมมีฐานะเป็นผู้บังคับบัญชาต่อผู้พิพากษาอยู่ด้วย หากตีความว่าอธิบดีผู้พพากษาภาคมีอานาจออกค าสั่ง
                                                                               ิ
                                                                  ิ
                 หรือค าแนะน าใด ๆ ไปยังผู้พพากษาที่มีผลต่อเนื้อหาการพจารณาพพากษาคดีแล้ว ย่อมส่งผลกระทบต่อ
                                                                         ิ
                                         ิ
                 ความเป็นอิสระในทางส่วนตัวของผู้พิพากษาได้ เพราะไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่โดยปราศจากความกลัวว่าจะ
                 ได้รับผลร้ายที่จะบังเกิดขึ้นแก่ตน
                        แต่ผู้ท าหน้าที่ตรวจส านวนและร่างค าพิพากษาของส านักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค ๙ มิได้แยกแยะ
                 ว่าการท าหน้าที่ตรวจและมีความเห็นใดที่เป็นค าแนะน าในการปฏิบัติหน้าที่หรือข้อทักท้วง โดยส านักงาน
                 อธิบดีผู้พพากษาภาค ๙ จะระบุมาในหนังสือส่งส านวนคดีคืนว่าเป็นข้อทักท้วงในทุกกรณี และมีนัยใน
                         ิ
                                  ิ
                 ทางออกค าสั่งให้ผู้พพากษาเจ้าของส านวนต้องปฏิบัติตามข้อทักท้วงอย่างเคร่งครัดด้วย หากผู้พพากษา
                                                                                                  ิ
                                                          ่
                 เจ้าของส านวนไม่ปฏิบัติตามค าแนะน าก็จะให้งดอานค าพพากษาและต้องส่งส านวนคืนให้ส านักงานอธิบดี
                                                                ิ
                                       ี
                 ผู้พพากษาภาค ๙ ตรวจอกครั้ง เคยมีการทักท้วงเกี่ยวกับรูปแบบในการเขียนร่างค าพพากษา ซึ่งมีการ
                    ิ
                                                                                          ิ
                                   ิ
                 ก าหนดนโยบายให้ผู้พพากษาเจ้าของส านวนเขียนค าพพากษาโดยให้มีทางพจารณาที่คู่ความน าสืบด้วย
                                                                                 ิ
                                                               ิ
                                                  ิ
                 ทุกเรื่อง มิฉะนั้นจะไม่รับตรวจร่างค าพพากษาดังกล่าวและส่งคืนให้เขียนเพมทางพจารณาด้วย โดยให้
                                                                                 ิ่
                                                                                        ิ
                                                                                               ่
                                                                                                       ั
                 ข้อแนะน าว่าเป็นฝึกสรุปย่อความในข้อเท็จจริงตามที่คู่ความได้น าสืบให้เห็นเพอให้ผู้ที่ได้อานหรือฟง
                                                                                     ื่
                                                                                          ิ
                 ค าพิพากษาได้ทราบรายละเอียดโดยย่อของเรื่องราวทั้งหมด และผู้ท าหน้าที่ตรวจร่างค าพพากษาจะแจ้งให้
                                                            ิ
                 ผู้พิพากษาเจ้าของส านวนรับส านวนกลับไปเขียนค าพพากษาตามรูปแบบที่ผู้ท าหน้าที่ตรวจร่างค าพิพากษา
                              ิ
                 ต้องการ ซึ่งผู้พพากษาส่วนใหญ่มีความเห็นที่แตกต่างกัน ผู้เขียนมีความเห็นว่าเรื่องรูปแบบการเขียน
   1533   1534   1535   1536   1537   1538   1539   1540   1541   1542   1543