Page 1544 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1544
๑๕๓๑
ิ
ิ
ส านวนเขียนมา ท าให้บางครั้งผู้พพากษาเจ้าของส านวนที่มีประสบการณ์พจารณาคดีในระดับหนึ่ง
ิ
ิ
ถูกตรวจแก้ไขร่างค าพพากษาในลักษณะดังกล่าว เกิดความน้อยใจว่าค าพพากษาของตนที่เขียนด้วย
ความตั้งใจไม่มีส่วนที่ดีให้น่าภาคภูมิใจได้เลย จึงถูกแก้ไขมากเช่นนี้ นับเป็นการบั่นทอนก าลังใจของ
ู
ิ
ิ
ี
ิ
ผู้พพากษา และเคยมี ผู้พพากษาบางคนพดทีเล่นทีจริงว่า ต่อไปผู้พพากษาน่าจะท าหน้าที่เพยงสืบพยาน
ให้เสร็จ แล้วส่งส านวนไปให้ส านักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาคเขียนค าพพากษาไปตามที่ต้องการได้เลย จะได้
ิ
ไม่ต้องเสียเวลาเขียนหรือต้องเสียก าลังใจกัน ดังนี้ แสดงว่าทั้งผู้พพากษาเจ้าของส านวนและผู้ท าหน้าที่
ิ
ิ
ตรวจร่างค าพิพากษายังมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนต่อวัตถุประสงค์ของการที่ให้มีการตรวจร่างค าพพากษา
ิ
ของศาลชั้นต้น ผู้เขียนมีความเห็นว่าการเขียนค าพพากษาเป็นหน้าที่ของผู้พพากษาและเป็นหัวใจส าคัญ
ิ
ิ
ของผู้พพากษาที่จะแสดงให้เห็นถึงภูมิความรู้ของผู้พพากษาคนนั้นว่ามีความสามารถเขียนค าพพากษาให้มี
ิ
ิ
เหตุผลที่ดีและถูกต้อง ตรงตามประเด็นแห่งคดี ไม่วินิจฉัยนอกประเด็น รัดกุมเข้าใจง่าย มีการใช้ถ้อยค า
ส านวนในกฎหมายถูกต้องตามหลักภาษาไทยและพจนานุกรม และเป็นที่ยอมรับกันได้ทั่วไป จึงควรต้องมี
ิ
การฝึกฝนและอบรมการเขียน ค าพพากษาให้มากขึ้น หากผู้ท าหน้าที่ตรวจร่างค าพพากษาแก้ไขปรับปรุง
ิ
ิ
ิ
ถ้อยค าในร่างค าพพากษา และ ผู้พพากษาเจ้าของส านวนเห็นด้วยว่ามีความสละสลวยถูกต้อง ก็ควรจะ
้
ิ
น้อมรับฟังค าชี้แนะนั้นไว้และน าไปปรับปรุงแกไขให้ดีขึ้น ส่วนผู้ท าหน้าที่ตรวจร่างค าพพากษาหากปรับปรุง
ถ้อยค าส านวนในร่างค าพพากษาที่ตรวจ ก็ควรจะแก้ไขปรับปรุงเฉพาะในสิ่งที่เป็นสาระส าคัญหรือเหตุผล
ิ
ี
แห่งค าพพากษาที่มีผลเกี่ยวกับเนื้อหาทางคดีเท่านั้น รายละเอยดปลีกย่อยหยุมหยิมที่ไม่ได้ท าให้ผลของ
ิ
ค าพพากษาเปลี่ยนแปลงไปและไม่เสียความยุติธรรมก็ควรให้ผ่านไปได้ ส าหรับผู้เขียนเห็นว่าการได้รับ
ิ
ค าแนะน าที่ดีและมีประโยชน์ก็ควรพร้อมที่จะยอมรับในสิ่งนั้น และน ามาปรับปรุงแก้ไขในการร่าง
ค าพพากษาให้ถูกต้องสมบูรณ์ขึ้น โดยไม่ถือว่าเป็นการก้าวก่ายหรือแทรกแซงความเป็นอสระแต่อย่างใด
ิ
ิ
ิ
และเห็นว่าการตรวจร่างค าพพากษาไม่ได้มีวัตถุประสงค์ที่จะคุมการใช้ถ้อยค าในค าพพากษาให้เป็นอย่าง
ิ
เดียวกัน แต่ควรมุ่งเน้นไปที่เรื่องส าคัญ ข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายเป็นหลัก ศาลยุติธรรมจึงควรจัดให้มี
การประชุมอบรมให้ความรู้เกี่ยวการท า ค าพพากษาและระบบการตรวจร่างค าพพากษาที่เข้มข้นและ
ิ
ิ
จริงจัง เพอให้มีการฝึกฝนการท าค าพพากษาที่ถูกต้อง รวมทั้งการท าความเข้าใจถึงบทบาทหน้าที่ของผู้ที่
ิ
ื่
เกี่ยวข้องในการท าค าพพากษาและตรวจร่าง ค าพพากษา เพอให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการตรวจร่าง
ิ
ื่
ิ
ิ
ิ
ค าพิพากษาที่ต้องการให้ผู้พพากษาผู้ใหญ่สอนให้ความรู้และถ่ายทอดประสบการณ์ให้แก่ผู้พพากษารุ่นน้อง
ซึ่งยังมีประสบการณ์ในการพิจารณาพพากษาคดีน้อยกว่า ให้มีแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง และให้ค าพพากษา
ิ
ิ
ิ
ิ
ของศาลมีมาตรฐานเป็นไปในแนวทางเดียวกัน ให้ความรู้เกี่ยวกับความเป็นอสระของของผู้พพากษา
ิ
ิ
ิ
ิ
ในการพจารณาพพากษาคดี เพอให้เข้าใจสิทธิและหน้าที่ของผู้พพากษาและองค์คณะในการพจารณา
ื่
ิ
พพากษาคดี และหน้าที่ของผู้ท าหน้าที่ตรวจร่างค าพพากษาว่าจะต้องด าเนินการโดยยึดหลักความเป็น
ิ
อิสระ ไม่แทรกแซงดุลพนิจในการวินิจฉัยตัดสินคดีโดยชอบ หรือเข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงในการปฏิบัติ
ิ
หน้าที่ด้วย อนจะท าให้การอานวยความยุติธรรมมีประสิทธิภาพและเป็นประโยชน์แก่ผู้มีอรรถคดีตาม
ั
เป้าหมายของศาลยุติธรรมอย่างแท้จริง
๑๑. เนื่องจากส านักงานอธิบดีผู้พพากษาภาค ๙ ยังไม่มีแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการปรึกษาคดี บันทึก
ิ
แนะน า ทักท้วง ปรับปรุงร่างค าพพากษาหรือค าสั่ง และการบันทึกโต้แย้งของผู้พพากษาเจ้าของส านวน
ิ
ิ

