Page 1979 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1979
๑๙๖๑
ื่
ี
เวลาเพยงหนึ่งชั่วโมง และค าพยานมีความถูกต้องครบถ้วน โดยบันทึกภาพและเสียงเพอจัดเก็บในส านวน
ิ
ิ
ความอเล็กทรอนิกส์ตามระเบียบ การที่ศาลทั้งในและต่างประเทศน าเทคโนโลยีมาใช้ในการพจารณา
พพากษาคดีก็เพอให้การด าเนินการของศาลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่จะท าได้ภายใต้
ื่
ิ
สถานการณ์การแพร่ระบาดใหญ่ของไวรัส ศาลต้องเผชิญกับความท้าทายที่ไม่ธรรมดาในการพยายามสร้าง
ิ
ความสมดุลด้านสาธารณสุขและความปลอดภัยตามสิทธิในรัฐธรรมนูญ ซึ่งการน าวิธีการพจารณาคดีทาง
ิ
ิ่
อเล็กทรอนิกส์มาใช้นั้นเป็นการเพมช่องทางการให้บริการของศาล ท าให้ประชาชนสามารถเข้าถึง
กระบวนการยุติธรรมได้โดยสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยมีประโยชน์ที่เห็นได้ชัดคือ
ประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทางมาศาล คู่ความหรือพยานสามารถให้การหรือเบิกความนอกศาล
ั
โดยอาจเป็นที่บ้านพก ที่ท างาน หรือสถานอื่น ๆ ที่คู่ความหรือพยานนั้นสะดวก การนั่งพิจารณาโดยวิธีการ
ิ
ทางอเล็กทรอนิกส์ จึงเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายและเวลาเดินทางของคู่ความหรือพยาน ไม่ว่าจะเป็น
ื่
ค่าใช้จ่ายจากการเดินทาง การหยุดงาน ค่าที่พก หรือค่าใช้จ่ายอน ๆ ที่คู่ความจะต้องสูญเสียเมื่อต้อง
ั
ิ
เดินทางมาศาล การที่ศาลอนุญาตให้คู่ความฝ่ายใดใช้วิธีพจารณาคดีทางอเล็กทรอนิกส์ คู่ความสามารถยื่น
ิ
ส่ง หรือรับค าคู่ความหรือเอกสารในรูปแบบอเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบรับส่งอเล็กทรอนิกส์ของส านักงาน
ิ
ิ
ศาลยุติธรรม ซึ่งคู่ความสามารถเข้าตรวจดูเอกสารต่าง ๆ ที่คู่ความได้ยื่นไว้ผ่านระบบดังกล่าวได้ตลอดเวลา
ิ
รวมทั้งสามารถตรวจสอบค าสั่งศาล ความคืบหน้าของคดี ตรวจวันนัดพจารณา และยังเป็นการลดขั้นตอน
การท างานทางธุรการ ลดภาระค่าใช้จ่ายในการดูและจัดเก็บส านวนความปลอดภัย และในกรณีที่มี
สถานการณ์การฉุกเฉิน เช่น การแพร่ระบาดของโรคติดต่อ การเกิดภัยธรรมชาติ การจลาจล ฯลฯ อาจท า
ิ
ให้ประชาชนไม่สะดวกในการเดินทางมาศาล การพิจารณาคดีทางอเล็กทรอนิกส์ช่วยให้ประชาชนที่มีความ
ิ
จ าเป็นต้องมาศาลสามารถเลือกใช้วิธีพจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส์แทนการเดินทางมาศาลในสถานการณ์
พิเศษได้
ิ
ทั้งนี้ การที่ศาลจะน าวิธีการอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในกระบวนพิจารณาพพากษาคดีได้นั้น ต้องเป็นไป
ด้วยความเป็นธรรมและมีความเท่าเทียมกันของคู่ความทุกฝ่าย โดยเฉพาะจ าเลยในคดีอาญาที่สามารถเข้า
ร่วมได้อย่างเต็มที่ และทนายจ าเลยสามารถท าหน้าที่ในการสืบพยานหลักฐานได้อย่างเต็มที่เช่นกัน ดังนั้น
ิ
การน าเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการพจารณาพพากษาคดีต้องระมัดระวังไม่ให้การพจารณาคดีทาง
ิ
ิ
อิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวสร้างข้อจ ากัดในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของประชาชนที่ยังไม่สามารถเข้าถึง
ึ
เทคโนโลยีได้ และต้องไม่ท าให้คู่ความมีภาระเพมขึ้นหรือค่าใช้จ่ายมากขึ้น การใช้เทคโนโลยีต้องพงระวังที่
ิ่
อาจส่งผลกระทบต่อความยุติธรรม มีผลงานวิจัยหลายฉบับแสดงให้เห็นถึงผลกระทบต่อการด าเนิน
ิ
ิ
กระบวนพจารณาพพากษาคดีทางอเล็กทรอนิกส์อาจส่งผลกระทบต่อผลคดีได้ ตัวอย่างเช่น งานวิจัยฉบับ
ิ
ิ
ิ
ั
หนึ่งแสดงให้เห็นถึงอนตรายจากการพจารณาผ่านระบบอเล็กทรอนิกส์ในคดีอาญา โดยพบว่าผู้พพากษามี
ิ
แนวโน้มที่จะปล่อยตัวชั่วคราวสูงกว่าปกติเมื่อไต่สวนผ่านระบบการประชุมทางจอภาพ งานวิจัยอกฉบับ
ี
พบว่าการพิจารณาผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์มีโอกาสที่จะได้รับการพิจารณาพพากษาเป็นคุณน้อยกว่าการที่
ิ
ิ
คู่ความมาปรากฏตัวที่ห้องพจารณาคดี รวมทั้งประสิทธิภาพในการเป็นตัวแทนของจ าเลยลดน้อยลงความ
ิ
เท่าเทียมกันในการน าพยานหลักฐานมาพสูจน์ต่อศาล ความเหลื่อมล้ าในการเข้าถึงกระบวนเทคโนโลยี
ิ
อเล็กทรอนิกส์ และความไม่เพยงพอของอปกรณ์ และงานวิจัยฉบับหนึ่งยังพบว่าคณะลูกขุนมีแนวโน้มที่จะ
ุ
ี

