Page 2076 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2076
๒๐๕๘
ิ
มีบทสรุปและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับกระบวนพจารณาและการด าเนินงานในการส่งค าโต้แย้งของคู่ความไปให้
ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๒ ดังต่อไปนี้
๖.๑ บทสรุปวิเคราะห ์
โดยเจตนารมณ์และความเป็นมาของกระบวนการตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของ
บทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ศาลจะใช้บังคับแก่คดีแล้ว เห็นว่า ระบบรัฐธรรมนูญของประเทศไทยมีเจตนารมณ์ที่
ี
จะให้มีองค์กรที่ท าหน้าที่ตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกฎหมายที่รวมศูนย์ไว้เพยงองค์กรเดียวแยก
ิ
จากศาลที่มีอานาจหน้าที่พจารณาคดีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๘๙ ที่มีการจัดตั้งคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ และ
ั
พฒนามาเป็นศาลรัฐธรรมนูญในปี พ.ศ. ๒๕๔๐ แล้ว ด้วยเจตนารมณ์ดังกล่าวจึงจ ากัด ดุลยพนิจของศาลที่
ิ
ิ
ิ
ื่
ิ
พจารณาคดีที่จะพจารณาว่าจะส่งค าโต้แย้งของคู่ความให้ศาลรัฐธรรมนูญพจารณาวินิจฉัยเพอมิให้ศาลที่
ื่
ิ
พจารณาคดีนั้นเข้าไปวินิจฉัยปัญหาทางรัฐธรรมนูญเสียเอง อย่างไรก็ตามเพอมิให้กลไกตามรัฐธรรมนูญนี้เป็น
ิ
ุ
อปสรรคต่อการด าเนินกระบวนพจารณาของศาลต่าง ๆ และมิให้คู่ความใช้กลไกนี้เพอการประวิงคดีหรือท าให้
ื่
กระบวนพจารณาของศาลชักช้ายุ่งยากโดยไม่จ าเป็น และเพอมิให้มีคดีถูกส่ง ไปให้ศาลรัฐธรรมนูญมากเกิน
ิ
ื่
สมควร จึงให้อานาจศาลที่พจารณาคดีและที่คู่ความโต้แย้งว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายขัดหรือแย้งต่อ
ิ
รัฐธรรมนูญนั้น สามารถพจารณาได้ในเบื้องต้นว่าค าโต้แย้งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่รัฐธรรมนูญก าหนดไว้ใน
ิ
ื่
มาตรา ๒๑๒ วรรคหนึ่ง หรือไม่ เพอที่จะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพจารณาวินิจฉัย และศาลรัฐธรรมนูญก็จะมีองค์
ิ
ั
คณะในการกลั่นกรองคดี ที่มีอานาจในการตรวจสอบได้ว่าค าโต้แย้งของคู่ความดังกล่าวมีสาระอนควรได้รับการ
วินิจฉัย ตามมาตรา ๒๑๒ วรรคสองหรือไม่อีกทอดหนึ่ง
ในปัจจุบัน แนวค าพพากษาของศาลฎีกาและแนวค าวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญได้วางบรรทัดฐาน
ิ
ชัดเจนแล้วในเรื่องต่อไปนี้
(๑) “บทบัญญัติแห่งกฎหมาย” ตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๑๒ นี้ หมายถึงกฎหมายระดับ
พระราชบัญญัติที่ตราขึ้นโดยองค์กรที่ใช้อานาจนิติบัญญัติ และบทบัญญัติที่อยู่ในล าดับศักดิ์เทียบเท่ากับ
พระราชบัญญัติ ได้แก่ พระราชก าหนด ประมวลกฎหมาย และค าสั่งหรือประกาศของคณะปฏิวัติรัฐประหาร
ต่าง ๆ
(๒) “บทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ศาลจะใช้บังคับแก่คดี” ได้แก่ บทบัญญัติที่ศาลจะใช้พจารณาใน
ิ
ประเด็นเนื้อหาแห่งคดี ได้แก่กฎหมายสารบัญญัติ ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายอาญา กฎหมายแพงและพาณิชย์
่
ื่
ิ
ิ
กฎหมายปกครอง กฎหมายธุรกิจ และกฎหมายพเศษอน ๆ รวมถึงกฎหมายวิธีพจารณาความต่าง ๆ ที่ศาล
ิ
ิ
จะต้องใช้ในการด าเนินกระบวนพจารณาคดี ในชั้นบังคับคดีหรือในการรื้อฟนคดีขึ้นพจารณาใหม่ ตลอดจน
ื้
ิ
ิ
กฎหมายจัดตั้งศาลที่ก าหนดเขตอานาจศาลในการพจารณาคดี ได้แก่กฎหมายวิธีสบัญญัติ วิธีพจารณาความ
ิ
แพง วิธีพจารณาความอาญา พระธรรมนูญศาลยุติธรรม และกฎหมายจัดตั้งศาลและวิธีพจารณาคดีของศาล
่
ิ
ช านัญพิเศษต่าง ๆ
(๓) การโต้แย้งว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ศาลจะใช้บังคับแก่คดีขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญนี้
จะต้องเป็นการโต้แย้งโดยระบุให้ชัดเจนว่าเนื้อหาของบทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นมาตราใดขัดหรือแย้งต่อ
รัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสิทธิ เสรีภาพ หรือหน้าที่ของปวงชนชาวไทย เรื่องใด มาตราใด ไม่รวมถึงการ
โต้แย้งเกี่ยวกับกระบวนการตรากฎหมาย หรือบทบัญญัติในส่วนแนวนโยบายแห่งรัฐหรือการปฏิรูปประเทศ
ิ
(๔) เมื่อมีค าโต้แย้งตามมาตรา ๒๑๒ ในศาลใด เป็นอานาจของศาลที่พจารณาคดีและได้รับ

