Page 2072 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2072
๒๐๕๔
ิ
ไปทั้งเรื่องหรือบางประเด็น เพราะเมื่อศาลยุติธรรมมีค าสั่งให้ส่งค าโต้แย้งแล้ว ก็ต้องรอผลการพจารณาวินิจฉัย
ิ
ื่
ิ
ของศาลรัฐธรรมนูญในปัญหานั้นเพอจะได้พจารณามีค าสั่งหรือค าพพากษาตามที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยเกี่ยวกับ
ปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกฎหมายนั้น แม้ว่าค าวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญอาจท าให้ศาลยุติธรรม
ิ
้
ที่พจารณาคดีนั้นจะต้องยกฟองทั้งคดีหรือไม่รับฟองบางประเด็น แต่ก็มิใช่การวินิจฉัย โดยศาลยุติธรรมเอง
้
ิ
่
จึงไม่ถือว่าค าสั่งวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพจารณาความแพง
มาตรา ๒๔ ด้วย
ค าพิพากษาฎีกาที่ ๑๕๘๗๓/๒๕๕๓ ค าสั่งของศาลอทธรณ์ภาค ๖ ที่ยกค าร้องขอส่งค าโต้แย้ง
ุ
ิ
ของคู่ความเพอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยดังกล่าว เป็นค าสั่งก่อนที่ศาลอทธรณ์ภาค ๖ จะมีค าพพากษาหรือ
ื่
ุ
ค าสั่งวินิจฉัยชี้ขาดคดี แม้เป็นค าสั่งเกี่ยวกับค าร้องขอตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
มาตรา ๒๑๑ ก็เป็นค าสั่งในขั้นตอนการด าเนินกระบวนพจารณาของศาลยุติธรรม ต้องถือว่าเป็นค าสั่งระหว่าง
ิ
ิ
ิ
ุ
พจารณาของศาลอทธรณ์ภาค ๖ จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาค าสั่งนั้นในระหว่างพจารณาตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๙๖
ประกอบมาตรา ๒๒๕
ในกรณีที่ศาลเห็นว่า ค าโต้แย้งของคู่ความนั้นเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๒ แล้ว
ิ
ศาลจะมีค าสั่งในรายงานกระบวนพิจารณา ให้ส่งค าโต้แย้งให้ศาลรัฐธรรมนูญพจารณาวินิจฉัย โดยให้ส านักงาน
ิ
ศาลยุติธรรมเป็นผู้ส่ง ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.
๒๕๖๑ มาตรา ๔๑ วรรคสาม
๔.๒ กระบวนพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ
กระบวนพจารณาของศาลรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบ
ิ
รัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ ส่วนที่ ๒ การยื่นค าร้องและการยื่นหนังสือ
ิ
ิ
ขอให้ศาลพจารณาวินิจฉัย และ ส่วนที่ ๓ องค์คณะและการพจารณาคดี โดยมีกระบวนพจารณาแยกเป็นสาม
ิ
ิ
ขั้นตอน ได้แก่ การตรวจและพจารณาว่าจะรับค าร้องไว้พจารณาหรือไม่ การพจารณาเนื้อหาของค าร้อง และ
ิ
ิ
ิ
การวินิจฉัยและการจัดท าค าวินิจฉัย ดังนี้
๔.๒.๑ การตรวจและพิจารณาว่าจะรับค าร้องไว้พิจารณาหรือไม่
ิ
ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพจารณาของศาลรัฐธรรมนูญพ.ศ. ๒๕๖๑
มาตรา ๔๑ วรรคสอง ก าหนดวิธีการส่งค าร้องให้กระท าในรูปแบบของหนังสือราชการ โดยให้ศาลผู้จะส่ง
ความเห็นหรือค าโต้แย้งของคู่ความนั้น ส่งความเห็นหรือค าโต้แย้งดังกล่าวพร้อมด้วยเหตุผลไปยังส านักงาน
ื่
ิ
ศาลยุติธรรม ส านักงานศาลปกครอง หรือกรมพระธรรมนูญ แล้วแต่กรณี เพอส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพจารณา
วินิจฉัย โดยหนังสือส่งความเห็นหรือค าโต้แย้งดังกล่าว ต้องมีเนื้อหาตามมาตรา ๔๓ คือ (๑) รายละเอยด
ี
แห่งข้อเท็จจริง (๒) ความประสงค์ที่จะให้ศาลด าเนินการ (ค าขอให้ศาลวินิจฉัย) และ (๓) มาตราของรัฐ
ธรรมนญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เมื่อศาลรัฐธรรมนูญได้รับหนังสือในทางธุรการคดีแล้ว จะเข้าสู่กระบวนการกลั่นกรองค าร้อง
โดยจะมีคณะตุลาการจ านวนไม่น้อยกว่าสามคน เป็นคณะตุลาการพจารณาว่าจะรับค าร้องไว้วินิจฉัยหรือไม่
ิ
ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ฯ มาตรา ๔๙ (ซึ่งในที่นี้ต่อไปจะขอเรียกว่าองค์คณะตุลาการผู้กลั่นกรองคดี
เพื่อความสะดวกในการอ้างถึง) มีอ านาจตรวจและมีค าสั่งรับค าร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยภายใน ๕ วัน นับแต่วันที่
ได้รับเรื่องจากหน่วยงานธุรการคดี โดยผลการพิจารณาตามมาตราดังกล่าวนั้น อาจเป็นได้สองทาง คือ

