Page 2070 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2070
๒๐๕๒
ี
ี
ั
ื่
คู่ความอกฝ่ายหนึ่งหรือคู่ความอน ๆ มีโอกาสคัดค้าน หรือต้องฟงคู่ความอกฝ่ายหนึ่งด้วย อย่างไรก็ตามเรื่องนี้
ยังไม่มีความชัดเจนดังจะได้กล่าวต่อไปในส่วนที่เป็นการวิเคราะห์และข้อเสนอแนะ
ิ
อย่างไรก็ตามศาลผู้รับค าโต้แย้งดังกล่าวจะต้องพจารณาค าโต้แย้งของคู่ความตามล าดับว่า
ค าโต้แย้งนั้นเป็นการโต้แย้งว่ากฎหมายในระดับพระราชบัญญัติขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ และหากเป็น
กรณีที่ได้ความว่าเป็นการโต้แย้งเกี่ยวกับกฎหมายระดับพระราชบัญญัติแล้ว ก็จะพจารณาว่า บทบัญญัติ
ิ
แห่งกฎหมายที่คู่ความโต้แย้งมานั้น เป็นกรณีที่ศาลจะใช้บังคับแก่คดีนั้นหรือไม่ ตามที่ได้อธิบายไว้โดยละเอยด
ี
ในข้อ ๓.๒.๑ และข้อ ๓.๒.๒ แล้ว
ตัวอย่างที่ศาลฎีกาเคยวินิจฉัยว่า ค าโต้แย้งของคู่ความไม่ใช่บทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ศาลจะใช้
บังคับแก่คดีจึงไม่ต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เช่น
้
ค าพิพากษาฎีกาที่ ๖๔๒๕/๒๕๕๕ ค าร้องคัดค้านการตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี โดยอางว่าการ
ด าเนินการเป็นการละเมิดสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๙, ๑๙๗, ๒๑๒ ประกอบมาตรา ๒๑๑
เป็นการโต้แย้งเกี่ยวกับการกระท าของโจทก์ที่ขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีเพอบังคับช าระค่าปรับ จ าเลยที่ ๑
ื่
มิได้โต้แย้งว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ใช้บังคับแก่คดีขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญอนจะต้องด้วยบทบัญญัติ
ั
มาตรา ๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ที่ศาลจะต้องส่งค าร้องคัดค้านของจ าเลย
ที่ ๑ ไปให้ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย
แม้คู่ความจะโต้แย้งว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายระดับพระราชบัญญัติขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ
แต่ถ้าเป็นการโต้แย้งว่ากระบวนการตราพระราชบัญญัติดังกล่าวไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ก็ไม่ถือว่าเป็นการ
โต้แย้งว่าบทบัญญัติแห่งคดีขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ
ค าพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๕๘๗๓/๒๕๕๓ การที่ศาลอทธรณ์วินิจฉัยว่า การส่งค าโต้แย้งของ
ุ
ื่
คู่ความเพอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย คู่ความขอให้ส่งไปได้เฉพาะในประเด็นว่า บทบัญญัติหรือเนื้อความของ
กฎหมายที่ศาลจะใช้บังคับแก่คดีนั้นขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ แต่ตามค าร้องของจ าเลยเป็นการโต้แย้ง
กระบวนการตรากฎหมายว่าไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๕๔ ซึ่งมาตราดังกล่าว
มิได้ให้สิทธิแก่จ าเลยหยิบยกเป็นประเด็นโต้แย้งต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ ศาลอุทธรณ์ภาค ๖ จึงไม่ต้องส่งค าโต้แย้ง
ของจ าเลยเพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย
ี
ิ
อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขอกประการที่ศาลที่รับค าโต้แย้งนั้นจะต้องพจารณาว่าจะส่งเรื่องให้
ิ
ศาลรัฐธรรมนูญพจารณาวินิจฉัยหรือไม่นั้น ได้แก่กรณีจะต้องยังไม่มีค าวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในส่วนที่
เกี่ยวกับบทบัญญัตินั้นมาก่อน เช่น
ค าสั่งค าร้องศาลฎีกาที่ ๑๑๓/๒๕๔๒ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญได้มีค าวินิจฉัยที่ ๑๖/๒๕๔๑ ลงวันที่
ิ
๑๕ ธันวาคม ๒๕๔๑ แล้วว่า ประมวลกฎหมายวิธีพจารณาความอาญามาตรา ๒๒๐ ไม่ขัดหรือแย้งต่อ
รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๒ มาตรา ๒๖ มาตรา ๒๗ และ มาตรา ๒๘ การที่โจทก์ยื่นค าร้องขอให้ศาลส่งปัญหา
ดังกล่าวไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอกจึงเป็นกรณีที่มีค าวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ดังนี้ ศาลจึงไม่ต้อง
ี
ส่งค าร้องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดในคดีนี้อกรวมถึงในกรณีที่ว่า ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีค าวินิจฉัย
ี
เกี่ยวกับบทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นแล้วแม้จะเป็นการวินิจฉัยตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญฉบับเดิมก็ตาม
และต่อมามีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่หากหลักการในรัฐธรรมนูญทั้งสองฉบับดังกล่าวที่เป็นประเด็นโต้แย้งเป็น
หลักการในเรื่องเดียวกัน ก็ถือว่าเป็นกรณีที่มีค าวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในเรื่องนั้นแล้ว ดังนี้

