Page 2065 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2065
๒๐๔๗
ของเอกชนวางท่อส่งน้ าประปาโดยไม่ต้องจ่ายเงินค่าทดแทนมาพิจารณา ไม่ถือว่าเป็นบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่
ศาลจะใช้บังคับแก่คดี
หากเป็นกรณีที่ค าโต้แย้งของคู่ความไม่ใช่การโต้แย้งเกี่ยวกับบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ที่ศาลจะ
ิ
ใช้บังคับแก่คดีแล้ว ศาลฎีกาได้เคยวินิจฉัยวางแนวไว้ในค าพพากษาฎีกาที่ ๖๓๓/๒๕๔๓ ว่า ศาลยุติธรรมมี
อานาจในการปรับบทและตีความว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นเป็นบทบัญญัติที่ศาลยุติธรรมจะใช้บังคับแก่คดี
็
อันถือว่าจะเข้าเหตุที่จะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหรือไม่กได้
้
ค าสั่งค าร้องศาลฎีกาที่ ๑๒๒๔/๒๕๔๒ ค าร้องของจ าเลยแม้จะกล่าวอางว่าจ าเลยเห็นว่า
พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ มาตรา ๑๔ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ (พทธศักราช ๒๕๔๐)
ุ
มาตรา ๕๘ แต่ประเด็นที่จ าเลยขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยนั้นเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับสิทธิของจ าเลยในที่ดิน
ิ
พพาท โดยขอให้พจารณาจากกฎกระทรวงก าหนดเขตป่าสงวนแห่งชาติ ระเบียบและวิธีการรังวัดตามประมวล
ิ
กฎหมายที่ดิน และพระราชกฤษฎีกาก าหนดเขตปฏิรูปที่ดินออกตามความในพระราชบัญญัติปฏิรูปที่ดินเพอ
ื่
การเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๑๘ ข้อโต้แย้งของจ าเลยดังกล่าวมิได้โต้แย้งว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดขัดหรือ
แย้งต่อรัฐธรรมนูญ จึงไม่ใช่กรณีที่ศาลฎีกาจะต้องส่งข้อโต้แย้งของจ าเลยไปให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย
้
ค าพิพากษาฎีกาที่ ๖๕๖๙/๒๕๔๘ ที่จ าเลยทั้งสามอางว่า พระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. ๒๔๙๓
ุ
มาตรา ๓๐, ๓๒, ๔๒ ทวิ, ๔๕ ขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (พทธศักราช ๒๕๔๐) มาตรา ๔๖, ๕๐, ๘๗
นั้น จ าเลยทั้งสามมิได้ให้เหตุผลว่าขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยอย่างไร จึงมิใช่กรณีที่ศาล
ฎีกาจะต้องส่งข้อโต้แย้งของจ าเลยทั้งสามไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
พุทธศักราช ๒๕๔๐ มาตรา ๒๖๔
กรณีของกฎหมายวธีสบัญญัติ มีแนวค าวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่า เมื่อรัฐธรรมนูญ
ิ
ใช้ถ้อยค าว่า “ในการที่ศาลจะใช้บทบัญญัติแห่งกฎหมายบังคับแก่คดีใด” ดังนั้นกรณีที่ศาลมีค าพิพากษาถึงที่สุด
ั
้
แล้วแต่ยังมีขอโต้แย้งกนอยู่ในชั้นบังคับคดี หากมีปัญหาว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่จะใช้ในกระบวนการบังคับ
คดีนั้นขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ และเป็นประเด็นโดยตรงในการบังคับคดี ก็สามารถร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ ตาม
ค าวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ ๓๔ – ๕๓/๒๕๔๓ กรณีโต้แย้งว่าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๒๘๖
่
ที่ก าหนดว่าเงินเดือนของข้าราชการหรือลูกจ้างรัฐบาลทั้งหมดไม่อยู่ในความรับผิด แห่งการบังคับคดีนั้นขัดหรือ
แย้งต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ
ุ
ิ
แต่หากเป็นกรณีที่ค าพพากษาของศาลถึงที่สุดแล้ว โดยมีค าสั่งศาลไม่รับอทธรณ์หรือไม่รับ
ฎีกาเป็นที่สุด คู่ความจะต่อสู้ในประเด็นว่าบทกฎหมายว่าด้วยอทธรณ์หรือฎีกานั้นขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ
ุ
หรือในประเด็นว่าเป็นบทบัญญัติที่จ ากัดสิทธิในการอทธรณ์ฎีกานจะโต้แย้งไม่ได้ เนื่องจากคดี ถึงที่สุดแล้ว
ุ
ไม่มีกรณีที่ศาลจะใช้บทบัญญัติดังกล่าวนั้นบังคับแก่คดีได้อก หากคู่ความประสงค์จะโต้แย้ง ต้องโต้แย้งก่อนที่
ี
ศาลจะมีค าสั่งให้ค าสั่งไม่รับอทธรณ์หรือฎีกานั้นเป็นที่สุด (ค าสั่งค าร้องศาลฎีกาที่ ๑๒๐๑/๒๕๔๒, ค าพิพากษา
ุ
ฎีกาที่ ๑๐๐๔/๒๕๔๒)
รวมถึงในระหว่างการร้องขอให้รื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่นั้น ถ้ายังไม่มี การรื้อฟื้นคดีให้
พิจารณาใหม่นั้น จะร้องขอให้ศาลส่งค าร้องว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญให้ศาลรัฐธรรมนูญ

