Page 2062 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2062
๒๐๔๔
ิ
ค าร้อง มาให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้ว คดีในศาลผู้ส่งค าโต้แย้งนั้นจะหยุดการพจารณาชั่วคราวไว้เฉลี่ยเป็น
เวลา กว่าสองปี ประกอบกับในเวลาที่แรกเริ่มมีศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าวอยู่ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจในปี พ.ศ.
ื้
๒๕๔๐ มีการแก้ไขเพมเติมพระราชบัญญัติล้มละลายให้รองรับวิธีการ ฟนฟกิจการ และมีการตรากฎหมาย
ิ่
ู
เกี่ยวกับการบริหารจัดการสินทรัพย์เพอแก้ไขปัญหา จึงปรากฏว่าลูกหนี้ธนาคารและสถาบันการเงินจ านวนมาก
ื่
ถูกฟองร้องต่อศาล จึงพบว่าส่วนใหญ่ค าร้องที่เสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญในลักษณะนี้ เป็นคดีที่โต้แย้งเกี่ยวกับ
้
กฎหมายเกี่ยวกับการบริหารจัดการสินทรัพย์และกฎหมายล้มละลายข้างต้น และมักปรากฏว่าค าโต้แย้ง
ั
ส่วนมากนั้นไม่มีเหตุผลอนควร ทั้งหมดนี้ผู้วิจัยจึงมีความเห็นคาดเดาเจตนาว่าเป็นเทคนิคการประวิงคดีของ
คู่ความที่จะได้เปรียบหากศาลที่พิจารณาคดีนั้นจะต้องหยุดกระบวนพิจารณาไว้ชั่วคราว
13
จึงมีการแก้ไขปัญหานี้ ในรัฐธรรมนูญฉบับพทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๒๑๑ เกี่ยวกับการรอผล
ุ
ค าวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญของศาลที่ส่งค าโต้แย้งนี้ใหม่ โดยบัญญัติว่า “ในการที่ศาลจะใช้บทบัญญัติแห่ง
กฎหมายบังคับแก่คดีใด ถ้าศาลเห็นเองหรือคู่ความโต้แย้งพร้อมด้วยเหตุผลว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นต้อง
ด้วยบทบัญญัติมาตรา ๖ และยังไม่มีค าวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวกับบทบัญญัตินั้นให้ศาลส่ง
ิ
ความเห็นเช่นว่านั้นตามทางการเพอศาลรัฐธรรมนูญจะได้พจารณาวินิจฉัย ในระหวางนั้นให้ศาลด าเนินการ
ื่
่
พิจารณาต่อไปได้ แต่ให้รอการพิพากษาคดีไวชั่วคราว จนกว่าจะมีค าวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ” เพอให้
ื่
้
การด าเนินคดีในศาลผู้ส่งความเห็นนั้นจะไม่ล่าช้าเกินไปนัก เพราะสามารถด าเนินกระบวนพิจารณาจนเสร็จสิ้น
ได้ รอเพียงรอการท าค าพิพากษาจนกว่าจะมีค าวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นจะขัด
หรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ และค าวินิจฉัยนั้นจะมีผลต่อการท าค าพพากษาหรือไม่เท่านั้นผลของการแก้ไขมาตรา
ิ
ดังกล่าว ท าให้การร้องคดีประเภทที่เห็นเจตนาการประวิงคดีลดลงไปอย่างเห็นได้ชัด และหลักการของ
บทบัญญัตินี้ก็ยังบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน
จากความเป็นมาของบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่เป็นหลักการของรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๑๒
ิ
ในปัจจุบันนี้ จึงเห็นได้ว่า เจตนารมณ์ของการให้คู่ความในคดีโต้แย้งต่อศาลที่พจารณาคดีได้นั้น เป็นไปเพอให้
ื่
อานาจในการวินิจฉัยปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกฎหมายได้รับการตรวจสอบหรือพจารณาวินิจฉัย
ิ
ี
โดยศาลรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นองค์กรตุลาการเฉพาะเพยงศาลเดียวเท่านั้น โดยลดอานาจศาลยุติธรรมที่พจารณา
ิ
คดีอยู่ใช้ดุลยพินิจในปัญหาเรื่องนี้น้อยที่สุด แต่อย่างไรก็ตาม กระบวนการดังกล่าวก็ต้องไม่เป็นอุปสรรคต่อการ
ด าเนินกระบวนพจารณาในศาล และต้องไม่เปิดช่องให้คู่ความหรือคู่กรณีใช้เพอการประวิงคดีหรือท าให้
ื่
ิ
กระบวนพิจารณาของศาลชักช้ายุ่งยากโดยไม่จ าเป็น
๓.๒ องค์ประกอบของค าโต้แย้งของคู่ความตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๑๒
รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๒ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า “ในการที่ศาลจะใช้บทบัญญัติแห่งกฎหมายบังคับ
แก่คดีใด ถ้าศาลเห็นเองหรือคู่ความโต้แย้งพร้อมด้วยเหตุผลว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นต้องด้วยมาตรา ๕
และยังไม่มีค าวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวกับบทบัญญัตินั้น ให้ศาลส่งความเห็น เช่นว่านั้นต่อศาล
13 สมคิด เลิศไพทูรย์ และกล้า สมุทวณิช, การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนโดยศาลรัฐธรรมนญ, (กรุงเทพฯ:
ู
ศูนย์การศึกษาการพัฒนาประชาธิปไตย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ๒๕๔๖), หน้า ๑๓๙ – ๑๕๖.

