Page 2064 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2064

๒๐๔๖


                              ส าหรับบรรดาค าสั่ง ระเบียบ ประกาศ ข้อก าหนด ข้อบังคับ ตลอดจนการกระท าที่ออกหรือ

                 กระท าโดยอานาจตามกฎหมายระดับพระราชบัญญัตินั้น ไม่ถือเป็น “บทบัญญัติแห่งกฎหมาย” ตาม
                 ความหมายของรัฐธรรมนูญมาตรานี้ ตามแนวบรรทัดฐานที่ได้วางไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๒ ข้างต้น

                              ๓.๒.๒ ความหมายของค าว่า “บทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ศาลจะใช้บังคับแก่คดี”

                              นอกจากที่ บทบัญญัติที่คู่ความจะโต้แย้งต่อศาลเพอให้ส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยนั้น
                                                                        ื่
                 จะต้องเป็นกฎหมายระดับพระราชบัญญัติหรือเทียบเท่าแล้ว บทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวก็จะต้องเป็น
                 “บทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ศาลจะใช้บังคับแก่คดี” ด้วย
                                ปัญหาว่า บทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ศาลจะใช้บังคับแก่คดีนั้นคืออะไรนั้น มีทั้งในกฎหมาย
                                                              ่
                 สารบัญญัติ ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายอาญา กฎหมายแพงและพาณิชย์ กฎหมายปกครอง กฎหมายธุรกิจ และ
                 กฎหมายพเศษอน ๆ ที่ศาลจะต้องใช้เนื้อหาแห่งกฎหมายนั้นในการพพากษาหรือมีค าสั่งในประเด็นแห่งคดี
                          ิ
                                                                           ิ
                               ื่
                                                         ิ
                 รวมถึงกฎหมายวิธีสบัญญัติ ได้แก่กฎหมายวิธีพจารณาความต่าง ๆ ที่ศาลจะต้องใช้ในการด าเนินกระบวน
                 พิจารณาคดีและในชั้นบังคับคดี
                              กรณีของกฎหมายสารบัญญัติ มีแนวของศาลฎีกาและศาลรัฐธรรมนูญว่า เหตุผลในการ
                 โต้แย้งว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญจะต้องเป็นประเด็นแห่งคดีด้วย หากไม่เป็นประเด็น

                 แห่งคดีหรือเหตุผลไม่ตรงกับค าร้อง หรือไม่ให้เหตุผลว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้น จะขัดหรือแย้งต่อ
                 รัฐธรรมนูญอย่างไร ก็ไม่ถือเป็น “บทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ศาลจะใช้บังคับแก่คดี”

                              ค าสั่งศาลรัฐธรรมนูญที่ ๕๑/๒๕๕๕ พระราชก าหนดบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย พ.ศ.
                                                                                                          ื่
                 ๒๕๔๔ เป็นกฎหมายเพอจัดตั้งหน่วยงานของรัฐที่เรียกว่า บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย หรือ บสท. ขึ้นมาเพอ
                                     ื่
                 ท าหน้าที่บริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของสถาบันการเงินและบริษัทบริหารสินทรัพย์ เมื่อฟงได้ว่าหนี้ของ
                                                                                                ั
                 จ าเลยทั้งห้าไม่ถือเป็นสินทรัพย์ด้อยคุณภาพตามหลักเกณฑและเงื่อนไขของกฎหมายดังกล่าวแล้ว และเมอการ
                                                                  ์
                                                                                                       ื่
                                                          ้
                         ั

                 ฟองคดีอนเป็นมูลเหตุแห่งค าร้องนี้ โจทก์มิได้ฟองจ าเลยทั้งห้าให้รับผิดโดยอาศัยอานาจตามมาตรา ๓๐
                  ้
                 ของพระราชก าหนดบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย พ.ศ. ๒๕๔๔ แต่อย่างใด พระราชก าหนดบรรษัทบริหาร
                 สินทรัพย์ไทย พ.ศ. ๒๕๔๔ จึงไม่ใช่บทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ศาลจะใช้บังคับแก่คดี ที่คู่ความจะโต้แย้งว่าขัดกับ
                 รัฐธรรมนูญได้
                                                                  ้
                                                                                                 ิ
                              ค าสั่งศาลรัฐธรรมนูญที่ ๗๓/๒๕๕๕ ผู้ฟองคดีขอให้ศาลปกครองกลางมีค าพพากษาหรือ
                                                                                ้
                 ค าสั่งให้ผู้ถูกฟองคดีพจารณาค าร้องคัดค้านการวางท่อส่งน้ าประปาของผู้ฟองคดีทั้งสาม ให้แล้วเสร็จภายใน
                             ้
                                   ิ
                                             ้
                 เวลาที่ศาลก าหนด ซึ่งเป็นการฟองว่าหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐละเลยต่อหน้าที่ตามที่
                 กฎหมายก าหนดให้ต้องปฏิบัติ หรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควรตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองฯ
                 มาตรา ๙(๒) ที่ศาลปกครองจะมีค าบังคับได้ตามมาตรา ๗๒ (๒) สั่งให้หัวหน้าหน่วยงานทางปกครองหรือ
                                                                                                  ้
                 เจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามหน้าที่ภายในเวลาที่ศาลปกครองก าหนด จะเห็นได้ว่าค าฟองดังกล่าว
                 ไม่มีประเด็นเรื่องการสั่งให้จ่ายเงิน หรือการก าหนดเงินทดแทนแต่อย่างใด จึงไม่ถือว่าพระราชบัญญัติการ


                 ประปาส่วนภูมิภาค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๐ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการให้การประปาส่วนภูมิภาคมีอานาจใช้ทรัพย์สิน
   2059   2060   2061   2062   2063   2064   2065   2066   2067   2068   2069