Page 2066 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2066
๒๐๔๘
ื้
วินิจฉัยไม่ได้ เนื่องจากการยื่นค าร้องขอรื้อฟนคดีนั้นไม่ท าให้คดีที่สิ้นสุดไปแล้วกลับกลายเป็นคดีที่ยังไม่สิ้นสุด
อีกครั้ง (ค าพิพากษาฎีกาที่ ๖๓๓/๒๕๔๓)
กรณีที่จ าเลยถูกไต่สวนในกรณีละเมิดอานาจศาล ย่อมใช้สิทธิโต้แย้งว่าประมวลกฎหมาย
ิ
ิ
วิธีพจารณาความแพง มาตรา ๓๓ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญเพอให้ส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญพจารณา
่
ื่
วินิจฉัยได้ (ค าสั่งรับค าร้องของศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องพิจารณาที่ ๑๕ / ๒๕๖๔ กรณีศาลอาญา ส่งค าโต้แย้งของ
จ าเลยว่าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๓ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ)
๓.๒.๓ เนื้อหาของการโต้แย้งว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ
ข้อความในตัวบทของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๒ บัญญัติกรณีคู่ความเป็นผู้ใช้สิทธิโต้แย้งไว้ว่า
คู่ความต้องโต้แย้งพร้อมด้วยเหตุผลว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้น “ต้องด้วยมาตรา ๕” ซึ่งรัฐธรรมนูญ มาตรา
๕ วรรคหนึ่งบัญญัติว่า “รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติใดของกฎหมาย กฎหรือ
ข้อบังคับ หรือการกระท าใด ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ บทบัญญัติหรือการกระท านั้นเป็นอนใช้บังคับมิได้”
ั
ดังนั้นค าโต้แย้งของคู่ความ จึงต้องเป็นการโต้แย้งว่า บทบัญญัติ แห่งกฎหมายที่ศาลจะใช้บังคับแก่คดีขัดหรือ
ั
แย้งต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งนายมีชัย ฤชุพนธุ์ เคยอธิบายไว้ว่า ขัด แปลว่าฝ่าฝืน ส่วนค าว่า แย้ง แปลว่าไม่ตรงหรือ
14
ลงรอยเดียวกัน ดังนั้น การอางว่า บทบัญญัติแห่งกฎหมายฉบับหนึ่งขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตราใด
้
จึงหมายถึงกฎหมายที่ฝ่าฝืนหลักการของรัฐธรรมนูญมาตรานั้น หรือไม่ตรงหรือไม่ลงรอยเดียวกับรัฐธรรมนูญ
มาตรานั้น
ตัวอย่างของถ้อยค าที่ศาลรัฐธรรมนูญใช้กรณีที่กฎหมายขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ เช่น
“...ข้อสันนิษฐานตามกฎหมายที่มีผลเป็นการสันนิษฐานความผิดของจ าเลยว่า ถ้าผู้กระท าความผิดเป็นนิติ
บุคคล ก็ให้กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการด าเนินงานของ นิติบุคคลนั้นต้อง
ร่วมรับผิดกับนิติบุคคลผู้กระท าความผิดด้วย ...ฯลฯ ... เป็นการสันนิษฐานความผิดของผู้ต้องหาและจ าเลยใน
คดีอาญาโดยอาศัยสถานะของบุคคลเป็นเงื่อนไข มิใช่การสันนิษฐานข้อเท็จจริงที่เป็นองค์ประกอบความผิดขัด
ิ
กับหลักนิติธรรมข้อที่ว่าโจทก์ในคดีอาญาต้องมีภาระการพสูจน์ถึงการกระท าความผิดของจ าเลยให้ครบ
องค์ประกอบของความผิด...” (ค าวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ ๑๒/๒๕๕๕ กรณี พระราชบัญญัติขายตรงและ
ตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕ ที่ศาลฎีกาส่งค าโต้แย้งของจ าเลยให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย)
อย่างไรก็ตาม การโต้แย้งว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญนั้นก็ไม่สามารถ
โต้แย้งได้ในทุกมาตราของรัฐธรรมนูญ
กรณีบทบัญญัติในส่วนแนวนโยบายแห่งรัฐ ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีแนวค าวินิจฉัยว่า
บทบัญญัติดังกล่าวมีไว้เป็นแนวทางในการตรากฎหมาย และก าหนดนโยบายในการบริหารราชการแผ่นดินของ
รัฐบาล ซึ่งอยู่ในความควบคุมตรวจสอบของรัฐสภา มิใช่บทบัญญัติที่มีไว้เพอคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของ
ื่
บุคคลโดยตรง ดังนั้นคู่ความจึงจะโต้แย้งว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ศาลจะใช้บังคับแก่คดีขัดหรือแย้งต่อ
รัฐธรรมนูญในมาตราที่เป็นเรื่องแนวนโยบายแห่งรัฐมิได้ (ค าวินิจฉัยรัฐธรรมนูญที่ ๕๒-๕๓/๒๕๔๗ และค าสั่ง
14 เว็บไซต์ มีชัยไทยแลนด [ออนไลน์], ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๖๔. http://www.meechaithailand.com/ver1/?module=4&cateid
์
=&action=view&id=045207.

