Page 2063 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2063

๒๐๔๕


                             ื่
                                                                 ิ
                                                                                          ิ
                 รัฐธรรมนูญเพอวินิจฉัย ในระหว่างนั้น ให้ศาลด าเนินการพจารณาต่อไปได้แต่ให้รอการพพากษาคดีไว้ชั่วคราว
                 จนกว่าจะมีค าวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ”
                              ดังนั้น กรณีที่จะส่งเรื่องหรือความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรานี้ได้นั้น จะต้องเป็นกรณีที่
                 (๑) ศาลจะใช้บทบัญญัติแห่งกฎหมายบังคับแก่คดี แล้ว (๒) ศาลเห็นเองหรือคู่ความโต้แย้งพร้อมด้วยเหตุผลว่า
                 บทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นต้องด้วยมาตรา ๕ คือบทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ และ
                 (๓) ยังไม่มีค าวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในเรื่องนั้น จึงมีประเด็นที่จ าต้องพิจารณาดังต่อไปนี้

                              ๓.๒.๑ ความหมายของค าว่า “บทบัญญัติแห่งกฎหมาย”

                              ในช่วงแรกที่มีการก่อตั้งศาลรัฐธรรมนูญขึ้น และเริ่มมีการใช้สิทธิโต้แย้งว่าบทบัญญัติแห่ง
                 กฎหมายที่ศาลจะใช้บังคับแก่คดีขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญนั้น คู่ความและศาลอาจจะยังเข้าใจไม่ชัดเจนว่า

                 บทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นหมายถึงอะไร จึงมีการร้องว่าประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย (ค าวินิจฉัย
                 ศาลรัฐธรรมนูญที่ ๔/๒๕๔๒) ข้อก าหนดคดีภาษีอากร (ค าวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ ๕๐/๒๕๔๕) ข้อบังคับ
                 กระทรวงมหาดไทย (ค าวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ ๑/๒๕๔๒) ค าสั่งนายกรัฐมนตรี (ค าวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญ
                 ที่ ๑๔-๑๕/๒๕๔๓) นั้นขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญก็ได้วินิจฉัยไว้ว่าบทบัญญัติต่าง ๆ ที่กล่าว

                 มานั้นไม่ถือเป็นบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ศาลจะใช้บังคับแก่คดีทั้งสิ้น และได้มี การวางหลักไว้ในค าวินิจฉัย
                 ศาลรัฐธรรมนูญที่ ๔/๒๕๔๒ ที่จ าเลยในคดีโต้แย้งว่า “ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย” ขัดหรือแย้งต่อ
                 รัฐธรรมนูญหรือไม่ ว่า ค าว่า “บทบัญญัติแห่งกฎหมาย” ตามความหมายของรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๖๔
                 นั้นหมายถึงกฎหมายระดับพระราชบัญญัติที่ตราขึ้นโดยองค์กรที่ใช้อานาจนิติบัญญัติ และบทบัญญัติที่อยู่ใน

                 ล าดับศักดิ์เทียบเท่ากับพระราชบัญญัติด้วย ซึ่งตามแนวของศาลรัฐธรรมนูญนั้นรวมถึง

                              (๑) พระราชก าหนด เนื่องจากตามรัฐธรรมนูญถือว่าพระราชก าหนดนั้นให้บังคับใช้ได้
                 เช่นเดียวกับพระราชบัญญัติ (เช่น ค าวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ ๑/๒๕๕๐ กรณีพระราชก าหนดการบริหาร
                 ราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๙ ค าวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ ๒๔/๒๕๕๔ กรณีพระราชก าหนด
                 บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย พ.ศ. ๒๕๔๔)


                              (๒) ประมวลกฎหมาย เนื่องจากประมวลกฎหมายแต่ละฉบับ จะมีพระราชบัญญัติให้
                                                                                                     ิ
                 ใช้ประมวลกฎหมายนั้น ๆ (เช่น ค าวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ ๑๕/๒๕๔๙ กรณีประมวลกฎหมายวิธีพจารณา
                        ่
                 ความแพง มาตรา ๑๕๑ วรรคห้า ค าวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ ๒๘ - ๒๙/๒๕๕๕ กรณีประมวลกฎหมายอาญา
                 มาตรา ๑๑๒)

                              (๓) ประกาศและค าสั่งของคณะรัฐประหาร เช่น ประกาศคณะปฏิวัติ ประกาศคณะปฏิรูป
                 ประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่มีลักษณะเป็นการ
                 ออกค าสั่งหรือก าหนดกฎเกณฑ์ให้มีผลบังคับเป็นการทั่วไปหรือแก้ไขกฎหมายระดับพระราชบัญญัติ เนื่องจาก
                 เป็นการใช้อ านาจในฐานะของผู้มีอ านาจอธิปัตย์หรืออ านาจตามรัฐธรรมนูญ (เช่น  ค าวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่

                 ๑๒/๒๕๕๒ กรณีประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๔๕ ค าวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ ๓๐/๒๕๖๓ กรณีประกาศ
                 คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๒๙/๒๕๕๗ และฉบับที่ ๔๑/๒๕๕๗)
   2058   2059   2060   2061   2062   2063   2064   2065   2066   2067   2068