Page 2060 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2060
๒๐๔๒
บทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ บุคคลผู้ยื่นค าร้องดังกล่าวอาจยื่นค าร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ
12
ด้วยตนเองในลักษณะเดียวกับการใช้สิทธิเสนอค าร้องโดยตรงตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๑๓ ด้วยก็ได้
ิ
่
ิ
ค าวนิจฉัยส าคัญของศาลรัฐธรรมนูญ ที่วนิจฉัยวากฎหมายที่ส่งมาตามค าร้องของ
ี
ผู้ตรวจการแผ่นดิน ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือมปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ที่ส าคัญ เช่น กรณีที่
วินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง
ี
ื่
(๑๐) ในส่วนที่บัญญัติให้ผู้สมัครสอบคัดเลือกเพอบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการต้องมีคุณสมบัติและไม่มลักษณะ
ิ
ต้องห้ามว่า “มีกายหรือจิตใจไม่เหมาะสมที่จะเป็นข้าราชการตุลาการ” ขัดต่อสิทธิของคนพการตามอนุสัญญา
ว่าด้วยสิทธิคนพการของสหประชาชาติ และไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญเนื่องจากเป็นการเลือกปฏิบัติต่อบุคคลโดย
ิ
ิ
ไม่เป็นธรรมเพราะเหตุแห่งความแตกต่างในเรื่องความพการ (ค าวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ ๑๕/๒๕๕๕) กรณี
ประมวลกฎหมายอาญา ความผิดที่หญิงท าให้ตนแท้งลูก มาตรา ๓๐๑ ขัดหรือแย้งต่อหลักความเสมอภาค
ระหว่างชายหญิงตามรัฐธรรมนูญ และกรณีบทยกเว้นเงื่อนไขกรณีให้แพทย์ท าแท้งให้หญิงได้ตาม มาตรา ๓๐๕
แม้จะไม่ถึงกับขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ แต่บทบัญญัติดังกล่าวก็สมควรได้รับการแก้ไขให้เหมาะกับ
สภาพการณ์โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (ค าวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ ๑๕/๒๕๕๕)
๓. หลักเกณฑ์การโต้แย้งว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ศาลจะใช้บังคับแก่คดีขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ
๓.๑ ความเป็นมาและเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๑๒
ดังที่ได้อธิบายไว้แล้วในหัวข้อ ๒.๑.๑ ว่า การที่ประเทศไทยมี “คณะตุลาการรัฐธรรมนูญ” ที่พฒนา
ั
มาต่อยอดมาเป็นศาลรัฐธรรมนูญนี้มีจุดเริ่มต้นจากค าพพากษาศาลฎีกาในคดีอาชญากรสงครามที่ ๑/๒๔๘๙
ิ
ที่ศาลฎีกาใช้อ านาจวินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติอาชญากรสงคราม พ.ศ. ๒๔๘๘ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ และ
รัฐสภาสมัยนั้นเห็นว่าควรมีองค์กรเฉพาะขึ้นมาท าหน้าที่ดังกล่าว จึงบัญญัติให้มี “คณะตุลาการรัฐธรรมนูญ”
ไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับต่อ ๆ มา
บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญที่เป็นรากฐานของมาตรา ๒๑๒ ในปัจจุบันนี้ ปรากฏเป็นครั้งแรกใน
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๔๘๙ มาตรา ๘๘ ว่า “ในการที่ศาลจะใช้บทกฎหมายบังคับ
แก่คดีใด ถ้าศาลเห็นว่าบทกฎหมายนั้นต้องด้วยบทบัญญัติมาตรา ๘๗ ก็ให้ศาลรอการพจารณาพพากษาคดีนั้น
ิ
ิ
ิ
ื่
ไว้ชั่วคราว แล้วให้รายงานความเห็นเช่นว่านั้นตามทางการไปยังคณะตุลาการรัฐธรรมนูญเพอพจารณาวินิจฉัย
เมื่อคณะตุลาการรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยแล้ว ให้แจ้งให้ศาลทราบ” โดยบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญในเรื่อง
นี้ฉบับต่อ ๆ มา ก็ยังคงยืนตามหลักการดังกล่าว โดยมีการปรับเปลี่ยนถ้อยค าให้ชัดเจนขึ้นบ้าง แต่ทั้งนี้ก็จะมี
หลักเกณฑ์ส าคัญของมาตราดังกล่าวว่า กรณีที่ศาลจะส่งความเห็นเกี่ยวบทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นมาให้คณะ
ตุลาการรัฐธรรมนูญพจารณานั้น จะต้องเป็นกรณีที่ศาลเห็นวาบทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นขัดหรือแย้งต่อ
ิ
่
12 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒๑๓ บุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้มีสิทธิยื่นค า
ื่
ร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อมีค าวินิจฉัยว่าการกระท านั้นขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงอนไขท ี่
บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ.

