Page 2056 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2056
๒๐๓๘
์
สภาร่างรัฐธรรมนูญในขณะนั้น จึงได้ปรับรูปแบบคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ ให้เป็นองคกรศาล
ื่
ก าหนดให้มีกระบวนการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่เป็นอสระเพอให้ได้ผู้ทรงคุณวุฒิที่เหมาะสม โดยให้
ิ
กระบวนการเลือกชั้นสุดท้ายอยู่ที่รัฐสภาซึ่งเป็นองค์กรทางการเมืองเพอให้มีฐานความชอบธรรมมาจากองค์กร
ื่
ที่ท าหน้าที่ผู้แทนประชาชน และวางหลักประกันความเป็นอสระของตุลาการโดยให้ด ารงต าแหน่งที่ยาวนาน
ิ
แต่ด ารงต าแหน่งได้เพียงวาระเดียว เพื่อไม่ให้ตุลาการเสียอิสระที่จะต้องตัดสินคดีที่ท าให้ผู้เลือกตนเข้ามาไม่พอใจ
โดยก าหนดการถ่วงดุลอ านาจของศาลรัฐธรรมนูญไว้ให้อาจถูกถอดถอนได้หากทุจริต และก าหนดวิธีพิจารณาให้
มีลักษณะเป็นศาลอย่างแท้จริง
9
ศาลรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญ พทธศักราช ๒๕๔๐ มาตรา ๒๕๕ ถึงมาตรา ๒๕๗ ประกอบ
ุ
ไปด้วยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ๑๕ คน มาจาก ผู้พพากษาในศาลฎีกา จ านวน ๕ คน ตุลาการในศาลปกครอง
ิ
สูงสุด จ านวน ๒ คน ผู้ทรงคุณวุฒิสาขานิติศาสตร์ จ านวน ๕ คน และ ผู้ทรงคุณวุฒิสาขารัฐศาสตร์ จ านวน ๓ คน
ผู้ทรงคุณวุฒิสาขารัฐศาสตร์และนิติศาสตร์นี้จะได้รับเลือกโดยวุฒิสภาจากบัญชีรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับการ
สรรหามาโดยคณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ โดยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะต้องไม่เป็น
ข้าราชการการเมือง ข้าราชการประจ า ลูกจ้าง หรือด ารงต าแหน่งทางการเมืองหรือต าแหน่งระดับสูงอนใด
ื่
ในองค์กรของรัฐ ส่วนประธานศาลรัฐธรรมนูญนั้น ให้คณะตุลาการรัฐธรรมนูญประชุมและเลือกกันเอง
ุ
ต่อมารัฐธรรมนูญ พทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๒๐๔ ถึงมาตรา ๒๐๖ ได้ปรับโครงสร้างของ
ิ
ศาลรัฐธรรมนูญ ให้ประกอบด้วย ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ๙ คน มาจากผู้พพากษาในศาลฎีกา จ านวน ๓ คน
ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด จ านวน ๒ คน ผู้ทรงคุณวุฒิสาขานิติศาสตร์ จ านวน ๒ คน และ ผู้ทรงคุณวุฒิ
ื่
สาขารัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ หรือสังคมศาสตร์อน ซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญทางด้านการบริหาร
ราชการแผ่นดินอย่างแท้จริง จ านวน ๒ คน ที่สรรหามาจากคณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
ปัจจุบัน ศาลรัฐธรรมนูญ เป็นองค์กรตุลาการ ที่ได้รับการบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ หมวด ๑๑
ประกอบด้วยตุลาการ ๙ คน ที่ผ่านการคัดเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาหรือศาลปกครองสูงสุดตามมาตรา ๒๐๐
หรือได้รับการสรรหาจากคณะกรรมการสรรหาตามมาตรา ๒๐๓ และได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาตาม
มาตรา ๒๐๔ ได้แก่ ผู้พพากษาในศาลฎีกาซึ่งด ารงต าแหน่งไม่ต่ ากว่าผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกามาแล้ว
ิ
ไม่น้อยกว่าสามปี จ านวน ๓ คน ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดซึ่งด ารงต าแหน่งไม่ต่ ากว่าตุลาการศาลปกครอง
สูงสุดมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี จ านวน ๒ คน ผู้ทรงคุณวุฒิสาขานิติศาสตร์ซึ่งได้รับการสรรหาจากผู้ด ารงต าแหน่ง
หรือเคยด ารงต าแหน่งศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัยในประเทศไทยมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่าห้าปี และยังมี
ผลงานทางวิชาการเป็นที่ประจักษ์ จ านวน ๑ คน ผู้ทรงคุณวุฒิสาขารัฐศาสตร์ หรือรัฐประศาสนศาสตร์ซึ่งได้รับ
การสรรหาจากผู้ด ารงต าแหน่งหรือเคยด ารงต าแหน่งศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัยในประเทศไทยมาแล้ว
เป็นเวลาไม่น้อยกว่าห้าปีและยังมีผลงานทางวิชาการเป็นที่ประจักษ์ จ านวน ๑ คน และ ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับ
การสรรหาจากผู้รับหรือเคยรับราชการในต าแหน่งไม่ต่ ากว่าอธิบดี หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่า หรือ
9 บวรศักดิ์ อุวรรณโณ, ปาฐกถาเรื่อง “ศาลรัฐธรรมนญกับบทบาททคาดหวังในการปฏิรูปการเมือง” เมื่อวันที่ ๙ เมษายน
ู
ี่
๒๕๔๖, หนังสือ ศาลรัฐธรรมนูญกับการพัฒนาประชาธิปไตยในระบบนิติรัฐ, (ส านักงานศาลรัฐธรรมนูญ: กรุงเทพ ฯ ๒๕๔๖),
หน้า ๕๙.

