Page 2053 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2053
๒๐๓๕
กฎหมายมหาชนหรือกฎหมายเอกชน หรือที่เรียกว่า “ระบบศาลเดี่ยว” นอกจากประเทศสหรัฐอเมริกาก็ได้แก ่
เช่น ประเทศญี่ปุ่น ประเทศมาเลเซีย ประเทศอินเดีย และประเทศออสเตรเลีย
กลุ่มประเทศที่ให้มีศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้พิจารณาปัญหาทางรัฐธรรมนูญ นั้นแยกองค์กรตุลาการ
ที่วินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญออกจากระบบศาลยุติธรรม เรียกว่า “คณะตุลาการรัฐธรรมนูญ” หรือ
ั
“ศาลรัฐธรรมนูญ” ซึ่งเป็นรูปแบบที่ได้รับอทธิพลมาจากรัฐธรรมนูญออสเตรียในปี คศ. 1920 อนสืบเนื่องมาจาก
ิ
แนวคิดของ ฮานส์ เคลเซ่น องค์กรที่ท าหน้าที่เป็นศาลรัฐธรรมนูญนี้จะมีลักษณะร่วมกัน คือ เป็นองค์กร
ตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญที่มีลักษณะเป็นศาล มีลักษณะร่วมกันสามประการได้แก่ ประการที่หนึ่ง
ตุลาการในศาลรัฐธรรมนูญเป็นตุลาการอาชีพ ไม่ด ารงต าแหน่งอื่น เมื่อได้รับเลือก เข้ามาแล้วก็จะด ารงต าแหน่ง
ื่
เป็นตุลาการโดยระหว่างนั้นจะด ารงต าแหน่งในองค์กรของรัฐที่มีลักษณะเป็นการใช้อานาจรัฐอนไม่ได้ ประการ
ที่สอง มีวิธีพจารณาคดีแบบศาล ได้แกต้องมีการยื่นค าฟองหรือค าร้องเพอเข้าสู่การพิจารณา การจัดองค์คณะ
ื่
่
้
ิ
การพจารณาคดี การสืบพยานหากจะมี การวินิจฉัย การบังคับคดีและการคุ้มครองชั่วคราว โดยรัฐธรรมนูญ
ิ
หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องจะก าหนดหลักเกณฑ์และวิธีพจารณาไว้ และประการที่สาม จะต้องมีหน้าที่ในการ
ิ
ตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่แล้ว หรือการตรวจสอบความชอบด้วย
5
รัฐธรรมนูญของกฎหมายเชิงนามธรรม
ิ
ประเทศที่ใช้รูปแบบ “ศาลรัฐธรรมนูญ” แบบยุโรปนี้ในการพจารณาวินิจฉัยปัญหาทางรัฐธรรมนูญ
นอกเหนือจากออสเตรียที่เป็นจุดเริ่มต้นของระบบนี้แล้ว ก็ยังได้แก่ เยอรมัน ฝรั่งเศส (ในรูปแบบคณะตุลาการ
รัฐธรรมนูญ) อิตาลี เสปน ซึ่งรวมถึงประเทศในยุโรปตะวันออก เช่น ยูเครน โครเอเชีย แอลเบเนีย ส่วนในเอเชีย
ื่
ก็มีประเทศเกาหลีใต้ ประเทศไทย และประเทศในกลุ่มอาเซียนประเทศอนที่ใช้ระบบศาลรัฐธรรมนูญ ได้แก่
ประเทศอินโดนีเซีย
ส าหรับประเทศไทย มีความเป็นมาขององค์กรที่ท าหน้าที่พจารณาปัญหาทางรัฐธรรมนูญมาแล้ว
ิ
สามรูปแบบ คือ การให้ศาลยุติธรรม (ศาลฎีกา) เป็นผู้วินิจฉัยปัญหานี้ การให้มีคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ และ
ในปัจจุบันนี้ คือ “ศาลรัฐธรรมนูญ”
๒.๒.๑ ศาลฎีกา
กรณีปัญหาที่มีการโต้แย้งกันในประเด็นว่ากฎหมายขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ในไทย
เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๙ หลังจากที่สงครามโลกครั้งที่สองได้ยุติลง มีการประกาศ “พระราชบัญญัติอาชญา
ื่
กรสงคราม พ.ศ. ๒๔๘๘” ขึ้นใช้บังคับ เพอเอาผิดต่อการกระท าของบุคคลที่มีส่วนร่วมในการน าประเทศไทย
เข้าร่วมในสงครามโลกครั้งที่สอง ให้ถือว่าเป็นอาชญากรสงคราม ไม่ว่าการกระท านั้นจะได้กระท าก่อนหรือหลัง
6
วันใช้พระราชบัญญัติดังกล่าว โดยก าหนดให้ศาลฎีกาเป็นผู้วินิจฉัย ความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ และให้
7
ิ
ค าพพากษาของศาลฎีกาถือเป็นที่สุด และมีการฟองร้องบุคคลในคณะรัฐบาลช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง
้
5 อมร จันทรสมบูรณ์, “ศาลรัฐธรรมนญ (หรือตลาการรัฐธรรมนญ)”, รวมบทความครบรอบ ๘๔ ปี ศาสตราจารย์จิตติ
ู
ุ
ู
ติงศภัททิย์, (คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย : กรุงเทพฯ, ๒๕๓๘), หน้า ๑๖๙.
6 พระราชบัญญัติอาชญากรสงคราม พ.ศ. ๒๔๘๘ มาตรา ๖.
7 พระราชบัญญัติอาชญากรสงคราม พ.ศ. ๒๔๘๘ มาตรา ๘.

