Page 2054 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2054

๒๐๓๖


                 น าโดย จอมพล ป. พิบูลยสงคราม และพวก ต่อมา จ าเลยในคดีดังกล่าว ได้โต้แย้งว่าพระราชบัญญัติอาชญากร
                 สงคราม มาตรา ๓ ที่ก าหนดว่าการกระท าตามที่กฎหมายบัญญัติว่าเป็นความผิดได้นั้นไม่ว่าจะกระท าก่อนหรือ
                 หลังวันใช้บังคับพระราชบัญญัตินี้ก็ตามถือเป็นความผิดและต้องรับโทษนั้นเป็นบทบัญญัติที่ขัดหรือแย้งต่อ

                 รัฐธรรมนูญ

                              ในคดีดังกล่าว ศาลฎีกาได้วินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวไว้ สรุปได้ว่า เมื่อรัฐธรรมนูญ
                                                                            ิ
                       ุ

                 (ฉบับพทธศักราช ๒๔๗๕) มาตรา ๕๘ บัญญัติให้ศาลมีอานาจในการพจารณาอรรถคดี ซึ่งจะต้องด าเนินการ
                 ตามกฎหมายและในนามของพระมหากษัตริย์ ดังนั้นเมื่อศาลจะใช้กฎหมายแล้ว ศาลจึงมีหน้าที่ในการแปล

                 ความและมีอานาจวินิจฉัยปัญหาว่ากฎหมายใดขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ เนื่องจากการที่จะพจารณาว่าอะไร
                                                                                               ิ
                 เป็นกฎหมายที่ใช้ได้หรือไม่ย่อมเป็นอ านาจของศาล ประการที่สอง การปกครองระบอบรัฐธรรมนูญของเราแบ่ง

                 อ านาจเป็นสามประเภทโดยแต่ละอานาจย่อมมีอ านาจยั้งและก ากับเป็นการควบคุมกันอยู่โดยสภาผู้แทนราษฎร

                 มีอานาจนิติบัญญัติออกกฎหมายมาแล้ว ศาลซึ่งมีอานาจทางฝ่ายตุลาการต้องปฏิบัติตาม แต่หากสภา

                 ผู้แทนราษฎรออกกฎหมายมาไม่ถูกต้องหรือขัดกับรัฐธรรมนูญ ศาลก็มีอานาจแสดงความไม่ถูกต้องนั้นได้ และ

                 เหตุผลประการสุดท้าย ก็คือ เมื่อมีรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๑ บัญญัติไว้ว่า “บทบัญญัติแห่งกฎหมายใด ๆ มีข้อความแย้ง
                 หรือขัดแก่รัฐธรรมนูญนี้ ท่านว่าบทบัญญัตินั้น ๆ เป็นโมฆะ” ก็จ าต้องมีผู้มีอ านาจชี้ขาดว่ากฎหมายบทใดขัดกับ
                 รัฐธรรมนูญหรือไม่ เมื่อศาลเป็นหน่วยงานที่ตั้งขึ้นไว้ส าหรับให้ความยุติธรรม เมื่อมีบทกฎหมายอนออกมาตัด
                                                                                                 ั

                                                                   ื่
                 เสรีภาพและขัดต่อรัฐธรรมนูญเช่นนี้ ศาลจึงมีอานาจแสดงเพอให้ความยุติธรรมแก่บุคคลผู้เกี่ยวข้อง สังเกตว่า
                 เหตุผลของศาลฎีกาในค าพพากษานี้เป็นลักษณะเดียวกับศาลฎีกาสหรัฐอเมริกาในคดี Mulberry V. Medison
                                       ิ
                 นั่นเอง
                                              ิ
                              ศาลฎีกาจึงมีค าพพากษาฎีกาในคดีอาชญากรสงครามที่ ๑/๒๔๘๙ ว่าพระราชบัญญัติ
                 อาชญากรสงคราม พ.ศ. ๒๔๘๘ เฉพาะที่บัญญัติลงโทษการกระท าก่อนวันใช้พระราชบัญญัติขัดต่อรัฐธรรมนูญ

                 แห่งราชอาณาจักรไทย (พทธศักราช ๒๔๗๕) และเป็นโมฆะ เมื่อบทบัญญัติที่โจทก์ฟองขอให้เอาผิดกับจ าเลย
                                       ุ
                                                                                       ้
                 เป็นโมฆะเสียแล้ว ก็ไม่มีทางจะลงโทษจ าเลยได้ จึงให้ยกฟ้องของโจทก์
                                   ิ
                              ค าพพากษาดังกล่าวได้ก่อให้เกิดความเห็นที่แตกต่างกันในเรื่องการวินิจฉัยเกี่ยวกับปัญหาคดี
                 รัฐธรรมนูญในกรณีที่กฎหมายขัดหรือแย้งต่อศาลรัฐธรรมนูญเช่นนี้ แต่เนื่องจากคาพพากษาดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว
                                                                                     ิ

                                                     ิ
                                                                                     ิ
                 และด้วยความเคารพต่อศาลฎีกาและค าพพากษา ฝ่ายรัฐสภาจึงยอมรับ ในค าพพากษานั้น อย่างไรก็ตาม
                 จากปัญหาดังกล่าว รัฐธรรมนูญของไทยหลังจากนั้นในปี พ.ศ. ๒๔๘๙ จึงได้บัญญัติให้มีคณะตุลาการ
                 รัฐธรรมนูญขึ้น เพอท าหน้าที่พจารณาวินิจฉัยปัญหาในลักษณะนี้ กล่าวคือกรณีที่ศาลจะใช้บังคับแก่คดีใดถ้า
                                           ิ
                                ื่
                                                                            ิ
                                                                                    ิ
                 ศาลเห็นว่าบทกฎหมายนั้นขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ก็ให้ศาลรอการพจารณาพพากษาคดีนั้นไว้ชั่วคราวแล้ว
                                                                             ิ
                 ให้รายงานความเห็นเช่นว่านั้นไปยัง “คณะตุลาการรัฐธรรมนูญ” เพอพจารณาวินิจฉัย ถือเป็นต้นก าเนิดของ
                                                                          ื่
                 การตั้งองค์กรขึ้นมาท าหน้าที่ในการวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของ
                 กฎหมาย
                              ๒.๒.๒ คณะตุลาการรัฐธรรมนูญ
                              คณะตุลาการรัฐธรรมนูญชุดแรกที่สถาปนาขึ้นตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
                 พทธศักราช ๒๔๘๙ อนเป็นผลสืบเนื่องมาจากกรณีค าพพากษาฎีกาคดีอาญากรสงครามที่ ๑/๒๔๘๙ นั้น
                  ุ
                                                                 ิ
                                    ั
   2049   2050   2051   2052   2053   2054   2055   2056   2057   2058   2059