Page 2055 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2055
๒๐๓๗
ก าหนดให้มีคณะตุลาการรัฐธรรมนูญประกอบด้วยคณะบุคคลจ านวนสิบห้าคน เป็นประธานตุลาการคนหนึ่ง
ื่
ี
และตุลาการอกสิบสี่คน ส่วนที่มาและคุณสมบัติอนใดนั้นไม่ได้ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ เพยงแต่ต้องเป็น “บุคคล
ี
ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐสภาแต่งตั้งขึ้น” และคณะตุลาการรัฐธรรมนูญจะต้องมีการแต่งตั้งใหม่ทุกครั้ง เมื่อได้มีการ
เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทน เพราะเหตุที่สภาผู้แทนหมดอายุ หรือถูกยุบ แสดงให้เห็นความเกี่ยวข้องว่าเป็น
องค์กรของฝ่ายสภาผู้แทนราษฎร
หลังจากนั้น รัฐธรรมนูญของไทยฉบับต่อ ๆ มาที่ถือเป็นรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ก็ก าหนดให้มี
“คณะตุลาการรัฐธรรมนูญ” เป็นองค์กรที่ท าหน้าที่วินิจฉัยปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกฎหมาย
ุ
ุ
มาโดยตลอด ได้แก่ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทธศักราช ๒๔๙๒ ฉบับพทธศักราช ๒๔๗๕ แก้ไข
ุ
ุ
ิ่
เพมเติม พทธศักราช ๒๔๙๕ ฉบับพทธศักราช ๒๕๑๗ ฉบับพทธศักราช ๒๕๒๑ และฉบับพทธศักราช ๒๕๓๔
ุ
ุ
ซึ่งคณะตุลาการรัฐธรรมนูญในรัฐธรรมนูญแต่ละฉบับ จะประกอบไปด้วยตุลาการจากบุคคลสองกลุ่ม คือ ตุลาการ
ั
รัฐธรรมนูญโดยต าแหน่ง เช่น ประธานศาลฎีกา อยการสูงสุด และตุลาการรัฐธรรมนูญที่มาจากผู้ทรงคุณวุฒิซึ่ง
ได้รับการแต่งตั้งของรัฐสภา
ในระหว่างช่วงเวลาดังกล่าว มีบางครั้งที่มีการใช้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวซึ่งเกิดจากการท า
รัฐประหาร โดยที่รัฐธรรมนูญชั่วคราวเหล่านั้นไม่ได้บัญญัติเรื่องคณะตุลาการรัฐธรรมนูญไว้ ในช่วงเวลาดังกล่าว
หากมีปัญหาโต้แย้งว่ากฎหมายขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ศาลฎีกาก็ได้วินิจฉัยว่าถือเป็นอานาจของศาลยุติธรรม
ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวได้ ปรากฏตามค าพพากษาฎีกาที่ ๒๑/๒๔๙๒ และค าพพากษาฎีกาที่ ๗๖๖/๒๕๐๕
ิ
ิ
ิ
วางหลักว่าการพิจารณาพพากษาอรรถคดีเป็นอานาจของศาลโดยเฉพาะ ศาลจึงเป็นผู้มีอานาจในการพจารณา
ิ
ี
ว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายฉบับหนึ่งฉบับใดหรือบทหนึ่งบทใดใช้บังคับแก่คดีได้หรือไม่เพยงใด เว้นแต่จะมี
กฎหมายใดบัญญัติโดยเฉพาะให้อ านาจหน้าที่พิจารณาไปตกอยู่แก่สถาบันอื่นใดหรือเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ
ในกรณีที่มีประกาศคณะปฏิวัติยกเลิกรัฐธรรมนูญที่บัญญัติ ให้มีคณะตุลาการรัฐธรรมนูญลงไปเสียแล้ว อานาจ
ดังกล่าวจึงคงอยู่ที่ศาลยุติธรรมตามเดิม และก็มีค าพิพากษาฎีกาเดินตามแนวทางนี้อีกหลายเรื่อง
๒.๒.๓ ศาลรัฐธรรมนูญ
ศาลรัฐธรรมนูญได้รับการก่อตั้งขึ้นเป็นครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
พุทธศักราช ๒๕๔๐ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปการเมืองตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญดังกล่าว ส าหรับ
เจตนารมณ์ของการเปลี่ยนแปลงจากคณะตุลาการรัฐธรรมนูญเป็นศาลรัฐธรรมนูญในขณะนั้น อาจสรุปได้ว่า
มาจากปัญหาความเป็นอิสระและปัญหาความต่อเนื่องในการปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากวาระการด ารงต าแหน่งของ
คณะตุลาการรัฐธรรมนูญสิ้นสุดลงตามวาระของสภาผู้แทนราษฎร จึงไม่มีลักษณะเป็นองค์กรที่ถาวร ไม่มี
ลักษณะที่เป็นองค์กรกลางที่มีความเป็นอิสระ รูปแบบของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญมีองค์ประกอบที่มาจากทาง
การเมือง ซึ่งจะขัดกับอานาจหน้าที่ของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ ในส่วนของตุลาการที่มาจากผู้ทรงคุณวุฒิ
กฎเกณฑ์ในการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิก็ยังขาดความชัดเจน นอกจากนี้ คณะตุลาการรัฐธรรมนูญยังเป็นเพยง
ี
องค์กรในรูปคณะกรรมการที่ไม่ใช่องค์กรศาลที่มีหลักประกันความเป็นอิสระ
8
8 บรรเจิด สิงคะเนติ, ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับศาลรัฐธรรมนูญ, (กรุงเทพฯ: วิญญูชน, ๒๕๔๔), หน้า ๑๒๙.

