Page 2073 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2073

๒๐๕๕


                                                                                            ิ
                              กรณีที่หนึ่ง องค์คณะตุลาการผู้กลั่นกรองคดีมีความเห็นควรรับค าร้องไว้พจารณาวินิจฉัยก็จะ
                 มีอ านาจออกเป็นค าสั่งรับค าร้องไว้วินิจฉัยได้เลย
                              กรณีที่สอง องค์คณะตุลาการผู้กลั่นกรองคดีมีความเห็นว่าไม่ควรรับค าร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย

                             ่
                 ในกรณีนี้จะไมมอ านาจออกเป็นค าสั่งไม่รับค าร้องไว้วินิจฉัยได้ เนื่องจากค าสั่งดังกล่าวถือเป็นค าสั่งที่ท าให้คดี
                              ี
                                                                                             ิ
                 เสร็จเด็ดขาดไปจากศาลรัฐธรรมนูญ จึงจะต้องกระท าโดยองค์คณะของศาลรัฐธรรมนูญ พจารณาความเห็น
                 ดังกล่าว ภายใน ๕ วัน นับแต่วันที่ได้รับเรื่อง ในการนี้ หากองค์คณะศาลรัฐธรรมนูญ เห็นพ้องด้วยกับความเห็น
                 ไม่รับค าร้องไว้วินิจฉัยนั้น ก็จะจัดท าเป็นค าสั่งศาลรัฐธรรมนูญไม่รับค าร้องไว้วินิจฉัย แต่หากองค์คณะ

                 ศาลรัฐธรรมนูญไม่เห็นพ้องด้วย (คือเห็นว่าควรรับไว้วินิจฉัย) ก็จะมีค าสั่งรับค าร้องไว้วินิจฉัย
                              ๔.๒.๒ การพิจารณาเนื้อหาของค าร้อง
                              ในกรณีที่องค์คณะตุลาการผู้กลั่นกรองคดีมีค าสั่งรับค าร้องไว้วินิจฉัยแล้ว คดีก็จะเข้าสู่การ
                                                                                               ิ
                 พจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ โดยศาลรัฐธรรมนูญจะก าหนดประเด็นและล าดับประเด็นที่จะพจารณาวินิจฉัย
                  ิ
                 ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ฯ มาตรา ๕๗ โดยประเด็นดังกล่าวจะผูกพันให้ตุลาการทุกคน จะต้อง
                                                                                        ิ
                 วินิจฉัยตามประเด็นและตามล าดับประเด็นที่ศาลได้ก าหนดหรือล าดับไว้ และระหว่างการพจารณา ศาลรัฐธรรมนูญ
                 อาจแก้ไขหรือเพมเติมประเด็นหรือล าดับประเด็นที่ได้ก าหนดไว้แล้วก็ได้ และคดีประเภทนี้เป็นการโต้แย้งกันใน
                              ิ่
                 ปัญหาข้อกฎหมายว่าบทบัญญัติดังกล่าวขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ไม่มีผู้ถูกร้อง ศาลรัฐธรรมนูญจึงใช้

                                        ิ
                                     ื่
                                                                                        ิ
                 วิธีการประชุมปรึกษาเพอพจารณาและวินิจฉัยโดยไม่ต้องท าการไต่สวนแบบเข้าห้องพจารณาคดี ทั้งนี้เป็นไป
                                                                                                     ิ
                 ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ฯ มาตรา ๕๘ อย่างไรก็ตาม เพอประโยชน์แห่งการพจารณา
                                                                                  ื่
                 ศาลรัฐธรรมนูญอาจมีค าสั่งศาลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการใช้กฎหมายนั้น หรือหน่วยงานที่เสนอร่าง
                                                                        17
                 กฎหมายนั้นส่งค าชี้แจงเป็นหนังสือ หรือเรียกเอกสารที่เกี่ยวข้องก็ได้
                              หลังจากนั้น ศาลรัฐธรรมนูญจะนัดประชุมปรึกษาค าร้องซึ่งจะใช้เวลามากน้อยตามแต่
                 รายละเอยด ประเด็นข้อกฎหมายและเนื้อหาหลักวิชาการที่เกี่ยวข้อง จนกระทั่งเมื่อศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าได้
                        ี
                                                                                    ื่
                 ประชุมปรึกษาและแลกเปลี่ยนความคดเห็นกันพอสมควรแล้ว ก็จะนัดวันลงมติเพอวินิจฉัยในเรื่องนั้น ซึ่งมักจะ
                                                ิ
                                                             18
                 กระท าภายในหนึ่งถึงสองสัปดาห์ นับแต่วันที่นัดลงมติ
                            ๔.๒.๓ การวินิจฉัยและการจัดท าค าวินิจฉัย

                              ในวันลงมติ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญแต่ละคนจะจัดท าความเห็นส่วนตนเป็นหนังสือไว้
                 ล่วงหน้า เพื่อน ามาแถลงด้วยวาจาก่อนการลงมติ และให้ที่ประชุมปรึกษาหารือร่วมกันก่อนการลงมติ ซึ่งเป็นไป
                 ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ฯ มาตรา ๗๕ อย่างไรก็ตามมีข้อสังเกตว่า ตามกฎหมายประกอบ

                 รัฐธรรมนูญดังกล่าวก าหนดให้ตุลาการต้องประชุมปรึกษาอกครั้งก่อนการลงมติ ดังนั้นจึงมีกรณีที่ตุลาการ
                                                                    ี




                 17  พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๒๗ วรรคสาม ในการ
                 ปฏิบัติหน้าที่ ศาลมีอ านาจเรียกเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องจากบุคคลใด หรือเรียกบุคคลใดมาให้ถ้อยค าตลอดจนขอให้
                 หน่วยงานของรัฐ หรือพนักงานสอบสวน ด าเนินการใดเพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณาได้.
                 18  กล้า  สมุทวณิช, นักวิชาการคดีรัฐธรรมนูญช านาญการ ประจ าส านักคดี ๒ ส านักงานศาลรัฐธรรมนูญ, สัมภาษณ์, ๑๓ สิงหาคม
                 ๒๕๖๔.
   2068   2069   2070   2071   2072   2073   2074   2075   2076   2077   2078